ผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัด เร่งปรับแผนรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว ปรับลดสต็อคสินค้า บริหารสภาพคล่อง - ผู้เชี่ยวชาญค้าปลีกชี้ทราฟฟิกลดลง ผู้ประกอบการต้องเร่งทำการตลาด หาทางลดค่าเช่า
นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธาน กรรมการผู้จัดการบริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี ระบุว่า จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของทั้งเศรษฐกิจในโลกและเศรษฐกิจไทยจึงกระทบต่อการใช้จ่ายของคนในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดต่างๆ ให้ลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้การปรับแผนของผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกจึงต้องเน้นการบริหารสต็อคสินค้าที่ลดลง และไม่เน้นการแบกสต็อคจำนวนมากเหมือนในอดีต และปรับรูปแบบสินค้าใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น อัตราการเกิดของเด็กในประเทศไทยลดลง จึงไม่ได้เน้นสินค้ากลุ่มแม่และเด็กจำนวนมาก แต่เน้นนำสินค้ากลุ่มใหม่ๆ มาเสริมในรายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาอีกหลายรายการ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสด สินค้าที่กำลังมีการขยายตัวสูงในตลาดค้าปลีกไทย ทั้งหมดเพื่อทำให้ธุรกิจสามารถรักษาการเติบโตไปได้ในปีนี้
เมื่อทราฟฟิกลด ต้องกระตุ้นตลาด-ปรับลดค่าเช่า
ทางด้าน นายธนินท์รัฐ ภักดีภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ลดลงการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกไทยอย่างแน่นอน และคาดว่าจากเป้าหมายของภาครัฐที่วางไว้ของนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคน อาจจะลดลงประมาณ 50% เมื่อถึงสิ้นปีนี้
ทั้งนี้จากนักท่องเที่ยวของจีนที่ลดลงอย่างมาก และเป็นกลุ่มสำคัญที่เข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยต้องปรับแผนไปขยายตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งการโหมทำกิจกรรมการตลาดและจัดโปรโมชั่นต่างๆ เน้นกลุ่มลูกค้าสมาชิกที่ได้รับส่วนลดพิเศษ และการทำอีเวนต์เพื่อกระตุ้นลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการเพื่อเพิ่มทราฟฟิกในระยะยาว
“การทำธุรกิจค้าปลีกต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ไปด้วยกัน ต้องจับปลาในทุกน่านน้ำ เพื่อขยายลูกค้าทุกกลุ่ม ต้องมั่นตรวจพื้นที่ศูนย์การค้าในทุกวัน โดยเมื่อพบร้านค้าใดมีลูกค้าลดลง ต้องร่วมมือหาทางช่วยเหลือ จัดทำตลาดร่วมกัน หรือการปรับลดค่าเช่าให้ เพื่อทำให้ผู้เช่าสามารถอยู่รอดไปได้ด้วยกัน”





