เครือสหพัฒน์ มีสินค้าจำเป็นตอบสนองการกินใช้ของผู้บริโภค ทั้งมาม่า ฟาร์มเฮ้าส์ ยาสีฟัน ผงซักฟอกเปา ชุดชั้นในวาโก้ เสื้อผ้า รองเท้า ลาคอสต์ ฯ ไตรมาส 1 แฟชั่นเหนื่อยสุด!
ผ่านไตรมาสแรก ธุรกิจทยอยรายงานผลประกอบการออกมา ซึ่งมีทั้งยอดขายเติบโต หดตัวแตกต่างกันไป กำไรบ้างโตมาก และดิ่งลงตามสถาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค
"เครือสหพัฒน์” อาณาจักรธุรกิจแสนล้านบาท ของเมืองไทย ที่มีสินค้าจำหน่ายหลากหลายหมวด ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น(FMCG) สินค้าแฟชั่น การจัดจำหน่าย ห้างค้าปลีก สวยอุตสาหกรรม ฯ โดยมีสารพัดแบรนด์ดัง เช่น มาม่า ฟาร์มเฮ้าส์ วาโก้ ลาคอสต์ ถุงน่องเชอรีล่อน เครื่องสำอางบีเอสซี ยาสีฟันซิสเทมมา เปา แฟซ่า ลอว์สัน108 ดองกิ ฯ
อาณาจักรใหญ่ มีบริษัทในเครือนับร้อย รวมถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) อีกจำนวนไม่น้อย การมีสินค้าหมวดหมู่จำเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของกิน เสื้อผ้าสวมใส่ และอีกมากมาย ซึ่งครอบคลุมประชาชนวงกว้าง เมื่อผลประกอบการออกมา จึงสะท้อนภาพ “เศรษฐกิจ-กำลังซื้อ” ได้อย่างดี
มาม่า-ฟาร์มเฮ้าส์ กอดคอกำไรลด
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟุ้ด จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิต “มาม่า” สร้างรายได้จากการขาย 7,051.97 ล้านบาท โตต่ำเพียง 0.68% เท่านั้น ส่วนกำไรสุทธิ 981.49 ล้านบาท ลดลง 14.24% ภาพรวมยอดขายและกำไรลด แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ยังเติบโตดี 10.58% ส่วนสินค้าอื่นยอดหดตัว อย่างบรรจุภัณฑ์ลดลง 25.43% เบเกอรีลดลง 6.52% น้ำผลไม้ลดลง 10.34% และอื่นๆ ลดลง 27.56%
ด้านบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด(มหาชน) เบอร์ 1 ขนมปัง “ฟาร์มเฮ้าส์” สร้างรายได้จากการขาย 1,687.99 ล้านบาท ลดลง 6.52% ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อซบเซา สวนทางการแข่งขันเดือด ส่วนกำไรสุทธิ 341.51 ล้านบาท ลดลง 17.94%
แฟชั่น ชุดชั้นใน รองเท้า เหนื่อย!
สินค้าแฟชั่น ชุดชั้นใน รองเท้า เป็นอีกธุรกิจพอร์ตใหญ่ของเครือสหพัฒน์ ขับเคลื่อนผ่านกิจการในเครือ ไตรมาส 1 ปี 2568 เผชิญปัจจัยลบไม่น้อย
บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,128 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยบริษัทได้รับผลกระทบทั้งจากการแข่งขันรุนแรงจากสินค้านำเข้าราคาถูก โดยเฉพาะจาก “จีน” ที่ทำตลาดตรงผ่านออนไลน์และออฟไลน์ สงครามการค้า เศรษฐกิจชะลอตัว
นอกจากนี้ กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้บริโภคยังชะลอใช้จ่ายตั้งแต่ปลายปี ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,546%
ด้านชุดชั้นในเบอร์ 1 วาโก้ ภายใต้ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด(มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 726.4 ล้านบาท ลดลง 8.56% เพราะยอดขายในประเทศลดลง และ “ขาดทุน 55.27 ล้านบาท” จากปีก่อนมีกำไร 13.03 ล้านบาท
บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด(มหาชน) ซึ่งผลิตเสื้อผ้าบุรุษ สตรี ชุดว่ายน้ำ ฯ แบรนด์ลาคอสต์ มิตซูโนะ แอล แอร์โรวฯ มีรายได้จากการขาย 166.09 ล้านบาท ลดลง 8.88% เกิดจากยอดขายสินค้าในประเทศลด ผลกระทบการซื้อสินค้าของลูกค้า และ “ขาดทุน 2.63 ล้านบาท” ขาดทุนเพิ่มขึ้น 173.81% โดยการขาดทุนมาจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน 12.75 ล้านบาท เป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตรองเท้า “DAYBREAK” และยังมีธุรกิจเกษตร ปลูกและจำหน่ายผักปั้นแบรนด์ “ดับเบิ้ลยูบี ออร์แกนิค ฟาร์ม”(WB ORGANIC Farm) สร้างรายได้จากการขายและการรับจ้างผลิต 468 ล้านบาท ลดลง 1.5% โดยยอดลดลงมาจากธุรกิจหลักคือรองเท้า
ส่วนรายได้อื่น 3.71 ล้านบาท ลดลง 71.94% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.33%
บริษัท นิวซิตี้(กรุงเทพ) จำกัด(มหาชน) ผลิตสินค้าแฟชั่น ชุดชั้นในชาย “แซนรีโม” ถุงน่อง “เชอรีล่อน” ฯ สร้างรายได้จากการขาย 131.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.65% เนื่องจากบริษัทปรับกลยุทธ์ “ลดราคาสินค้า” ให้สอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นยอดขาย
ส่วนกำไรอยู่ที่ 5 แสนบาท ลดลง 94%
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 63.33 ล้านบาท ลดลง 5.34% ส่วนรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 47.3 ล้านบาท ลดลง 26.62% ซึ่งยอดขายลดทั้งฝั่งแบรนด์และการขายเจาะลูกค้าองค์กร แต่มีกำไร 4.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.36%
