39 ปี เส้นทาง "MK GROUP" เบอร์ 1 สุกี้ส่วนแบ่งตลาด 60% พลิกโมเดลร้านสู่ "บุฟเฟต์" เต็มสูบ แปลงร้านเดิมเสิร์ฟลูกค้า มองปี 2568 ธุรกิจอาหารไม่สดใส เติบโตไม่มากนัก
MK GROUP หรือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ย้ำภาพผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่ารวมตลาดกว่า 23,000 – 25,000 ล้านบาท โชว์ศักยภาพธุรกิจ วางกลยุทธ์ Value Strategy รุกตลาด เสิร์ฟผู้บริโภคใน 68 เดินเกมปรับโมเดลแบรนด์ในเครือ เสริมทัพแบรนด์ใหม่ ๆ กระตุ้นความสนใจทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ สร้างเอนเกจเมนต์
ทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ ธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 ภาพรวมธุรกิจอาหารจะยังไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยเฉพาะร้านอาหารเชนใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์ที่ท้าทายยิ่งขึ้น
"เอ็มเค" เจ้าตลาดสุกี้ ครองส่วนแบ่งตลาด 60%
สำหรับเอ็มเค กรุ๊ป(MK GROUP)ขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหารมาอย่างยาวนานตลอด 39 ปี และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 60% ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเติมเต็มความสุขให้ทุกครอบครัว เชื่อมต่อสุขภาพที่ดีให้เข้าถึงได้มากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งหมดจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งต่อไปในทุกการเปลี่ยนแปลงของบริษัทในปีนี้ด้วย
ปี 2568 เอ็มเค กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจทุกมิติ โดยร้านอาหารจะมีการขยายสาขาในประเทศเพิ่ม 15 สาขา ได้แก่ แบรนด์ MK Restaurants 5 สาขา ยาโยอิ(Yayoi) 3 สาขา แหลมเจริญ 5 สาขา และ HIKINIKU TO COME 2 สาขา ร้านซึ่งเป็นแฮมเบิร์กเจ้าดังจากญี่ปุ่น แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดในเครือ นอกจากนี้ ยังขยายแฟรนไชส์เจาะตลาดต่างประเทศกับแบรนด์เรือธง “แหลมเจริญ” จะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาที่ประเทศมาเลเซีย
ขณะที่ปัจจุบันเอ็มเค กรุ๊ปมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ รวม 723 สาขา ทั้งในประเทศและแฟรนไชส์ต่างประเทศเพื่อให้บริการลูกค้า ได้แก่ MK Restaurants, MK Live, MK Gold, YAYOI, แหลมเจริญ ซีฟู้ด, HIKINIKU TO COME, HAKATA Ramen, MIYAZAKI, เลอ สยาม, ณ สยาม, BIZZY BOX (Grab&go), LE PETIT, Multi Brand และสาขาแฟรนไชส์ MK Restaurants สาขาประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว, สาขาแฟรนไชส์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด สาขาประเทศมาเลเซีย และ MIYAZAKI สาขาประเทศลาว
“บริษัทยังมองหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วมทุน หรือมาสเตอร์ แฟรนไชส์ เพื่อช่วยขยายธุรกิจร้านอาหารให้มากขึ้น โดยตลาดที่ยังคงให้ความสนใจคืออาเซียนเป็นหลัก”
เปลี่ยนร้านเอ็มเค เรสโตรองต์สู่ บุฟเฟต์เต็มสูบ
ปี 2568 บริษัทยังวางแผน “ปรับโมเดลธุรกิจใหม่” ซึ่งจะปรับเปลี่ยนร้านหรือ Store Conversion จาก MK Restaurants สู่โมเดลรูปแบบ “บุฟเฟต์แทน” (MK Buffet) และ แหลมเจริญ เตรียมปรับโมเดลให้ทันสมัยและเข้าถึงการทานอาหารทะเลได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ เอ็มเค บุฟเฟต์ มีการนำร่องโมเดลร้านรูปแบบบุฟเฟต์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ในราคาที่หลากหลายเพื่อจับกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นการปรับตัว รับการแข่งขันของ "สุกี้" ที่เดือด! จากหน้าใหม่เข้าชิงเค้ก โดยเฉพาะการเสิร์ฟ "บุฟเฟต์" แบรนด์รองต่างมีคิวยาวเหยียดหลายชั่วโมง และราคาเข้าถึงได้
“คาดว่าปี 2568 จะเป็นปีที่สร้างความท้าทายของทาง MK GROUP ทั้งเรื่องของการแข่งขันและสภาวะเศรษฐกิจ”
หนุนน่านน้ำใหม่โตต่อ
