วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

กำลังซื้อผู้บริโภค 2 เดือนแรกแผ่ว แต่สแน็คข้าวตัง มีทสแน็คแบรนด์ "เจ้าสัว" เชื่อโอกาสเติบโตตลาดมีมหาศาล กางแผนปี 68 โตรอบทิศ ปักธงจีน-สหรัฐ ดันแบรนด์ไทยสู่สากล

ตลาดขนมขบเคี้ยวหรือสแน็คในไทยและต่างประเทศ ถือเป็นอีกขุมทรัพย์แห่งโอกาสของแบรนด์และสินค้าไทยที่จะกวาดยอดขาย เพื่อสร้างการเติบโต

“เจ้าสัว” ยืนหยัดทำตลาดขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ยาวนาน 66 ปี นอกจากแปลงธุรกิจครอบครัวสู่มหาชน พาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ระดมทุนมาขยายกิจการให้เติบโตใหญ่ บริษัทยังวางหมากรบสร้างการเติบโตต่อเนื่อง

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO ร่วมให้ข้อมูล แผนธุรกิจระยะ 3-5 ปี ภายใต้โอกาสทางการตลาดในประเทศและต่างประเทศ เริ่มจากมองตลาดขนมขบเคี้ยวภาพใหญ่ของไทย มูลค่าระดับ 1.12 แสนล้านบาท (รวมมันฝรั่ง ขนมขึ้นรูป บิสกิต คุกกี้ ขนมหวานฯ)ในปี 2568 คาดการณ์จนถึงปี 2570 อัตราการเติบโตเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6.5%

ข้าวตัง มีทสแน็คโตแกร่ง

เจาะลึกหมวดหมู่(Category)ขนมขบเคี้ยวทำจากข้าวหรือ Rice Cracker แนวโน้มปี 2568-2570 ยังเป็นตลาดที่เติบโตสูง 14.4% ส่วนขนมขบเคี้ยวจากเนื้อสัตว์หรือ Meat Snack จะเติบโต 13.9% โดย 2 หมวดหมู่นี้ “เจ้าสัว” มีสินค้าป้อนตลาด

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองส่วนแบ่งตลาดในขนมขบเคี้ยวที่ทำจากข้าว อย่างข้าวตัง “เจ้าสัว” มีส่วนแบ่งทางการตลาด 79% ส่วนมีทสแน็ก มีส่วนแบ่งตลาด 62% ซึ่งสะท้อนภาพ “ผู้นำ” อย่างแข็งแกร่ง

กลยุทธ์บุกตลาดในประเทศ ปี 2568 เจ้าสัวยังเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 15-20 รายการ(SKUs) เพื่อตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าทั่วไป ซึ่งปัจจุบันบริษัทเพิ่งเจาะร้านค้าได้กว่า 3.1 หมื่นแห่ง จากทั่วไทยมีร้านค้าดั้งเดิมหรือร้านโชห่วยกว่า 3.5 แสนจุด รวมถึงมุ่งขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ให้มากขึ้นด้วย

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

สำหรับยอดขายสินค้าเจ้าสัวปัจจุบัน มาจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 40% ร้านค้าทั่วไป 24% เป็นต้น

นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ต้องทำต่อเนื่อง แต่ปีนี้จะเห็นการใช้งบประมาณสื่อสารการตลาดจาก “สื่อดั้งเดิม” อย่างการโฆษณาทางทีวีไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อทางการของ “เจ้าสัว” เพื่อทำให้แบรนด์ยังครองใจกลุ่มเป้าหมายหรือ Top of Mind

ส่องขุมทรัพย์แห่งโอกาส

ตลาดสแน็คใหญ่แสนล้านบาท แต่เจาะลึกเฉพาะขนมขบเคี้ยวรสเค็ม(Salty snacks) มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งย่อยไปอีกจะเห็นว่า มีทสแน็ค มูลค่า 5,456 ล้านบาท และส่วนนี้เป็นสแน็คจากเนื้อหมู 621 ล้านบาท โดยเจ้าสัวทำยอดขาย 380 ล้านบาท แม้จะเป็น “เบอร์ 1” แต่ภาพดังกล่าว สะท้อนให้เห็นโอกาสการเติบโตอีกมหาศาล

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

เช่นเดียวกับสแน็คข้าวตัง ที่ภาพใหญ่ตลาดมีมูลค่า 1.92 หมื่นล้านบาท เป็นสินค้าท้องถิ่น(Local Rice Cracker) มูลค่า 1,403 ล้านบาท และ “เจ้าสัว” ที่เป็นผู้นำครองส่วนแบ่งตลาด 79% หรือมียอดขาย 1,110 ล้านบาท ตลาดมี “ช่องว่าง” ให้เข้าไปช่วงชิงได้อีกมาก

