วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

'เซ็นกรุ๊ป' ชี้สตรีทฟู้ดอาหารไทยร้อนแรง ส่ง 'เขียง' ยึดอาเซียน

'เซ็นกรุ๊ป' ชี้สตรีทฟู้ดอาหารไทยร้อนแรง ส่ง 'เขียง' ยึดอาเซียน

ภาพรวมกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในไทย ถูกขนามนามว่าเป็น ธุรกิจปราบเซียน เพราะเปิดได้ง่าย แต่อยู่รอดได้ยาก สะท้อนจากการเปิดตัวใหม่และปิดตัวสูงในทุกปี

เนื่องจากเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันเรดโอเซียนทุกน่านน้ำ ตั้งแต่แบรนด์เล็กไปจนถึงแบรนด์ใหญ่ ทำให้การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญของผู้ประกอบการ รวมถึงยักษ์ใหญ่ในตลาดอย่าง “เซ็นกรุ๊ป” อยู่ในธุรกิจอาหารมากกว่า 34 ปี เผชิญคลื่นความท้าทายมาหลายมรสุม รวมถึงในปี 2568 ที่มีความตัวแปรใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม จึงวางแผนธุรกิจอย่างรัดกุมและขยายแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์รวมถึงกำลังซื้อ

สรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นกรุ๊ป และ จอมขวัญ จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เซ็นกรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยปี 2568 มีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้กลุ่มเซ็นมีธุรกิจร้านอาหารในเครือ 10 แบรนด์หลักทั้งไทย และญี่ปุ่น ได้วางแผนใช้งบ 100 ล้านบาทในการบริหารธุรกิจ ทั้งการเปิดสาขาใหม่ที่ลงทุนเอง 8 สาขา 

'เซ็นกรุ๊ป' ชี้สตรีทฟู้ดอาหารไทยร้อนแรง ส่ง 'เขียง' ยึดอาเซียน

ปีแห่งการรีโนเวท รุกต่างประเทศ

ขณะเดียวกันได้มุ่งรีโนเวทธุรกิจร้านอาหาร 10 สาขา ให้มีความสดใสมากขึ้น เพื่อให้แบรนด์สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงมุ่งนำเสนอแนวคิดของแบรนด์ในเครือที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ในทุกวัน หรือตอบสนองลูกค้าได้ 7 วันต่อสัปดาห์ (Everyday zen)

ทางด้าสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ เตรียมเปิดเพิ่ม 24 สาขา แบ่งเป็นในประเทศ 12 สาขาและต่างประเทศ 12 สาขา โดยภาพรวมงบลงทุนในปีนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน 

ส่ง "เขียง" สตรีทฟู้ดไทยยอดนิยม แบรนด์เรือธงสู่อาเซียน

สำหรับแผนการรุกตลาดในต่างประเทศ ได้วางยุทธศาตร์ในการไปเปิดในตลาดอาเซียนให้ครอบคลุม เน้นการนำเสนออาหารที่เป็นไทยสตรีทฟู้ดไปนำเสนอสู่ลูกค้าต่างชาติ เนื่องจากกระแสอาหารไทยกำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศตามแรงสนับสนุนของรัฐบาลในการชูอาหารไทยสู่ซอฟท์พาวเวอร์ และภูมิภาคอาเซียนเป็นนักท่องเที่ยวหลักที่นิยมเดินทางมาไทย จึงรู้จักอาหารไทยเป็นอย่างดี ทำให้ในปีนี้ขยายเปิดเพิ่มในประเทศฟิลิปปินส์ครั้งแรก ผ่านการนำแบรนด์เขียง ไปปักหมุดและวางเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้จะเปิดสาขาให้ครบ 5 สาขา 

พร้อมกันนี้จะขยายแบรนด์เขียง ในประเทศมาเลเซีย เพิ่มเติม รวมถึง ลาว รุกแบรนด์ ออนเดอะเทเบิล , ลาวญวณ และ เซ็น ที่เป็นการเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ ส่วนแบรนด์เขียง ได้เปิดแล้ว 1 สาขาที่เวียงจันทร์ คาดว่าในสิ้นปีนี้จะเปิดสาขาให้ครบ 4 สาขา ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนในลาวมา 13 ปีแล้วกับแบรนด์แรกคือ ตำมั่ว ส่วนกัมพูชา สนใจนำแบรนด์ ตำมั่ว, ออนเดอะเทเบิล และ อากะ ไปขยายเช่นกัน 

