สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ค้าน กสทช.นำคลื่น 3500 MHz ไปประมูลเอื้อโทรคมนาคม “ไพบูลย์” ออกโรง ต้องพึ่งศาล ย้ำประชาชน 10 ล้านรายเดือดร้อน จอดำ ธุรกิจเสียหาย
วานนี้ (1 เม.ย.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล 850 MHz 1500 MHz 1800 MHz 2100 MHz 2300 MHz และ 26 GHz ครั้งที่ 2
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำคณะผู้บริหารระดับสูงของดิจิทัลทีวี เข้าร่วมแสดงจุดยืนรักษาคลื่น 3500 MHz ได้แก่ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) นายถกลเกียรติ วีรวรรณ แม่ทัพใหญ่ช่องวัน31 นายวัชร วัชรพล จากไทยรัฐทีวี นายครรชิต ดิเรกวัฒนชัย จากช่อง 3 นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ จากเนชั่นทีวี นางสาวนงลักษณ์ งามโรจน์ แห่งช่อง 8 และนายศิริ บุญพิทักษ์เกศ แห่งค่ายอมรินทร์ทีวี
คลื่น 3500 MHz เอื้อโทรคมกระทบจอดำ
นายสุภาพ เปิดเผยว่า การนำทัพผู้บริหารทีวีดิจิทัลซึ่งเป็นผู้ประกอบการตัวจริงมาพบ กสทช. เพราะ กสทช.มีแผนประมูลคลื่น 3500 MHz ในกิจการโทรคมนาคม เป็นความเป็นความตายของค่ายทีวีดิจิทัล นับตั้งแต่มีการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล (ไลเซนส์) เปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิทัล วันแรกประชาชนควรได้ดูทีวีทันที โดยไม่มีปัญหาเหมือนต่างประเทศ แต่ในไทยผู้ประกอบการออกอากาศแล้วแต่ประชาชนดูทีวีไม่ได้ เพราะกล่องรับสัญญาณ (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) โครงข่าย(มักซ์) ของ กสทช.ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ ที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลถือว่า “ล้มเหลว” ล่าสุด กสทช.จะนำคลื่น 3500 MHz ไปประมูล เปรียบเหมือนการถอดท่อออกซิเจนที่ครอบจมูกผู้ประกอบการออกไป กระทบต่อคนดูทีวี 2 ล้านครัวเรือนให้จอดำ สะเทือนเม็ดเงินโฆษณาของค่ายทีวีดิจิทัลแน่นอน เนื่องจากคนดูหรือ eyeball หายไป ถือเป็นเรื่องใหญ่
“กสทช.รู้หรือไม่ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่อสู้วิบากกรรมสารพัด และเหลือ 4 ปีสุดท้ายจะสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการ ที่เรากำลังหายใจด้วยท่อออกซิเจน แต่จะมาถอดท่อออกแล้วเยียวยาเรา ซึ่งเราไม่ต้องการค่าทำศพ สิ่งที่เรียกร้องคืออย่าถอดท่อออกซิเจน อย่างน้อยก็จนถึงสิ้นสุดไลเซนส์”
ทีวีดิจิทัลเสียหายสาหัส
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ตั้งคำถามถึงการที่ กสทช.รีบร้อนประมูลคลื่น 3500 MHz ให้กับโทรคมนาคม เพื่อเหตุใดและมีความจำเป็นมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ อีกด้านอยากให้คำนึงถึงว่าคลื่น 3500 MHz เป็นท่ออากาศของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จึงไม่สมควรนำคลื่นดังกล่าวไปประมูล
ทั้งนี้ ประเมินความเสียหาย คนดูทีวีดิจิทัลเดือดร้อนราว 10 ล้านราย จาก 2 ล้านครัวเรือนที่จะจอดำ ส่วนทีวีดิจิทัลเสียหายมหาศาลระดับแสนล้านบาท
“หากนำคลื่น 3500 MHz ไปประมูล ความเสียหายจะเกิดกับประชาชน 10 ล้านราย เสียหายขนาดนี้ หาก กสทช.จะเดินหน้าต่อ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทวงถาม และขอให้ดูแลทีวีดิจิทัลด้วย ต้องกำกับดูแลไม่ให้ทุกฝ่ายเสียหาย เสียประโยชน์ ต้องสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ที่สำคัญอย่าทำให้ระชาชนเสียหาย ธุรกิจล่มจม”
พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องการยืดใช้คลื่น 3500 MHz ให้ยาวที่สุด หากเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ (migrate) อาจไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ย้ำเมื่อเป็นสมบัติของชาติ ควรให้ทีวีดิจิทัลแบ่งใช้ต่อไป ไม่เพียงให้โทรคมนาคมหาเงินเท่านั้น
“หากกันคลื่นบางส่วนให้ทีวีดิจิทัลและโทรคมนาคมแบ่งกันใช้ เมื่อขยับแล้วเรา (ทีวีดิจิทัล)เดือดร้อนอย่าขยับ หากขยับแล้วเราไม่เดือดร้อนก็ยินดี ไม่มีอะไรขัดขวางอยู่แล้ว ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องการคำตอบจาก กสทช.โดยเร็วที่สุด”
