ตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 6-7 หมื่นล้านบาท มี 4 บิ๊กแบรนด์ห้ำหั่นกันเดือด! โดยเฉพาะซัมเมอร์ ไฮซีซั่น ปี 2568 แม่ทัพธุรกิจมองร้อนช้าตัวแปร แต่ยังคาดหวังตลาดจะเติบโต
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานตลาดเครื่องดื่มทุกหมวดหมู่ของไทยมีมูลค่าราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2566 เป็นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สัดส่วน 64.3% และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 35.7%
ทุกซัมเมอร์ หรือหน้าร้อนเป็นไฮซีซันของสินค้าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทุกหมวดหมู่ ทั้งน้ำดื่ม น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่ แบรนด์ใหญ่ระเบิดศึกการแข่งขันเต็มรูปแบบ ทั้งออกสินค้าใหม่ เทงบกันหนักๆ เพื่อจัดกิจกรรม สื่อสารแคมเปญการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมาย ปั๊มยอดขาย
ออกสตาร์ทซัมเมอร์ปี 2568 อาจจะดูช้า แต่ผู้ประกอบการยังหวัง “ตัวแปรอากาศร้อนจัด” จะเป็นแรงส่งทำให้ตลาดเติบโต โดยร้อนนี้ “บิ๊กแบรนด์” จากบิ๊กคอร์ปน้ำอัดลม ออกอาวุธการตลาดกันอย่างคึกคัก
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค อัดงบ สินค้าใหม่สู้ศึก!
“4 เดือนแรกปีที่แล้ว อากาศร้อนเร็ว ร้อนมากทำให้ตลาดเครื่องดื่มเติบโต 14% ส่วนปีนี้ การเติบอาจน้อยกว่าที่คาด เพราะไทยเผชิญทั้งฝุ่น PM2.5 ทำให้ผู้คนออกจากบ้านน้อยลง รวมถึงอากาศร้อนช้า เย็นบ้าง ฝนบ้าง” อนวัช สังขะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพ
แม้อากาศร้อนมาก-น้อยจะเป็นปัจจัยให้ผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มดับหาย เติมความสดชื่น และสร้างการเติบโต แต่แบรนด์เองก็ต้องออกแรงทำตลาด อย่าง “ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค” ต้นปีเปิดตัวสินค้าใหม่ 8 รายการ ทั้งน้ำอัดลมเป๊ปซี่ มิรินด้า และเซเว่นอัพ รวมถึงชาลิปตัน และกาแฟพร้อมดื่มบอส
บริษัทยังเทงบ 35% จากทั้งปี เพื่อทำการตลาด เพราะช่วงหน้าร้อนจะโกยยอดขายสัดส่วน 35% เช่นกัน นอกจากนี้ ยังคาดหวังช่วงซัมเมอร์ตลาดเครื่องดื่มจะโต 15-20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติหรือเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
น้ำอัดลมพอร์ตโฟลิโอใหญ่ของ “ซันโทรี่ เป๊ปซี่ โค” สัดส่วน 70% แต่ปีนี้มีการปั้นพระรองหมวดอื่นๆทั้งชาพร้อมดื่ม เครื่องดื่มให้พลังงานมากขึ้น รวมถึงน้ำสี “มิรินด้า เซเว่นอัพ” จะปรับโฉมรอบ 3 ปี หลัง เซเว่นอัพเคยยกเครื่องสินค้าสู่สูตร “ปราศจากน้ำตาล” ทั้งหมดเพื่อชูโรง
“เซเว่นอัพเราพยายามหาช่องว่างตลาดเข้าไปเล่น อย่างโอกาสดื่มแบบนั่งชิลล์ ดูทีวี ยังไม่มีคนจับ จึงหาโพสิชันใหม่เจาะโมเมนต์การรีชาร์จพลังของผู้บริโภค ส่วนน้ำดำเป๊ปซี่ เรามุ่งสร้างการเติบโต เพิ่มส่วนแบ่งตลาด ซึ่งขยับมากขึ้น หากวันหนึ่งสามารถแซงผู้นำได้ ย่อมดี”
หาดทิพย์-โค้ก ยืนหนึ่งภาคใต้ รับอานิสงส์ท่องเที่ยวคึกคัก
น้ำอัดลมตลาดใหญ่มูลค่า 6-7 หมื่นล้านบาท บิ๊กแบรนด์ขับเคี่ยวเดือด! และ “โค้ก” ยืนหนึ่ง อย่างพื้นที่ภาคใต้ “หาดทิพย์” คุมทัพ 14 จังหวัด ยังมองตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีแรงสนับสนุน
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มในพื้นที่ภาคใต้ มักจะเติบโตมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ เพราะมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจหรือจีดีพีทั่วไปที่สูง การท่องเที่ยวดี และไตรมาส 2 ยังเป็นไฮซีซันของการบริโภคน้ำอัดลม น้ำดื่ม สินค้าดับกระหายหมวดต่างๆด้วย