อีกทั้งการเน้นเปิดสาขาในต่างประเทศ ยังสอดรับกับการที่รีเทลของประเทศไทยที่ชะลอการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ ทำให้บริษัทที่เน้นเปิดสาขาตามศูนย์การค้าต่างๆ จึงต้องปรับสาขาให้สอดคล้องกับรีเทลขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ในอนาคต หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ก็พร้อมปรับให้เหมาะสมกับตลาด 

ทั้งนี้ได้วางเป้าหมายการเติบโตของเซ็นกรุ๊ปในปี 2568 ขยายตัว 10% จากปีก่อน หรืออยู่ประมาณ 4,500 ล้านบาท มาจากธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจแฟรนไชส์ และ ธุรกิจผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย

ธุรกิจอาหารไทย-ญี่ปุ่น โตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ 

ทางด้าน "ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด เซ็นกรุ๊ป เสริมว่า ภาพรวมธุรกิจไทยสตรีทฟู้ดมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท คาดว่าในปี 2568 จะมีการขยายตัวไม่ถึง 5% สอดคล้องกับจีดีพีของประเทศ โดยท่ามกลางธุรกิจร้านอาหารที่มีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น บริษัทมีจุดแข็งคือการมีแบรนด์อาหารไทยและแบรนด์อาหารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอใหญ่ของธุรกิจอาหารในประเทศ ยังสามารถการเติบโตได้ต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกันการมีธุรกิจร้านอาหาร 10 แบรนด์ เปรียบเสมือนการมีหลายเครื่องยนต์ในเครือ จึงสามารถปรับธุรกิจขยายได้อย่างรวดเร็วตามจังหวะเวลา โดยทุกแบรนด์จึงขยายสาขาทั้งหมด ยกเว้นแบรนด์พรีเมียม พร้อมมุ่งการทำตลาดผ่านการนำเสนอ เมนูอาหารที่เสิร์ฟ มุ่งบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละแบรนด์ที่มีความเอกลักษณ์ชัดเจน อีกทั้งตลาดในประเทศได้ปรับให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าคือ การนำเสนอเมนูอาหารพร้อมทาน แบรนด์แรกคือ ตำมั่ว สู่ชุดผักส้มตำปลาร้า และชุดผักส้มตำไทย เจาะห้างค้าปลีกแม็คโครและโลตัสรวม 1,500 สาขา ภายในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับเข้าถึงแบรนด์ได้สะดวกมากที่สุด และสามารถเลือกรับประทานได้ตามเวลาที่ต้องการ

อีกธุรกิจที่กำลังเข้ามาเสริมทัพและสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง กับ ธุรกิจผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ผ่านบริษัทในเครือ 2 แห่งคือ บริษัท เซ็น แอนด์ โกสุม อินเตอร์ฟู้ดส์ ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรุงรส และน้ำปลาร้าตำมั่ว และ คิง มารีน ฟู้ดส์ ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอาหารทะเลและเนื้อแช่แข็ง โดยมีโรงงานใหม่ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จและจะเปิดดำเนินการในเดือน เม.ย.นี้ รองรับการจัดวัตถุดิบอาหารไปสู่กลุ่มลูกค้าทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน ซึ่งในอนาคตมีแผนขยายการส่งออกไปต่างประเทศ และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 

'เซ็นกรุ๊ป' ชี้สตรีทฟู้ดอาหารไทยร้อนแรง ส่ง 'เขียง' ยึดอาเซียน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงสุดให้แก่กลุ่มคือ ธุรกิจอาหาร ประมาณ 70% จาก 10 แบรนด์ ที่มีสาขารวม 317 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่ลงทุนเอง 177 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 140 สาขา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รองลงมาเป็นธุรกิจ ธุรกิจผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ประมาณ 20% และธุรกิจแฟรนไชส์ 

ทั้งนี้ 10 แบรนด์ ของบริษัท ประกอบด้วย แบรนด์อาหารญี่ปุ่น 6 แบรนด์ คือ เซ็น (Zen), อากะ (AKA ), ออน เดอะ เทเบิล (On the Table), ดินส์ (Din’s), เท็ตซึ (TETSU) และ ซูชิ ชู แอนด์ คาร์นิวัล (Sushi Cyu & Carnival) ส่วนแบรนด์อาหารไทย 4 แบรนด์ คือ เขียง, ตำมั่ว, ลาวญวน และ เดอ ตำมั่ว (De Tummour)