อย่างไรก็ตาม หาก กสทช.เดินหน้าประมูลคลื่น 3500 MHz มาตรการต่อไปของสมาคมฯ ต้องพึ่งศาลสถิตยุติธรรม นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแน่นอน เนื่องจากอัดอั้นมานาน ตั้งแต่ประมูลใบอนุญาตฯ จ่ายเงินไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่กสทช.ไม่มีแพลตฟอร์มรองรับ
“เราทำการบ้าน สอบถามทุกฝ่าย ฝั่งโทรคมนาคมต้องการประมูลคลื่นตรงนี้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้รีบร้อน แต่ถ้าผิดจากนี้ ถ้าจำเป็นเราจะพึ่งพากระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาสิทธิของเรา เพราะเราเดือดร้อนธุรกิจจะล่มสลาย ก็บีบให้เราต้องทำ”
ย้ำวิบากกรรม 11 ปี ทีวีดิจิทัล
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ระยะเวลา 11 ปี การเคลื่อนธุรกิจทีวีดิจิทัล หลังประมูลไลเซนส์ถือเป็นวิบากกรรมของผู้ประกอบการ และประเทศไทยไม่สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลได้ ธุรกิจสื่อกลายเป็นกิจการที่เปราะบาง เผชิญดิสรัปชัน ถูกแย่งงบโฆษณา คนดูจากวิดีโอออนไลน์ (โอทีที) โดยไม่ต้องเสียเงินประมูล เป็นต้น
แม้เจอมรสุมแต่ธุรกิจยังความเชื่อมั่นด้านการลงทุน เพราะอีกด้านมองโอกาสเสิร์ฟคอนเทนต์ให้คนดู ไม่เพียงตลาดไทยแต่ป้อนตลาดโลก และหวังแรงหนุนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ผลักดันอุตสาหกรรมให้เติบโต
“การประมูลดิจิทัลทีวีที่สูงถึง 50,000 ล้านบาท เราเคยถูกตราหน้าว่าเป็นเศรษฐีหน้าโง่ ความจริงก็คือ เราคิดว่า 50,000 ล้านบาท แลกกับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลหรือเซ็ทท็อปบ็อกซ์ ที่มีทุกบ้าน 22 ล้านหลังคาเรือน น่าจะสมเหตุสมผล แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมา โครงข่ายหรือมักซ์ ก็ดี กล่องเซ็ทท็อปบ็อกซ์ก็ดี ไม่ถึงประชาชนใช้ไม่ได้ พวกผมต้องตาลีตาเหลือกกลับไปใช้แซทเทิลไลท์ทีวี และสุดท้ายที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ คือ คลื่น 3500 MHz เป็นที่พึ่ง จากที่พวกเราล้มหายตายจากไปจาก 25 ช่อง เหลือ 15 ช่อง ซึ่งยังลำบากพอสมควร ก็พยายามทำทุกอย่าง ทำให้เนื้อหาดีที่สุด เราตระหนักในหน้าที่ของเราว่า เสมือนเป็นโทรทัศน์แห่งชาติ ที่จะสื่อสารข้อมูลโดยตรงกับประชาชนก็ดี รัฐก็ดี ใครก็ดี”
กสทช.รอเคาะราคาสุดท้าย 18 เม.ย.นี้
วันเดียวกันสำนักงาน กสทช.ยังจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล 850 MHz 1500 MHz 1800 MHz 2100 MHz 2300 MHz และ 26 GHz ครั้งที่ 2 เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ที่รองรับกับความต้องการการใช้งานที่หลากหลาย
นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า หลังจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะวานนี้ (1 เม.ย.)ยังสามารถส่งแบบแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.- 4 เม.ย.นี้ โดยหลังจากนี้ จะสรุปความเห็นทั้งหมดและนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดได้วันที่ 18 เม.ย.นี้
เชื่อขายออกแค่ 2 คลื่น 2100 และ 2300
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตบอร์ด กสทช.เผยว่า สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้เชื่อว่า จำนวน 6 ย่านความถี่ที่เปิดประมูลจะมีคลื่นที่ค่ายมือถือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จะยื่นประมูลคลื่นความถี่ 2100 ส่วนบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จะยื่นประมูลคลื่น 2300 ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 1800 ไม่น่ามีผู้ประกอบการรายใดยื่นซองประมูล เพราะทั้งสองค่ายมือถือมีคลื่นความถี่อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องยื่นประมูล
ส่วนคลื่น 850 เชื่อว่าไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นประมูลเช่นกัน เพราะย่านดังกล่าวมาตรฐานที่ใช้งานปัจจุบันจะเป็นในระบบ 3จี-4จี เท่านั้น หากจะพัฒนาเพื่อรองรับความถี่สำหรับอนาคตจะใช้งานสูงมากไม่คุ้มค่าการลงทุน





