5 ปีข้างหน้า ตลาดเครื่องดื่มไทยยังสดใส ขยายตัวตามเศรษฐกิจ ภาคการผลิตมองอัตราโตเฉลี่ยต่อปี 3.5-4.5% ที่น่าสนใจ เทรนด์เหล้าเบียร์ การบริโภคและโตต่ำเพียง 1-2%
ในงานโรดโชว์ของ “drinktec 2025” ซึ่งเป็นเวทีการแสดงสินค้าเครื่องดื่มและอาหารเหลวระดับโลก จากบริษัทจัดงานแสดงสินค้า YONTEK มีการพูดถึงทิศทาง โอกาสตลาดเครื่องดื่มโลกที่ยังคงเติบโตทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อมองตลาดประเทศไทย การขยายตัวยังมีให้เห็นเช่นกัน โดย ดร.เจริญ แก้วสุขใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มจะฟื้นตัวสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่มีอานิสงส์จากภาคบริการ การท่องเที่ยว หากแต่การผลิตยังเผชิญกับสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบ อันได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ประมาณการณ์ตลาดเครื่องดื่มใน 5 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2568-2573 คาดว่าอัตรการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5-4.5% ต่อปี โดยมีแรงสนับสนุนจาก 1.การฟื้นตัวของความต้องการบริโภคภายในประเทศ 2.การระบายสต๊อกสินค้า ที่รับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 3.การพัฒนาสินค้าที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 4.ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และ 5.ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่อาจเพิ่มขึ้นจากแพ็คเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปี 2566 ตลาดเครื่องดื่มไทยมีมูลค่าเชิงปริมาณ(Volume) 13,022.9 ล้านลิตร โดยเครื่องดื่มไม่มีแอลกฮอล์ ครองสัดส่วน77.2% และเครื่องดื่มแอลกฮอล์มีสัดส่วน 22.8% และตลาดรวมเชิงมูลค่า(Value) 25,314.6 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นครื่องดื่มไม่มีแอลกฮอล์ 35.7% และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ 64.3%
หากแบ่งหมวดหมู่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในเชิงปริมาณ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำแร่มีสัดส่วน 61.5% น้ำอัดลมและโซดา 24% ชาพร้อมดื่ม 4.2% น้ำผลไม้ 3.4% เครื่องดื่มชูกำลัง 2.9% และอื่นๆ 4% ขณะที่เชิงมูลค่า น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำแร่มีสัดส่วน 37.2% น้ำอัดลมและโซดา 31.5% ชาพร้อมดื่ม 6% น้ำผลไม้ 7.7% เครื่องดื่มชูกำลัง 8.2% และอื่นๆ 9.4% เป็นต้น
ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เชิงปริมาณ 2,965.9 ล้านลิตร แบ่งเป็น เบียร์สัดส่วน 73.5% สุราหรือเหล้า 24.5 % อื่นๆ 2.0% ส่วนเชิงมูลค่า เบียร์สัดส่วน 55.8% เหล้า 36.1% และอื่นๆ 8.1%
มองอนาคต 5 ปี ตลาดเครื่องดื่มโต ภาคการผลิตคาดว่าหมวดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จะเติบโต 4-5% ต่อปี ส่วนน้ำเมาจะ “เติบโตในระดับต่ำ” 1-2% ต่อปี
เจาะลึกรายหมวดหมู่ ระหว่างปี 2568-2570 แต่ละเซ็กเมนต์ เป็นดังนี้
เครื่องดื่มโดยรวม ภาคการผลิตจะเติบโต 3.5-4.5% การบริโภคภายในประเทศเติบโต 4-5% การส่งออง(เชิงปริมาณ) เติบโต 2-3%
เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ภาคการผลิตจะเติบโต 4-5% สอดคล้องกับการบริโภคภายในประเทศโต 4-5% ส่วนส่งออกจะเติบโต 2.5-3.5%
แยกหมวดหมู่น้ำดื่มบรรจุขวด การผลิตจะโต 4-5% การบริโภคภายในประเทศโต 4-5% และการส่งออกโต 4.5-5.5%
น้ำอัดลม การผลิตจะโต 3-4% การบริโภคภายในประเทศจะโต 3-4% และการส่งออกคาดว่าจะ “หดตัว” 1.5-2.5%
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวม การผลิตจะโต 1-2% การบริโภคภายในประเทศจะโต 1.5-2.5% การส่งออกจะ “หดตัว” 1-2%
แยกหมวดหมู่ เบียร์ การผลิตจะโต 1-2% การบริโภคภายในประเทศจะโต 1.5-2.5% การส่งออกจะ “หดตัว” 1-2%
สุรา การผลิตจะโต 1-2% การบริโภคภายในประเทศจะโต 1-2% และการส่งออกจะ “หดตัว” 1-2%
สำหรับหน้าร้อนซึ่งเป็น “ไฮซีซั่น” ของตลาดเครื่องดื่ม ดร.เจริญ ประเมินว่า การเติบโตจะมากกว่าปกติราว 5-10% จากสภาพอากาศปีนี้ที่จะยิ่งทวีความร้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่ม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการ จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการบริโภคน้ำเมา และหากรัฐปลดล็อกกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขยายเวลาดื่มได้ รวมถึงขยายพื้นที่ในการดื่มช่วงเวลาที่ยังห้าม เช่น ร้านอาหาร จากปัจจุบันโรงแรมขายน้ำเมาให้นักท่องเที่ยวได้ จะช่วยส่งเสริมตลาดเครื่องดื่มให้คึกคัก ขยายตัวได้
“หากมีการขยายพื้นที่ดื่มในหมุดหมายด้านการท่องเที่ยว การปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งเสริมตลาดเครื่องดื่มเหล่านี้ได้ อีกด้านจะส่งเสริมการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ด้วย”





