ก่อนหน้านี้ “พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” ระบุถึงแผนการปลดล็อกศักยภาพ เตรียมลงทุนขยาย “สนามบินตราด” เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบิน หวังเจียระไนเพชรเม็ดใหม่ให้โดดเด่นเหมือน “สนามบินสมุย” ที่ตอนนี้ติดลมบน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวลักชัวรีใช้จ่ายสูงจากทั่วโลก!
เพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางกอกแอร์เวย์สเดินหน้าโปรโมตการท่องเที่ยวของ “ตราด” ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กระตุ้นดีมานด์รองรับแผนขยายสนามบินตราดของบริษัทฯ ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น จากปัจจุบันให้บริการเส้นทาง “กรุงเทพฯ-ตราด” จำนวน 2 เที่ยวบินต่อวัน มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ตลอดปีที่แล้วมากกว่า 80% โดยในช่วงตารางบินฤดูหนาวที่ผ่านมา มี Load Factor กว่า 90% เกือบเต็มลำ
ด้านแนวโน้ม “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางด้วยเครื่องบินเข้า จ.ตราด ตลอดปี 2568 คาดเติบโตดีเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากกลยุทธ์ของบางกอกแอร์เวย์สที่ได้ทำการบินร่วม (Codeshare) กับสายการบินพันธมิตรเอาไว้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป เฉพาะ 5 ตลาดที่เดินทางเข้าสนามบินตราดสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ เยอรมนี สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และออสเตรีย โดยราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยเส้นทางนี้ ไป-กลับ อยู่ที่ 4,000 บาท
ทั้งนี้บางกอกแอร์เวย์สมุ่งโปรโมตดึงคนไทยไปเที่ยว จ.ตราด มากขึ้นด้วย ล่าสุดเปิดตัวโครงการ “ตราด ดิสคัฟเวอรี: ไอแลนด์ แอนด์ บียอนด์” (Trat Discovery: Island and Beyond) มอบสิทธิประโยชน์ส่วนลดสำหรับเข้าใช้บริการร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักที่ร่วมรายการบนเกาะต่างๆ กว่า 50 แห่ง ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีบอร์ดดิงพาส (Boarding Pass) ในเที่ยวบินตราดของบางกอกแอร์เวย์ส สมาชิกฟลายเออร์โบนัส (FlyerBonus) และกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
“การท่องเที่ยวภาคตะวันออกมีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในจังหวัดตราดและเกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น การดำน้ำที่ เกาะช้าง หรือกิจกรรม ชมเหยี่ยวแดง และนั่งเรือมาศ ชมวิวทะเล ความร่วมมือในครั้งนี้กับ ททท. และชุมชนท้องถิ่นจะช่วยให้จังหวัดตราด และเกาะต่างๆ รวมไปถึงจังหวัดข้างเคียง ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ โดยบางกอกแอร์เวย์ส จะช่วยเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ด้วยการบริการเหนือระดับ”
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในปัจจุบันพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย นิยมเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็กๆ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวช่วยในการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวเน้นความสะดวกสบาย และให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เน้นอาหารอร่อย รวมถึงการออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งภาคตะวันออกของประเทศไทย มีระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ รถโดยสาร และเครื่องบิน มีศักยภาพทั้ง ที่พัก ร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
โดย ททท. มีแนวทางกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เพิ่มความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ด้านอาหารของภาคตะวันออก และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวด้วยสินค้ามูลค่าสูง ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) กิจกรรมเอาต์ดอร์ (Outdoor) แหล่งท่องเที่ยวแบบมนุษย์สร้าง (Man–made Destination) แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ที่มีความโดดเด่นและมีศักยภาพสูงสอดคล้องกับพฤติกรรมและแนวโน้มที่ได้กล่าวมา
โดยเฉพาะจังหวัดตราดที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างหมู่เกาะทะเลตราดอันสวยงาม ประกอบไปด้วย เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ถือเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ เป็นแหล่งวัตถุดิบทางด้านอาหารทั้งอาหารทะเลที่สดใหม่และผลไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างทุเรียนชะนีเกาะช้าง สับปะรดตราดสีทอง ซึ่งนำมาปรุงเป็นเมนูพื้นถิ่นของจังหวัดตราด
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยัง “จันทบุรี” เส้นทางสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ผลไม้พื้นถิ่นจันทบูร ทั้งคาว หวานและเครื่องดื่ม จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์อันทรงคุณค่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้เป็นปี “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”
พร้อมชูจุดขาย “5 Must Do in Thailand” ที่มีครบทั้ง “Must Taste” เมนูอาหารประจำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นแกงคั่วสับปะรดตราดสีทอง ของจังหวัดตราด และข้าวคลุกพริกเกลือจานเด็ดของจังหวัดจันทบุรี “Must Try” กิจกรรมที่ต้องลุย ทั้งกิจกรรมดำน้ำตื้น (Snorkeling) ฟรีไดฟ์วิ่ง (Free-diving) ดำน้ำลึก (Scuba diving) รวมถึงการพาย SUP Board และ Stand Up Paddle Board ไลฟ์สไตล์แบบคนท้องถิ่นต้องลอง ห่มทรายสปาพื้นบ้านหาดทรายแดงที่ชุมชมบ้านธรรมชาติล่าง จังหวัดตราด หรือจะเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตที่ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว จังหวัดจันทบุรี ก็น่าสนใจไม่น้อย
“Must Buy” สินค้าชุมชนไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้ามัดย้อมน่ารักๆ อาหารทะเลทั้งสดและแปรรูป รวมถึงผลไม้หลากหลายชนิด และที่สำคัญจันทบุรียังขึ้นชื่อในเรื่องของพลอย อัญมณี และเครื่องประดับผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเสื่อ-กก-จันทบุรี (จันทบุรี)
นอกจากนี้ “Must Seek” วิวสวย จุดถ่ายรูปน่าเช็กอิน อย่างหาดคลองเจ้า เกาะกูด จังหวัดตราด รวมถึงจุดชมวิวเนินนางพญา ของจังหวัดจันทบุรี ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน และ “Must See” เช่น ตราด งานวันตราดรำลึก หน้าศาลาว่าการจังหวัดตราด และจันทบุรี การแสดงพื้นบ้านเท่งตุ๊ก ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฎ จันทบุรี