ส่วนธุรกิจที่เป็นน่านน้ำใหม่ของบริษัท อย่างค้าปลีก นอกจากพัฒนาสินค้า ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า จากร้านสะดวกซื้อไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น และจะมีการ “ออกน้ำจิ้มรสชาติใหม่” เสริมทัพด้วย
ด้านธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่ให้บริการคลังสินค้าและขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง ภายใต้ M-SENKO มีแผนการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ โดยจะมีการเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าตามหัวเมืองหลัก เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการส่งสินค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนกับคู่แข่งอีกด้วย และการเพิ่มการให้บริการ Importer นำเข้าวัตถุดิบ และ Forwarding ตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและช่วยลดความซับซ้อนด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ส่งออกและผู้นำเข้าด้วย
ปี 2568 บริษัทยังให้ความสำคัญเรื่องระบบจัดการหลังบ้าน โดยการใช้ AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดการสูญเสียหรือ Food Waste หลีกเลี่ยงการสต็อกสินค้าที่มากเกินไปจำเป็น และช่วยควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี
“การสร้างความพร้อมและความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเครือเราในทุกด้านเป็นสิ่งสำคัญ เราก็มีการวางแผนขยายสาขา การพัฒนาระบบการจัดการหลังบ้าน รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อสร้าง Value Accessible ให้มากขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญให้ธุรกิจสามารถเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืนได้”
ด้านการลงทุนธุรกิจใหม่ ทาง MK GROUP ยังคงมองหาบริษัทและสินทรัพย์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักและแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเข้ามาเติม Portfolio ให้แข็งแกร่งมากขึ้น
3 หมากรบรุกตลาดปี 68
ส่วนหมากการตลาดวาง 3 แนวทางหลัก ผ่าน “Value Strategy” ได้แก่
1.Value Creation: เน้นสร้างความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ ผ่าน Customer Insight
2.Value Relationship: การทำ Segmentation การตลาดที่ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและสร้างประสบการณ์ใหม่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
3.Value Accessible: เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความ "คุ้มค่า" และ "คุณภาพ" ของสินค้าและบริการที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
ชูความคุ้มค่า กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
“ปัจจัยสำคัญของกลยุทธ์ในปีนี้ของธุรกิจร้านอาหารในเครือ คือการทำความเข้าใจความต้องการลูกค้าให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อสร้าง Value Creation เพิ่มประสบการณ์รอบด้านที่ตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งยังมีเรื่องการปรับรูปแบบการสื่อสารที่สนุกสนาน เพื่อสร้าง engagement อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระตุ้นยอดขายด้วย Value Promotion ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่สุดในการตัดสินใจซื้อ”
อีกหนึ่งไฮไลต์ปี 68 เอ็มเค กรุ๊ป มุ่งสร้าง Value Relationship ทำ Segmentation การตลาดที่ศึกษาและแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และวางแผนการตลาดให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Data Personalization) ซึ่งไตรมาส 3 จะเห็นการลุย Group Member ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อทุกแบรนด์ในเครือไว้ในที่เดียว ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบ CEM (Customer Experience Management) เพื่อให้ตลอด Customer Journey สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด





