ไทยเบฟเวอเรจมีเครื่องดื่ม อาหารหลากหลาย ผ่านครึ่งทาง สุรายังหดตัว ส่วน "เบียร์" การบริโภคเพิ่ม กวาดรายได้ 177,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% กำไรสุทธิ 17,769 ล้านบาท ลดลง 9.2%”
“ไทยเบฟเวอเรจ” ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มของไทยและเอเชีย เคลื่อนธุรกิจผ่านครึ่งทาง หรือ 6 เดือนแรกแล้ว(ปีบัญชี ต.ค.67-ก.ย.68) ยอดขายเติบโตต่ำ ส่วน “กำไรสุทธิ” ลดลงค่อนข้างสูง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้จากการขาย 85,352 ล้านบาท ลดลง 0.6% และ “กำไรสุทธิ” 8,083 ล้านบาท ลดลง 11.8%
ส่วนภาพรวมผลประกอบการ 6 เดือนแรก ไทยเบฟ สร้างรายได้จากการขาย 177,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% กำไรก่อนหักภาษี(EBITDA) 31,111 ล้านบาท ลดลง 5.3% และ “กำไรสุทธิ 17,769 ล้านบาท ลดลง 9.2%” โดยธุรกิจที่เป็นกุญแจขับเคลื่อนสำคัญคือ “เบียร์” และ “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์"
ขณะที่กำไรสุทธิลดลง เพราะธุรกิจสุรายอดขายลด ต้นทุนวัตถุดิบสูง รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ธุรกิจอาหารด้วย ส่วนเบียร์มีกำไรสุทธิเพิ่ม
ไตรมาส 2 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารหดแรง
เจาะขุมกำลังธุรกิจไตรมาส 2 แบ่งตามหมวดหมู่ ดังนี้
ธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 32,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,755 ล้านบาท ลดลง 5.5% ยอดขายเพิ่มเพราะการบริโภคในประเทศและต่างประเทศเพิ่ม ส่วนกำไรสุทธิลด เพราะต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม และการลงทุนด้านแบรนด์ กิจกรรมการตลาดเพิ่ม
ธุรกิจเบียร์ มีรายได้จากการขาย 30,094 ล้านบาท ลดลง 2.4% มีกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท ลดลง 4.1%
ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขาย 16,483 ล้านบาท ลดลง 1.9% มีกำไรสุทธิ 1,262 ล้านบาท “ลดลงสูงถึง 33.5%” จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,899 ล้านบาท
ธุรกิจอาหาร มีรายได้จากการขาย 5,456 ล้านบาท ลดลง 0.9% และกำไรสุทธิ 3 ล้านบาท ลดลง 97.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท
ขุมกำลัง "เบียร์" แกร่ง
ขณะที่ครึ่งปี หรือ 6 เดือนแรก ผลงานเป็นดังนี้
ธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 64,520 ล้านบาท ลดลง 1.5% มีกำไรสุทธิ 11,601 ล้านบาท ลดลง 10.3% ยอดขายลดเพราะไตรมาสแรกออกตัวแผ่ว ไตรมาส 2 ดีขึ้นแต่ก็ไม่เพียงพอดึงภาพรวมให้โต ส่วนกำไรลดจากต้นทุนวัตถุดิบและลงทุนด้านแบรนด์ กิจกรรมตลาด
ธุรกิจเบียร์ มีรายได้จากการขาย 66,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และกำไรสุทธิ 3,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 19% เพราะยอดขายเชิงปริมาณเพิ่ม รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบลด และการผลิตมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขาย 33,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% และมีกำไรสุทธิ 3,114 ล้านบาท ลดลง 11.3% แม้ยอดขายเชิงปริมาณเพิ่มทุกหมวดหมู่ ต้นทุนแพ็คเกจจิ้งลด แต่มีภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
ธุรกิจอาหาร มีรายได้จากการขาย 11,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% และมีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท ลดลงถึง 61% เพราะต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และการตลาดที่เพิ่ม รวมถึงหักค่าเสื่อมจากการขยายร้านอาหาร
การบริโภคเบียร์เพิ่ม เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โตทุกหมวด
ด้านยอดขายเชิงปปริมาณช่วงไตรมาส 2 ธุรกิจสุรา ยอดขาย 174 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 2.6% และโซดา 10 ล้านลิตร ลดลง 0.8% ส่วนเบียร์ 567 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 2.6% น้ำดื่มช้าง และโซดา 21 ล้านลิตร ลดลง 15.6% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 838 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 0.9% แบ่งเป็น ชาพร้อมดื่มโออิชิและจับใจ 86 ล้านลิตร ลดลง 2.8% น้ำดื่ม 297 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 2% น้ำอัดลม 72 ล้านลิตร ลดลง 1.1% เครื่องดื่ม FNL 221 ล้านลิตร ลดลง 0.7% ผลิตภัณฑ์นม 160 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 4.3% และอื่นๆ เช่น เครื่องดิ่มชูกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่ 2 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 2.5%
ส่วนครึ่งปีแรก สุรามียอดขาย 336 ล้านลิตร ลดลง 1.9% โซดา 21 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 1.2% เบียร์ 1,240 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 7.4% น้ำดื่มช้างและโซดา 48 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 12.4% ส่วนเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% แบ่งเป็นชาพร้อมดื่มและจับใจ 173 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3.2% น้ำดื่ม 587 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3.9% เครื่องดื่ม FNL 434 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3% ผลิตภัณฑ์นม 323 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5.3% และอื่นๆ 3 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 4.6%
อย่างไรก็ตาม จากยอดขายแสนล้านบาท กลุ่มธุรกิจเบียร์มีสัดส่วนมากสุด 37.3% สุรา 36.3% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 18.8% อาหาร 6.3% อื่นๆ 1.4% ส่วน “กำไรสุทธิ” ยังมาจาก “สุรามากสุด 65.3%” ตามด้วยเบียร์ 17.7% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 17.5% อาหาร 0.7% อื่นๆ -1.2%