สินค้าจำเป็น ขายของกิน-ใช้โต
ขณะที่บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) ซึ่งรับบทเป็นผู้จัดจำหน่ายและทำการตลาดสินค้าจำเป็น ของกินของใช้หลากแบรนด์ เช่น บะหมี่ฯ ยาสีฟัน สบู่ น้ำตาล ปลากระป๋อง ฯ สร้างรายได้รวม 10,235.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะมีการขยายฐานลูกค้า เพิ่มสินค้าใหม่ กำหนดเป้ายอดขายให้ชัด สร้างแรงจูงใจให้องค์กรเคลื่อนการเติบโต รวมถึงการเสริมแกร่งช่องทางออลไน์ที่กำลังเติบโต
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 671.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.65%
บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ น้ำหอม ฯ ให้แบรนด์ไทยและแบรนด์ระดับโลก สร้างรายได้รวม 1,589.69 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 130.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.52 ล้านบาท
บริษัท ทีพีซีเอส จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแบรนด์ “เวลแคร์” ยังมีสินค้าอื่นในพอร์ตโฟลิโอด้วย ไตรมาสแรกสามารถสร้างรายได้รวม 391.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.27% เฉพาะรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 365.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.43% โดยการขายสินค้ากลุ่มสุขอนามัยและครัวเรือนเพิ่ม ส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศก็เพิ่มเช่นกัน และมีกำไรสุทธิ 27.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.47%
ลงทุนแกร่ง โรงงานรถยนต์ตู้อัตโนมัติ
บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งทำหน้าที่ลงทุนในกิจการต่างๆของเครือ เช่น ธุรกิจอาหาร อสังหาฯ ภาพรวมรายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 2,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% และกำไร 1,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.2% มาจากรายได้เงินปันผลรับเพิ่มขึ้น 517 ล้านบาท กำไรจากขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 160 ล้านบาท รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 166 ล้านบาท จากรายได้จากการขายสินค้าของ บมจ.ประชาอาภรณ์ บริษัทย่อย และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการ่วมค้าเพิ่ม 93 ล้านบาท
ด้านผู้นำตลาดเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ภายใต้ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) ที่มีตู้เสิร์ฟสินค้าหลากประเภททั้งเครื่องจำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ จำหน่ายขนมปัง ขนมขบเคี้ย ฯ ประเดิมไตรมาส 1 สร้างรายได้รวม 664.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.15% หลักๆมาจากการขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติเพิ่ม การขยายจุดติดตั้งไปยังสถานที่ต่างๆเพิ่ม 1,696 ตู้ หรือคิดเป็น 10.2%
ส่วนยอดขายเครื่องดื่มผ่านตู้อัตโนมัติลดลงเล็กน้อยจาก 406 บาทต่อเครื่องต่อวัน มาอยู่ที่ 400 บาทต่อเครื่องต่อวัน ส่วนผลกระทบมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้รายได้ตู้ที่ตั้งในกลุ่มโรงงานลด และประเภทโรงงานที่เอฟเฟคต์จะเป็นกลุ่มยานยนต์ซึ่งมีการลดคน ลดกะทำงาน ส่วนเซ็กเมนต์อื่น เช่น ทำเลห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล ฯ รายได้ต่อเครื่องต่อวันเพิ่ม ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 16.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.63%
บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด(มหาชน) ที่ทรานส์ฟอร์มจากสิ่งทอ สู่ธุรกิจใหม่ สร้างพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายทั้งธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยไตรมาส 1 บริษัททำรายได้รวม 291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และมีกำไรสุทธิ 126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
ผลประกอบการภาพรวมของบริษัทถือว่ายังเติบโตได้ ท่ามกลางปัจจัยลบรายล้อม ทว่า ที่น่าสนใจคือ ยอดขายที่ลดลง บริษัทในเครือให้เหตุผลถึง “ภาวะเศรษฐกิจซบเซา” และ “กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว” รวมถึง “สินค้าจีนราคาถูกทุบตลาด” เข้ามาแบ่งเค้กในทุกช่องทางทั้ง “ออฟไลน์-ออนไลน์” ส่วนปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ฯ เป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อการเติบโตจีดีพีไทย





