วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

บิ๊กโคล่า คัมแบ็ก ชิงท็อป 3 น้ำอัดลม สู่ Official Partner แมนซิตี้

บิ๊กโคล่า คัมแบ็ก ชิงท็อป 3 น้ำอัดลม สู่ Official Partner แมนซิตี้

ตลาดน้ำดำเดือด บิ๊กโคล่า คัมแบ็ก ตลาดไทยรอบ 10 ปี ร่วมเป็น Official Partner แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลา 2 ปี วางเป้าหมายทวงบังลังก์เบอร์สามในตลาดน้ำอัดลมไทยในเวลา 3 ปี

ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมของประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท มีแบรนด์หลักในตลาด รวมประมาณ 3 แบรนด์ทั้ง เป๊ปซี่ โค้ก และเอส แต่ในปี 2568 ได้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ภายหลังจากมีแบรนด์ใหญ่ ได้เคยครองส่วนการตลาดลำดับสามในตลาดไทยกับ บิ๊กโคล่า ได้ประกาศแผนกลับมารุกตลาดไทยอีกครั้งในรอบ 10 ปี 

นาย ฮวน โฆเซ่ โลเปซ เวอการ่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม “บิ๊กโคล่า” กล่าวว่า บิ๊กโคล่า (Big cola) อยู่ในตลาดน้ำอัดลมของไทยมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว และเคยสร้างส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 12% แต่หลังจากนั้น บริษัทได้ปรับแผนและกลยุทธ์ของธุรกิจใหม่ รวมถึงเน้นไปขยายโรงงานที่เพิ่มไลน์การผลิตจาก 5 ไลน์ไปสู่ 12 ไลน์ จึงไม่ได้เน้นทำตลาดมากนัก และทำให้ปี 2567 ที่ผ่านมา บิ๊กโคล่า มีส่วนแบ่งประมาณ 6% ในตลาดน้ำอัดลมของไทย 

สำหรับแผนในปี 2568 อาเจไทย ได้วางแผนกลับมารุกตลาดไทยครั้งใหม่ โดยเตรียมแผนงานทั้งนำแบรนด์ บิ๊กโคล่า เข้าร่วมเป็น “Official Partner” ของสโมรสร “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ที่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยเซ็นสัญญาดำเนินการ 2 ปี เพื่อนำตราสัญลักษณ์สโมสร (CREST)  นักฟุตบอล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ มาทำกิจกรรมการตลาด เนื่องจากฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนไทยนิยมมากสุด รวมถึง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จากประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้ได้เตรียมงบการตลาดไว้ 100 ล้านบาท ในการร่วมเป็น “Official Partner” ของสโมรสร “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” โดยมีแผนจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างแฟนฟุตบอลในไทย และร่วมลุ้นไปดูฟุตบอลที่ขอบสนามของแมนซิตี้ 

บิ๊กโคล่า คัมแบ็ก ชิงท็อป 3 น้ำอัดลม สู่ Official Partner แมนซิตี้

สำหรับการเป็น “Official Partner” ของแมนซิตี้ ครั้งนี้ ดำเนินการในสองประเทศของ บิ๊กโคล่า ทั้งในไทยและอินโดนีเซีย โดยในไทยมีฐานแฟนฟุตบอลของทีมแมนซิตี้ประมาณ 5 ล้านคน ส่วนในอินโดนีเซีย สูงถึงประมาณ 44 ล้านคน

ทั้งนี้การเข้ามารุกตลาดไทยครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี บริษัทประเมินว่า จะสร้างขยายส่วนแบ่งการตลาดในไทยมากขึ้น และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดถึงระดับ 15% ภายใน 3 ปีข้างหน้า และก้าวสู่ลำดับสามในตลาดน้ำอัดลมของไทย ที่มีมูลค่าประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท 

“บริษัทแม่ บิ๊กโคล่า ได้วางเป้าหมายอยากให้ได้ ส่วนแบ่งการตลาด 10% ภายใน 3 ปีข้างหน้า แต่ผมอยากชาเลนจ์ตัวเองมากขึ้น โดยต้องการให้ได้ส่วนแบ่งการตลาดที่ 15% ภายในสามปี” 

