วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

ตระกูล “เตชะหรูวิจิตร” ก่อร่างสร้าง “โรงแรมเอเชีย” หนึ่งในตำนานโรงแรมไทยใจกลางกรุงเทพฯ ย่านราชเทวี ถือกำเนิดขึ้นในยุคประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2509 หรือยาวนานเกือบ 6 ทศวรรษ

ก่อนจะขยายธุรกิจเพิ่มเติมในเวลาต่อมา ปัจจุบัน บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือ ASIA ประกอบธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ “กลุ่มธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร” ประกอบด้วย โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ, โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท, โรงแรมเอเชีย พัทยา, โรงแรมเอเชีย ชะอำ, โรงแรมดาร์เลย์ เชียงใหม่, โรงแรมราชพฤกษ์ ลานนา บูทีค และโรงแรมควอลิตี้ อินน์ ลอง บีช-ซิกนัล ฮิลล์ (Quality Inn Long Beach-Signal Hill) ตั้งอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ส่วน “กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า (ให้เช่าพื้นที่)” ประกอบด้วย ศูนย์การค้าไอที เซียร์รังสิต, ศูนย์ค้าส่ง The Hub และศูนย์การค้าขนาดเล็กที่เมืองเกรนเดล ลอสแอนเจลิส สหรัฐ

ตอนนี้เหล่าผู้บริหารเจน 3 ของตระกูลเริ่มเข้ามาเรียนรู้งาน เตรียมความพร้อมสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากเจน 2 ที่ยังทำงานกันครบพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง หนึ่งในนั้นคือ “พัชรพล เตชะหรูวิจิตร” หรือ “ไมตี้” ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASIA ในวัย 32 ปี ทายาทคนที่ 3 ของ “สุรพล เตชะหรูวิจิตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASIA

พัชรพล เรียนจบระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทด้าน Financial Analysis, University of San Francisco ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เขาเริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการเงินที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด ในช่วงปี 2559-2561 กระทั่งครอบครัวสะกิดบอกว่า “ถึงเวลาที่ต้องกลับมาทำธุรกิจของที่บ้านแล้ว”

“ตอนนี้ทายาทรุ่น 3 ก็มีเข้ามาร่วมบริหารธุรกิจของครอบครัวพอสมควร แต่ละคนก็จะดูงานในแต่ละส่วนแตกต่างกัน โดยตัวผมจะเน้นดูภาพกว้างด้านการเงิน (Finance) และการพัฒนาธุรกิจ (Business Development) ในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้า ส่วนพี่ๆ คนอื่นๆ ก็จะดูเรื่องดีไซน์ งานปฏิบัติการภายในโรงแรม และอื่นๆ”

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

พัชรพล เตชะหรูวิจิตร

สำหรับผลงานชิ้นแรกของ พัชรพล คือการทำดีลเข้าซื้อกิจการโรงแรม “Quality Inn Long Beach-Signal Hill” ในลอสแอนเจลิส สหรัฐ สำเร็จเมื่อเดือน พ.ย. 2561 ก่อนจะเข้าบริหารโรงแรมแห่งนี้เต็มตัว ตั้งเป้าหมายอัตราการเข้าพักในปีนี้ที่ 70-80% ส่วนราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) สามารถปรับขึ้นได้เรื่อยๆ 10-15% ต่อปีตามเงินเฟ้อของสหรัฐ ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 127 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน เพิ่มจากระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืนเมื่อปี 2561 ที่บริษัทฯ เข้าซื้อโรงแรม

“บริษัทฯ เคยลงทุนที่นั่นก่อนหน้านี้ เป็นศูนย์การค้าขนาดเล็กที่เมืองเกรนเดล ตอนผมเดินทางไปสหรัฐเมื่อปี 2561 เห็นศักยภาพโรงแรมหนึ่งน่าสนใจ ชื่อ Quality Inn Long Beach-Signal Hill เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว สูง 2 ชั้น ขนาด 74 ห้องพัก ถ้าเกิดเราดูในหนังฝรั่ง จะเป็นโรงแรมที่ตั้งระหว่างเมือง อยู่ห่างจากสนามบินลอสแอนเจลิส 20 นาทีเท่านั้น นับเป็นดีลแรกที่เราทำเรื่องเข้าซื้อกิจการโรงแรมในสหรัฐ ใช้เงินลงทุน 480 ล้านบาท”