ปักหมุดจีน-สหรัฐ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล

ส่วนตลาดต่างประเทศ แผนภายในปี 2571 เจ้าสัวต้องการเบ่งสัดส่วนรายได้แตะ 35% จากปัจจุบันอยู่ราว 25% นอกจากมุ่งขยายการส่งออกเพิ่มจำนวนประเทศแล้ว การปักหมุดลุยตลาด “จีน-สหรัฐ” เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ

ทั้งนี้ ตลาดสแน็กจีนและสหรัฐ มีขนาดใหญ่กว่าไทยอย่างมาก เจาะจีน ตลาดขนมขบเคี้ยวปี 2567 มีมูลค่า 6,600 ล้านดอลลาร์ แนโน้มการเติบโตเฉลี่ยถึงปี 2569 อยู่ที่ 2.3% ส่วนสหรัฐ ตลาดมูลค่า 182 พันล้านดอลลาร์ ใหญ่กว่าไทย 60 เท่า ส่วนอัตราเติบโตเฉลี่ยถึงปีหน้า อยู่ที่ 5%

 2 ตลาดบริษัทจะมีการผนึกพันธมิตรหาตัวแทนจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมถึงสร้างแบรนด์ด้วย โดยเฉพาะสหรัฐ ที่มีการร่วมทุนกับทุนไทยที่ทำค้าปลีกเจาะชุมชนอาเซียน(อาเซียน ซูเปอร์มาร์เก็ต) เพื่อกระจายสินค้า ซึ่งระหว่างนี้เป็นการ “ชิมลางตลาด” รอให้โรงงานแห่งใหม่แล้วเสร็จ กำลังผลิตมากพอ เพื่อเดินเกมรุกสู่ช่องทางจำหน่ายหลักที่เป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนและสหรัฐสำคัญ แต่ 2 ชาติมหาอำนาจ งัดข้อความยิ่งใหญ่ ก่อหวอด “สงครามการค้า” ประเด็นนี้ บริษัทมองว่าไม่กระทบกับสินค้าอาหารหมวดสแน็คของไทยที่ส่งออกไป

“แผน 5 ปี ภายในปี 2573 เราต้องการพาแบรนด์เจ้าสัว ให้ก้าวสู่อินเตอร์เนชันแนล แบรนด์ด้วยแนวคิด Bring local to global เป็นแบรนด์ไทยที่ผู้บริโภครู้จักในหลายประเทศ เช่น ไปฮ่องกง เกาหลี จีน สหรัฐ มาเลเซีย ยุโรป ผู้คนต้องรู้จัก รวมถึงการมีรากฐานตลาด และสามารถสร้างหรือ established ในประเทศนั้นๆทั้งยอดขายและการรับรู้แบรนด์”

แผนบุกตลาดต่างประเทศ บริษัทมีการใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตสินค้าภายใต้ “โฮลซัม” ซึ่งก่อสร้างปีนี้ แล้วเสร็จปีหน้า จะเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าได้อีกเท่าตัวเป็น 2,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันโรงงานของโฮลซัมผลิตสินค้า 2,000 ตันต่อปี โดยเน้นรองรับตลาดส่งออก

‘เจ้าสัว’ ปั้นแบรนด์ไทยสู่สากล ปักธง ‘จีน-สหรัฐ’ ขุมทรัพย์ทำเงิน

“เจ้าสัว” ยังโตท่ามกลางกำลังซื้อผู้บริโภคแผ่ว

ปี 2570 บริษัทตั้งเป้ายอดขายแตะ 2,200 ล้านบาท และการเติบโตเฉลี่ย(CAGR)จะเห็นต่อเนื่องถึงปี 2573 ด้วยอัตรา 12-15%

อย่างไรก็ตาม แม้โอกาสเติบโตมีให้เห็น ทว่า นางสาวณภัทร โมรินทร์ และ นายสิริณัฏฐ์ มองปัจจัยต้องระมัดระวังยังมี โดยเฉพาะสถานการณ์ “กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว” ซึ่งสอดคล้องกับเสียงของผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจ ที่เห็นพ้องกัน

“กำลังซื้อผู้บริโภคช่วง 2 เดือนแรกค่อนข้างชะลอตัว แต่ด้วยกลยุทธ์ธุรกิจของเรา การขยายพอร์ตโฟลิโอ สิยนค้าใหม่ ขยายช่องทางจำหน่าย ทำให้ยังมีช่องทางการเติบโต สินค้าอาหารหมวดสแน็คยังขายดี ทำให้เราเติบโตได้ดีกว่า”