'บูรพา พรอสเพอร์' ปั้นแป้งข้าวไทยขยายตลาดโลก เร่งส่งสินค้านวัตกรรมเจาะตลาดส่งออกสู่อินเดีย ตะวันออกกลาง พร้อมลงทุนโรงงานใหม่ปี 69 รวม 70 ล้านบาท ดันยอดขายปีหน้าแตะพันล้านบาท
สถาพร ไพศาลบูรพา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูรพา พรอสเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งข้าว ภายใต้แบรนด์ บูรพา พรอสเพอร์ (Burapa Prosper) หมีคู่ดาว กล่าวว่า บริษัทอยู่ในธุรกิจแป้งข้าวไทยมาเป็นเวลา 49 ปีแล้ว โดยแบรนด์ติดอันดับท็อปทรีของเซกเมนต์แป้งข้าวไทย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการทำตลาดในประเทศไทย สัดส่วน 50% และส่งออก 50% โดยมีตลาดส่งออกหลักอยู่ในเอเชีย 60% ส่วนที่เหลือเป็นยุโรป สหรัฐ และประเทศอื่นๆ
สำหรับแผนของบริษัทในปี 2568 ได้วางยุทธศาสตร์ใหม่ Next - Level Texture กับการมุ่งส่งมอบเนื้อสัมผัสที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ร่วมขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งในเจน Y และเจน Z ในทั่วโลก รวมถึงการขยายตลาดใหม่ทั้ง B2B และ B2C ให้มากขึ้น
ทางด้านการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้เน้น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มแป้งผสมพร้อมใช้ ที่มีสินค้าใหม่ๆ ออกมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และแป้งโมจิ (Mochi Solution) สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่นำไปพัฒนาเมนูขนม เช่น ไอศกรีมโมจิ โดยกลุ่มแป้งโมจิ สนใจนำไปขยายตลาดใหม่ในประเทศอินเดียและตะวันออกกลาง ซึ่งสองตลาดมีความน่าสนใจทั้งตลาดอินเดีย ที่มีประชากรมากและตะวันออกกลางมีกำลังซื้อสูง ซึ่งในช่วงปลายปีนี้มีแผนไปออกงาน ไอศกรีมเอ็กซ์โป ในประเทศอินเดีย ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ไปขยายตลาดอินเดีย
2. กลุ่มอาหารแช่แข็งพร้อมปรุง ที่เป็นอาหารทานเล่น ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “หมีกินเล่น” มีทั้ง ชีสบอล กุ้งโดนัท ถุงทอง ลาบทอด และเอบิโรล เป็นต้น โดยบริษัทได้ขยายมาสู่อาหารแช่แข็งพร้อมปรุง เนื่องจากมีความต้องการในตลาดสูงขึ้น จากลูกค้ากลุ่มโฮเรก้า ทั้งโรงแรมและร้านอาหาร ต่างใช้อาหารพร้อมปรุงมากขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้ขยายสู่ตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมปรุง และมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน ไทยเฟ็กซ์ (THAIFEX-Anuga Asia) ที่จัดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้
“การเข้ามาในตลาดใหม่นี้ ใช้ช่องทางคู่ค้าส่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาด ในราคาแข่งขันได้ มีความเหมาะสมกับเศรษฐกิจยุคนี้ที่ผู้ประกอบการมีความท้าทาย จึงต้องการราคาสินค้าในแบบนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับราคาของโมเดิร์นเทรดทั่วไป จะมีราคาต่ำกว่า 20% ตามแผนในปีนี้เริ่มจากภาคตะวันออกก่อน และปีหน้าจะขยายไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ”
ขณะเดียวกันการขยายสินค้าใหม่ ทำให้บริษัทมีแผนขยายไลน์ผลิตแป้งผสมพร้อมใช้ จากในปัจจุบันกำลังการผลิตใกล้เต็มแล้ว ทำให้ในปีหน้าจะลงทุนใหม่ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท ผ่านการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ ในจังหวัดชลบุรี ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาอีก 1.2 หมื่นตันต่อปี จากในปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่ 2.7 หมื่นตันต่อปีในทุกกลุ่มสินค้า
ทั้งนี้บริษัทประเมินว่า จากการรุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และการมุ่งนำเสนอสินค้าที่มีนวัตกรรม จะผลักดันผลประกอบการรวมในปี 2568 อยู่ที่ระดับ 900 ล้านบาท ส่วนในปีต่อไป จากการขยายสินค้ากลุ่มใหม่ๆ จะทำให้ผลประกอบการรวมแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ทางด้านภาพรวมผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10%
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบริษัทมีสินค้ารวม 30 รายการ ซึ่งกลุ่มหลักคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาเอง ทั้ง แป้งข้าวคุณภาพสูง แป้งชุบทอด แป้งผสมสตรีทฟู้ด แป้งโมจิ และเม็ดสาคูเกรดส่งออก อีกกลุ่มคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาตามสูตรเฉพาะของลูกค้า เช่น แป้งฟิชแอนด์ชิป แป้งลอดช่อง แป้งทองม้วน และแป้งเบเกอรี่กลูเตนฟรี ซึ่งมีฐานลูกค้าทั้ง B2B และ B2C ส่วนโรงงานหลักอยู่ในชลบุรี