อีกทั้งเตรียมแผนในการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น จากในปัจจุบันมีช่องทางทำตลาดหลักทั้ง ค้าปลีกแบบดั้งเดิม (TT) และค้าปลีกสมัยใหม่ (MT) โดยช่องทาง MT สามารถเข้าถึงได้ในสัดส่วน 90% แล้ว ส่วนช่องทาง TT มีร้านค้าในตลาดประมาณ 4 แสนร้านค้า แบรนด์สามารถครอบคลุมช่องทางจำหน่ายสินค้าประมาณ 60% โดยมีแผนขยายให้ครบ 100% ในอนาคต 

 

บิ๊กโคล่า คัมแบ็ก ชิงท็อป 3 น้ำอัดลม สู่ Official Partner แมนซิตี้

อาเจไทย ไม่ได้มีเพียงสินค้าน้ำอัดลม ลงทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในไทย 

นอกจากนี้ “อาเจไทย” ได้เตรียมแผนขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มครั้งใหญ่ ด้วยการขยายกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ volt ที่จะเพิ่มไลน์อัปสินค้าใหม่ๆ โดยที่ผ่านมาได้นำเข้าแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังเข้ามาทำตลาดในไทยรวม 8 ปีแล้ว, การทำเครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูปในแบบขวดภายใต้แบรนด์ Fratto, และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาเขียว แบรนด์ บิ๊กทรี เป็นต้น รวมถึงอีกหลายรายการเตรียมเปิดตัวนับจากนี้ไป

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีการขยายลงทุนสร้างโรงงานในไทยรอบใหม่ กับการผลิตสินค้าของใช้ภายในบ้าน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ทั้งน้ำยาซักผ้า ภายใต้แบรนด์ เดสท์ (Desg) เป็นโรงงานอยู่ใน อมตะนคร ชลบุรี ได้เริ่มดำเนินการมา 8 เดือนแล้ว และเตรียมพร้อมทำตลาดในปีนี้ เพื่อขยายสินค้าให้หลากหลาย และเพิ่มความแข็งแกร่งของรายได้ รวมถึงอัตราการทำกำไรของสินค้าของใช้ในบ้าน มีสูงกว่า เครื่องดื่ม จำนวนหลายเท่า โดยตลาดกลุ่มโฮมแคร์ของไทย มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานในไทยครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโรงงานผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านเป็นแห่งที่สามในโลก จากที่ผ่านมามีโรงงานผลิตสินค้าเครื่องใช้ในบ้านแห่งแรกอยู่ที่ เปรู ต่อมา เอกวาดอร์ และประเทศไทย เป็นลำดับที่สาม 

ทั้งนี้ ประเมินว่า จากแผนการตลาดที่วางไว้จะทำให้ผลประกอบการโดยรวมในปี 2568 สร้างรายได้รวมอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในปีก่อน สร้างรายได้รวมประมาณ 3,600 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากน้ำอัดลม 90% และที่เหลือมาจากเครื่องดื่มอื่นๆ 

ปรับโครงสร้างใหญ่ การดึงมือดีจากบริษัทแม่ร่วมบริหาร และการหวนคืนของ ชนินทร์

อย่างไรก็ตาม อีกการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ของ อาเจไทย ที่ได้ปรับผู้บริหารใหม่ ทั้งการมี ฮวน โฆเซ่ โลเปซ เวอการ่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย มารับตำแหน่งในช่วงปีก่อน โดยถือเป็นผู้บริหารดาวรุ่งของ อาเจ จากเปรู โดยภายหลังเข้ามารับตำแหน่งในไทย 1 ปี สามารถนำพาผลประกอบการโดยรวมเติบโต 25%

รวมถึงการมี นายชนินทร์ เทียนเจริญ เข้ามารับตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อาเจ ไทย จำกัด อีกครั้ง โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ปลุกปั้นแบรนด์บิ๊กโคล่า จนสามารถร่วมนำพาแบรนด์ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดลำดับที่สามในตลาดน้ำอัดลมไทยในยุคแรกๆ เข้ามาร่วมขับเคลื่อนแบรนด์อีกครั้ง อีกทั้งในอดีต เคยสร้างแบรนด์ติดอันดับ Top of mind ของกลุ่มลูกค้าไทยที่ 25% แต่ในปัจจุบันอยู่ที่ 8% 

สำหรับ บิ๊กโคล่า เป็นแบรนด์น้ำอัดลม ที่เกิดขึ้นจากประเทศเปรู มีการทำตลาดทั่วโลกรวม 33 ประเทศ ซึ่งในตลาดโลก ครองส่วนแบ่งการตลาดในอันดับ 4 ของโลกในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม