วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘กิม ง่วน จั่น’ ฝ่า Sunset สิ่งทอไทย! ‘ปรับตัวเร็ว-เฟ้นโอกาสใหม่'

‘กิม ง่วน จั่น’ ฝ่า Sunset สิ่งทอไทย! ‘ปรับตัวเร็ว-เฟ้นโอกาสใหม่'

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย ถูกมองว่าดาวร่วง! มาหลายปี หลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในโลก การส่งออก แนวโน้มการย้ายฐานผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อสำรวจผู้ประกอบการสิ่งทอไทย

ยังมีหลายบริษัทสามารถพลิกโมเดลธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อยู่รอดได้ และมีผลประกอบการเติบโตดีสวนทางตลาด อย่าง "หจก. กิม ง่วน จั่น” สัญชาติไทยแท้ ที่ก่อตั้งมาถึง 79 ปี จนถึงทายาทรุ่น 3 เข้ามาสืบทอดธุรกิจ 

ภายใต้การกุมบังเหียน ของ เศรษฐพงศ์ ศรีสุภรวาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ หจก. กิม ง่วน จั่น ในฐานะนายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทย กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตั้งง่วนจั่น  นำพาธุรกิจครอบครัวผ่านคลื่นมรสุมสิ่งทอที่ชะลอตัวลง มาจากการปรับตัวธุรกิจอย่างรวดเร็ว การมองหาโอกาสใหม่เสมอ รวมถึงการนำอินไซต์ของลูกค้ามาต่อยอดทางธุรกิจ

‘กิม ง่วน จั่น’ ฝ่า Sunset สิ่งทอไทย! ‘ปรับตัวเร็ว-เฟ้นโอกาสใหม่'

ธุรกิจของ กิม ง่วน จั่น ในย่านสำเพ็ง เริ่มต้นจากรุ่นอากง ตั้งแต่การขายผ้า ต่อมาขยายไปสู่ธุรกิจโรงย้อมผ้า โรงพิมพ์ และโรงทอผ้า ต่อมามีรุ่นคุณพ่อเข้ามาร่วมบริหาร จนถึงช่วงเวลาของรุ่น 3 ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจสิ่งทอของครอบครัวมาร่วมกว่า 10 ปีแล้ว เพราะคำว่า “กตัญญู” และไม่อยากเห็นคุณพ่อที่มีอายุ 66 ปีต้องทำงานหนัก

“ผมเป็นคนกลาง เรียนจบแพทย์ หลายคนจึงเรียกคุณหมอ แต่เราเห็นพ่ออายุ 66 ปี ยังทำงานหนักอยู่ จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว”

การเข้ามาบริหารงานได้นำองค์ความรู้ทางการแพทย์มาร่วมยกระดับธุรกิจสิ่งทอด้วยการปรับไปสู่ “สิ่งทอสำหรับใช้ในการแพทย์” มุ่งใช้นวัตกรรมที่แตกต่างและผสมผสานด้วยเทคโนโลยี มุ่งความปลอดภัย สร้างมาตรฐานที่ดีในการผลิต จึงสามารถพัฒนาผ้าสำหรับใช้ในการผ่าตัด 

“เรามุ่งเจาะเซกเมนต์ที่เชี่ยวชาญ มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จากการสำรวจอินไซต์ของลูกค้า นำสู่การพัฒนาสินค้าและขยายธุรกิจให้หลากหลาย!”

ทั้งการพัฒนาผ้าที่ไม่ต้องรีด เมื่อซักเสร็จสามารถสวมใส่ได้ทันทีเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ายุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วและประหยัดเวลา หรือสิ่งทอช่วยลดกลิ่น สำหรับคนที่มีเวลาน้อย เก็บเสื้อผ้าไว้ซักในครั้งเดียว รวมถึงเหมาะสำหรับการใช้งานช่วงหน้าฝนเพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่นอับ  

ดังนั้น หากจะมองว่าธุรกิจสิ่งทอ อาจเข้าสู่ช่วงตกต่ำ (Sunset) แล้วนั้น อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!

สำหรับความเป็นธุรกิจครอบครัวมีข้อได้เปรียบทั้งรากฐานของธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมมาเป็นเวลา 76 ปี ได้ปลูกฝังการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และคำว่า “ซื่อสัตย์” พูดความจริง ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในบริษัท รู้สึกถึงการร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดย โรงงานผลิตสินค้าของ กิม ง่วน จั่น มีฐานการผลิตอยู่ที่กระทุ่มแบน สมุทรสาคร มีพนักงานกว่า 300 คน

“ต้นทุนแพงที่สุด คือ คนและเวลา ดังนั้น เราต้องทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปแล้วประหยัดเวลาในการใช้ชีวิต ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทำให้บริษัทมุ่งเป็นโซลูชั่นให้บริการที่ครอบคลุมให้แก่ลูกค้า”

สำหรับที่ทำการบริษัทอยู่ใน “สำเพ็ง” เป็นฐานสำคัญของกลุ่มพ่อค้าผ้าไทยมายาวนาน ขณะที่ภาพรวมย่านการค้าสำเพ็ง อาจไม่มีลูกค้าหนาแน่นเหมือนในอดีต เนื่องจากโลกการค้าในยุคนี้เชื่อมต่อผ่านออนไลน์ ทำให้การเดินทางเข้ามาสำเพ็งอาจไม่จำเป็นแล้ว! ผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ซึ่งฐานลูกค้าสำเพ็งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบีทูบี (B2B)

“ย่านการค้าสำเพ็ง อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่อดีตมีอัตลักษณ์ของการเป็นแหล่งค้าผ้า ต่อมาขยายสู่ร้านกิฟต์ช็อป ส่วนยุคนี้มีร้านค้าหลากหลาย แตกแขนงไปสู่การเป็นเดสติเนชั่นของพื้นที่ท่องเที่ยวอีกด้วย”

แนวทางขยายธุรกิจในระยะยาว จึงมุ่งการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมเป็นฐานราก สร้างเอกลักษณ์และการจดจำให้แก่กลุ่มลูกค้า โดยไม่มีนโยบายในการนำธุรกิจครอบครัวเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากการมีสเกลธุรกิจในระดับนี้ สามารถปรับตัวได้รวดเร็วและมีความคล่องตัวมากกว่า 

เศรษฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ในอีกบทบาทที่เป็น “นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทย” ได้วางเป้าหมายในการร่วมยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย ให้สามารถขยายตัวได้ในทุกสมรภูมิการค้า เนื่องจากการค้าในโลกที่เป็นยุคไร้พรมแดน และทุกประเทศในโลกสามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างหลากหลายจากประเทศต่างๆ ผู้ประกอบการไทยจึงแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้งโลก รวมถึงได้มุ่งบ่มเพาะองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการสิ่งทอไทย และการเชิญวิทยากรที่ชำนาญในสาขาต่างๆ มาต่อยอดฐานความรู้ใหม่ เพื่อให้สิ่งทอไทยมีความหลากหลาย มีฟังก์ชั่น และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน สอดรับแลนด์สเคปในโลกที่มุ่งไปในด้านนี้ 

“คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย ที่คิดว่า ธุรกิจต่างมีวัฏจักร และอยู่ในช่วงขาลง แต่ยังมุ่งทำธุรกิจในรูปแบบเดิม พร้อมเลือกการอดทนและรอ เพราะคิดว่าจะกลับไปเหมือนในอดีต คงใช้ไม่ได้แล้ว แต่ควรมุ่งทำงานให้หนัก หาจุดให้เหมาะสม กับการแข่งขันของตลาด ผมก็หาเซกเมนต์ที่เหมาะสม และมุ่งปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและความสามารถให้สอดคล้องกัน” 

นอกจากนี้ เมื่อเมื่อภาพรวมสิ่งทอไทย ยังมีอีกหลายแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นในยุคนี้ทั้ง เสื้อแบรนด์ “ยืดเปล่า" และ “Gentlewoman” เป็นต้น โดยต่างก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ สามารถพัฒนาสินค้าได้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและสร้างผลประกอบการเติบโตสูงมาก