แม้ซัมเมอร์เกมการตลาดระอุ แต่มองย้อนช่วงออกตัว ผู้ประกอบการเห็นพ้องกันว่า “เหนื่อย” เพราะเผชิญภาวะกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ประหยัดเงินในกระเป๋า ยิ่งร้านอาหารทั่วไป หากไปทานข้าว ก๋วยเตี๋ยว มีน้ำเปล่า น้ำชาฟรี ผู้บริโภคเลือกดื่มแทนที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องดื่ม และภาคใต้ยังมีฝนตกลดความร้อนแรงของตลาดด้วย
หมากรบหาดทิพย์ จะพาโค้ก และเครื่องดื่มในพอร์ตของ “โคคา-โคล่า” โตทั้งช่องทางร้านอาหาร(HoReCa) เพิ่มตู้แช่นับพัน ยึดหัวหาด เป็นต้น เพื่อรักษาบัลลังก์ผู้นำตลาดน้ำอัดลมพื้นที่ภาคใต้ส่วนแบ่งสูงถึง 78.3%
มวยรอง “เอส-บิ๊กโคล่า” ทวงคืนส่วนแบ่งตลาด
เบอร์ 1 เบอร์ 2 สู้กันยิบตา มวยรอง เบอร์ 3-4 ทั้ง “เอส” และ “บิ๊กโคล่า” เดินหน้าไล่ล่าส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น หลังเป็นยักษ์หลับ ส่วนแบ่งตลาดลดลงไปบางช่วงบางเวลา
เอสโคล่า ยังชูความ Awesome ตลอดช่วงหน้าร้อนนี้ ดึง “เจฟ ซาเตอร์” พร้อมด้วย “มีน นิชคุณ” “สไปร์ท SPD”มาสร้างแรงกระเพื่อมเจาะเจนซี(Z) เพิ่มลูกเล่นด้วยการนำ AI บนแพ็คเกจจิ้งดีไซน์ให้เป็นสีสันตลาด และ เอส ยังขยายการเข้าถึงเจนซี ด้วยการลุยกลยุทธ์เนมมิ่งสปอนเซอร์ พาแบรนด์ไปอยู่ในโรงภาพยนตร์ สร้างการจดจำแบรนด์ ฯ
สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาการรีแบรนด์ เอส โคล่า ด้วยคอนเซปต์ Born to be Awesome เกิดมาซ่ากล้าเป็นตัวเอง ทำให้กลายเป็นน้ำอัดลมครองใจเจนซี และสร้างยอดขายเชิงปริมาณเติบโตขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากนีลเส็นไอคิวรอบ 12 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2567 – มกราคม 2568)และเป็นการเติบโตเหนือตลาดในทุกช่องทาง ทั้งห้างโมเดิร์นเทรด และร้านค้าทั่วไป
“แบรนด์เราจับกลุ่มวัยรุ่นอยู่แล้ว เราพยายามเข้าไปอยู่ในคัลเจอร์เจนซี เช่น การดูหนัง คือความบันเทิงนอกบ้านเป็นอีกทัชพอยท์ไปอยู่ในใจกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้เอสยังใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการสื่อสารตลาดกับผู้บริโภคมาตลอด ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจเด็กรุ่นใหม่ๆจริงๆ”
ด้านภาพรวมน้ำอัดลมซัมเมอร์นี้ ประเมินอาจเติบโตไม่มากนัก จากสภาพอากาศปี 2568 ค่อนข้างร้อนช้า
อีกแบรนด์ที่ทำตลาดใน 33 ประเทศทั่วโลก อยู่ตลาดไทย 2 ทศวรรษ แต่กลับมีช่วงเป็น “ยักษ์หลับ” ทำให้ส่วนแบ่งตลาดลดเหลือ 6% ในปีก่อน ปัจจุบันคือ 5% จากเคยรั้ง “เบอร์ 3” มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 12%
เกมรุกปี 2568 บิ๊กโคล่า ภายใต้บริษัท อาเจไทย จำกัด คัมแบ็คสู่สังเวียนน้ำอัดลม ประกาศเทงบ 100 ล้านบาท ร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการหรือ “Official Partner” สโมรสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษอย่าง “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” และเดินหน้าทำกิจกรรมตลาดครั้งใหญ่รอบ 10 ปี เพื่อเอาใจคอบอลไทย ลุ้นไปดูฟุตบอลติดขอบสนามทีมเรือใบสีฟ้า ประเทศอังกฤษ
“การทำตลาดครั้งใหญ่รอบ 10 ปี หวังส่วนแบ่งตลาด 15% ใน 3 ปี ก้าขึ้นเบอร์ 3 น้ำอัดมอีกครั้ง เป็นเป้าหมายที่ท้าทายตัวเอง ขณะที่บริษัทแม่ต้องการส่วนแบ่งตลาด 10% ใน 3 ปี” ฮวน โฆเซ่ โลเปซ เวอการ่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย จำกัด เล่าภารกิจ
แลกอาวุธตลาดหมัดต่อหมัด ตั้งเป้าโตกันทุกแบรนด์ ส่วนจบซัมเมอร์ แบรนด์ไหนจะทะลุเป้าหมายต้องติดตาม