พัชรพล มองว่าการลงทุนโรงแรมในสหรัฐ เป็นโอกาสที่บริษัทฯ มองหาและอยากขยายการลงทุน แต่สิ่งสำคัญคือการหาจังหวะเพื่อเจอ “กู๊ดดีล” (Good Deal) จริงๆ ประจวบเหมาะกับสถานะการเงินว่าพร้อมลงทุน บริษัทฯ ถึงจะเข้าไปลงทุน โดยมองหาดีลเข้าซื้อโรงแรมขนาดไม่เกิน 100 ห้องพัก ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 400 ล้านบาท

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

อีกภารกิจคือ “การปรับปรุงภาพลักษณ์” โรงแรมในเครือให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น! โดยในปี 2568 จะโฟกัสการปรับปรุงห้องพักโรงแรม 2 แห่งใหญ่ ได้แก่ “โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ” ขนาด 600 ห้องพัก จะทยอยรีโนเวตเป็นโซนๆ ระหว่างปี 2569-2570 ใช้งบราว 300 ล้านบาท หลังจากเพิ่งรีโนเวตโซนล็อบบี้และสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่ชั้น 1-3 ในช่วงปี 2566-2567 ใช้งบราว 250 ล้านบาท สามารถดัน “ราคาห้องพัก” ได้สูงขึ้น เป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 2,000 บาทต่อคืน เพิ่มจากปีที่แล้วซึ่งทำราคาได้ที่ 1,800 บาทต่อคืน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80-90%

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

และ “โรงแรมเอเชีย พัทยา” ขนาด 300 ห้องพัก ใช้งบรีโนเวตราว 150-200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้าพัก 60% ราคาห้องพักเฉลี่ย 1,200 บาทต่อคืน อยากผลักดันราคาให้ได้ตามเป้าหมาย 2,000 บาทต่อคืนในอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันของโรงแรม 4 ดาวในพัทยาที่ค่อนข้างสูง ราคาในตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่ 2,000-2,500 บาทต่อคืน นอกจากนี้ยังมีโรงแรมเกิดใหม่ต่อเนื่องและที่พักปล่อยให้เช่ารายวันบนแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมาก

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’

ด้าน “กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า” ยังมีความท้าทายสูง ปัจจุบันครองสัดส่วน 35-40% ของทั้งพอร์ตโฟลิโอบริษัทฯ ตัวหลักมาจาก “ศูนย์การค้าไอที เซียร์รังสิต” ภาพรวมเมื่อปีที่แล้วมีการปรับปรุงเพื่อรองรับตลาดใหม่ “พระเครื่อง” คิดเป็น 8-10% ของพื้นที่รวม หลังเห็นเทรนด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า “ตลาดไอที-คอมพิวเตอร์” ค่อนไปทางหดตัว ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าคิดเป็น 30% ของพื้นที่รวม

แต่ด้วยบริษัทฯ ต้องการคงจุดขาย “ความเป็นยูนีค” ของเซียร์รังสิตเอาไว้ มี “ซีเล็กเต็ด โปรดักต์” (Selected Product) เพราะลูกค้ารู้ความต้องการชัดว่ามาที่นี่เพื่อจะซื้ออะไร ไม่อยากเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ เพราะในทำเลใกล้เคียงก็มีศูนย์การค้าแนวนี้อยู่แล้ว จึงมองหา “ตลาดความสนใจเฉพาะ” เข้ามามิกซ์มากขึ้น เช่น กลุ่มแคมปิ้ง (Camping) สามารถขยายสัดส่วนเป็น 5% ของพื้นที่รวมแล้ว รองรับดีมานด์นักเดินทางกลุ่มผจญภัยที่นิยมเดินทางไปภาคเหนือและอีสาน ได้ผลตอบรับดีโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ผสมผสานกับกลุ่มสินค้าอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า และร้านอาหาร รวมกันคิดเป็น 20% ของพื้นที่รวม

“ในยุคหลังโควิดระบาด กลุ่มธุรกิจโรงแรมค่อนข้างเติบโตดี โจทย์ของเราคืออยากเป็นโรงแรม 4 ดาวแบบครบวงจรระดับท็อปเทียร์ (Top Tier) ในประเทศไทย ที่ผ่านมามีหลายคนถามว่าทำไมไม่ดึงเชนโรงแรมมาบริหาร เราก็ยังมองว่าแบรนด์โรงแรมเอเชียที่เราทำมาตั้งแต่เจน 1 จนถึงเจน 2 และเจน 3 ค่อนข้างแข็งแรงพอสมควร เราจึงอยากทำต่อให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างการรีโนเวตโรงแรมครั้งใหญ่ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารเจน 3 เข้ามาดูแล เพื่อทำให้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ๆ ของโรงแรมเอเชีย” พัชรพลกล่าว

‘พัชรพล’ ทายาทเจน 3 ‘เตชะหรูวิจิตร’ เปิดภารกิจอัปภาพลักษณ์ใหม่ ‘โรงแรมเอเชีย’