ไฮเออร์ มองบวก ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยไตรมาสแรกโต 5% มูลค่า 1.56 หมื่นล้าน เร่งขยายดึง 'แบมแบม' แบรนด์แอมบาสเดอร์ เจาะตลาดลักชัวรี ดันยอดขายโต 30%
ในปี 2568 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยมีความคึกคักอย่างมากในรอบหลายปี จากแบรนด์ทั้งไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ต่างประกาศแผนในการขยายตลาด รวมถึงการนำเสนอสินค้ารุ่นใหม่ พร้อมมุ่งนำเสนอสินค้าในกลุ่มเอไอ (AI) ที่จะเป็นยุคใหม่ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้านับจากนี้ไป ตลอดจนการประกาศแผนลงทุนในประเทศไทย
สำหรับแบรนด์ ไฮเออร์ (Haier) ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศจีน ได้มีการลงทุนใหญ่ในประเทศไทยช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ด้วยการใช้งบลงทุน 13,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) จ.ชลบุรี มีพื้นที่รวม 3.24 แสน ตร.ม. ถือเป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโลก
ทั้งนี้โรงงานจะเริ่มผลิตสินค้าอย่างเป็นทางการเดือน ต.ค.2568 มีกำลังการผลิตช่วงแรก 3 ล้านเครื่องต่อปีในช่วงปี 2569 ต่อมาจะขยายกำลังการผลิต 6 ล้านเครื่องต่อปีภายในปี 2570 ถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ในไทย ซึ่งในปัจจุบันมีฐานผลิตหลักในปราจีนบุรี ผลิตเครื่องปรับอากาศและสินค้าอื่นๆ
ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินภาพรวมภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 รวมทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 5% หรือมีมูลค่ามากกว่า 1.56 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญมาจาก การแข่งขันในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมากขึ้น จากทั้งราคาและการทำกิจกรรมการตลาด ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการส่งออกมีทิศทางกลับมาฟื้นตัว ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมีผลในการกระตุ้นตลาด
ทั้งนี้ไฮเออร์ได้มุ่งเป้าหมายการสร้างไฮเออร์สู่โกลบอลแบรนด์ จึงได้ดึง “แบมแบม” กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินไทยซูเปอร์สตาร์ระดับโลก มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด เพื่อร่วมสร้างแบรนด์สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งกลุ่มนักตกแต่งบ้านรุ่นใหม่ กลุ่มลูกค้าสายแฟชัน และกลุ่มลักชัวรี
"แบมแบม จะเข้ามาตอกย้ำแนวคิด “More Creation, More Possibilities ชีวิตดีที่มีกัน(ต์)” พร้อมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแบรนด์ในหลายส่วน อาทิ การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านภาพยนตร์โฆษณา การร่วมทำกิจกรรมทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์"
อีกทั้งได้วางกลยุทธ์การตลาดในการร่วมสร้าง อีโมชั่นนอล คอนเนคชัน (Emotional Connection) ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสู่การสร้างความผูกพันระยะยาว (Brand Loyalty) เพื่อทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงการผลักดันให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
พร้อมร่วมการนำพาแบรนด์เข้าสู่ยุคของเอไอ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสินค้าสำคัญทั้ง เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ทีวี และเครื่องทำน้ำอุ่น ทั้งหมดเพื่อร่วมพลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยครั้งใหญ่
ทั้งนี้ประเมินว่า จากแผนการตลาดที่วางไว้ จะทำให้ไฮเออร์ สามารถสร้างยอดขายในช่วงไตรมาสแรกได้ถึงระดับ 3,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน





