ปี 2568 เข้าสู่ “ยุคทองอุตสาหกรรมมวยไทย” แรงหนุนจากอีโคซิสเตมครบวงจร คณะทำงานซอฟต์พาวเวอร์ฯ เร่งจัดโรดแมปมวยไทย ผนึกค่ายมวยกว่า 400 แห่ง มุ่งอัปสกิล- รีสกิล ขยายอาชีพมวยไทยสู่นักกีฬาระดับสากล ต่อยอดสู่ วัน แชมป์เปี้ยนชิฟ
พร้อมผนึกภาคเอกชน จัด 'มวยไทย เวิลด์ เฟสติวัล' ครั้งใหญ่สุดในโลก เพิ่มฐานแฟนๆ กลุ่มนักท่องเที่ยว-คนรุ่นใหม่ วางแผนโรดโชว์ 10 ตลาดเป้าหมาย คาดสร้างเงินสะพัดในอุตสาหกรรมกว่าแสนล้านบาท
นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ปี 2568 ก้าวเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรมมวยไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอีโคซิสเตมมวยไทยอย่างครบวงจร และภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมถึงมีกลุ่มคนที่สนใจติดตามกีฬามวยไทยเพิ่มสูงมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ภาครัฐเร่งวางนโยบายต่อยอดอุตสาหกรรมมวยไทย ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้แข็งแกร่งและขยายสู่ตลาดโลกให้กว้างขึ้น โดยวางงบประมาณ 700 ล้านบาท ขยายซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย ทั้งการจัดอบรมให้ผู้ที่สนใจอยากอัปสกิลและรีสกิลไปสู่การเป็นมวยไทยแบบอาชีพ ร่วมมือค่ายมวยไทยกว่า 400 แห่ง จัดอบรมต่อยอดทักษะมวยไทย ประเมินว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาร่วมอบรมในทั่วประเทศกว่า 2-3 หมื่นคน พร้อมต่อยอดสู่การทำคลิปออนไลน์เพื่อร่วมสอนมวยไทยและต่อยอดสู่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากคนไทยร่วมกิจกรรมออกกำลังกายกว่า 1 ล้านคน
“มวยไทย เวิลด์ เฟสติวัล” ใหญ่สุดในโลก
สำหรับช่วงต้นปี 2568 ได้จัดงาน “มวยไทย เวิลด์ เฟสติวัล” (Muaythai world festival 2025) ถือเป็นงานมวยไทยที่ยิ่งใหญ่สุดในโลกและเป็นการจัดขึ้นครั้งแรก เป็นงานร่วมเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ของมวยไทยสู่ตลาดโลก มีทั้งการจัดเวทีเสวนามวยไทย
การจัดมวยไทยมาสเตอร์คลาส จาก 4 นักชกซูเปอร์สตาร์ เจ้าของแชมป์ที่มีฐานแฟนๆ จำนวนมาก นำโดย รถถัง จิตรเมืองนนท์, ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9, แสนชัย ดีน่ายิม และ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เปิดคลาสสอนศิลปะแม่ไม้มวยไทย พร้อมจัดชกมวยไฟต์ยิ่งใหญ่จากนักมวยชื่อดังระดับประเทศและต่างประเทศวันละประมาณ 5 คู่ รวมถึงการจัดชกมวยดาราซีรีย์วายครั้งแรกคู่ไฮไลต์ ระหว่าง “หล่งลี” กับ “มิตร ภัทรเดช”
รวมถึงคู่สำคัญ ระหว่าง หมอปิ่น ปิ่นหทัย ณ เชียงใหม่ ที่เป็นคุณหมอ กับ นัท สไปซี่แคท นักบอล และทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา ปี 2024 พร้อมด้วยนักแสดงหญิงชื่อดัง เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ กับ เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ที่เปลี่ยนมาแสดงโชว์ชุดแฟชั่นมวย อีกทั้งในงานยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตและการจัดมาร์เก็ตสินค้าและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย
ทั้งนี้ประเมินว่าการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ จะต่อยอดมวยไทยไปสู่ตลาดนักท่องเที่ยวให้มีความเข้าใจในมิติลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่
โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ. 2568 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งตรงกับ “วันมวยไทย” วันที่ 6 ก.พ.ของทุกปี เพื่อให้คนทั่วโลกได้รู้จักและสนใจร่วมเดินทางมาร่วมงานในไทย เพื่อร่วมอีเวนต์ใหญ่ทุกปี ประเมินว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานประมาณ 2-3 หมื่นคน สร้างเม็ดเงินสะพัดต่อเนื่องนับหมื่นล้านบาท และประเมินว่าต่อจากนี้ไปอุตสาหกรรมมวยไทยจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท
“โจทย์ใหญ่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ คือต้องการร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้แก่คนไทย ดังนั้น มวยไทย ที่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่คนทั่วโลกรู้จักและสนใจมากขึ้น จึงได้ขยายมาสู่การจัด มวยไทยเวิลด์เฟสติวัล 2025 ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี และคาดว่าในปีหน้าจะต่อยอดการจัดงานอีเวนต์ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น”
สินค้า-บริการเกี่ยวเนื่องโตเท่าตัว
ทางด้าน “นายพิมล ศรีวิกรม์” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยกำลังขยายตัวสูงมากในทุกปี สะท้อนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยทั้งสินค้าและบริการ เติบโตสูงมากเป็นเท่าตัวและบางรายการ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว รวมถึงมีฐานแฟนคลับที่ติดตามมากขึ้น
“ปีนี้ได้เตรียมจัดงานเกี่ยวกับมวยไทยแน่นตลอดปี สอดรับกระแสซอฟต์พาวเวอร์มวยไทยที่กำลังขยายตัวและคนต่างประเทศสนใจมวยไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีโรงแรม 4-5 ดาวหลายแห่งเริ่มนำเวทีมวยมาจัดตั้งแล้ว เพราะมีลูกค้าต่างประเทศสนใจอยากเข้ามาเรียนมวยไทย”
สำหรับแผนการขยายซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย นอกจากการจัดงาน “มวยไทย เวิลด์ เฟสติวัล” ในประเทศไทย ยังได้วางแผนจัดงานมวยไทยลีกขึ้นเป็นครั้งแรก โดยขยายไปสู่การจัดทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ ก่อนนำผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปสู่ระดับ วัน แชมเปียนชิป (ONE Championship)
พร้อมกันนี้ได้มุ่งการสร้างมาตรฐานทั้งครูผู้สอน การจัดและบริหารค่ายเพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานของภาครัฐที่ได้กำหนดไว้ และขยายฐานองค์ความรู้และศิลปะการต่อสู้ที่ถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันไทยมีค่ายมวยไทยและยิมออกกำลังกายที่สอนเกี่ยวกับมวยไทย 1 หมื่นแห่ง โดยมีประมาณ 3,500 แห่งที่ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ ส่วนค่ายมวยไทยที่ได้การรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้องจากภาครัฐมีประมาณ 538 แห่ง ส่วนต่างประเทศมี 72 แห่ง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
"หากไปดูสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ตั้งแต่กางเกง และน้ำมันมวย ยอดขายพุ่งทั้งหมด มีฐานแฟนๆ ติดตามเพิ่มขึ้นสูงมาก รวมถึงพบว่า ร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับค่ายมวยไทยราชดำเนิน อย่างลิขิตไก่ย่าง สร้างยอดขายพุ่งแรงจนรับออเดอร์แทบไม่ทันแล้ว"
จัดโรดโชว์ 10 ตลาดทั่วโลกขยายฐาน
สำหรับในระดับโลก ได้เตรียมแผนจัดมาสเตอร์คลาส ที่เป็นโรดโชว์มวยไทยในตลาดโลก โดยนำซูเปอร์สตาร์มวยไทยไปสอนให้แก่ชาวต่างชาติ กำหนดจัดใน 10 แห่ง เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน โปรตุเกส สกอตแลนด์ เยอรมนี และฮ่องกง เป็นต้น เพื่อดึงดูดกลุ่มที่สนใจเข้ามาเรียนมวยไทย เข้ามาพำนักในไทยตั้งแต่รายสัปดาห์จนถึงรายเดือน
อีกทั้งในปัจจุบันมีการให้อนุญาตวีซ่าพิเศษแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเรียนมวยไทยให้พำนักในประเทศยาวนานขึ้น รวมระยะเวลา 90 วัน โดยส่วนใหญ่จะเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว และอยู่ยาวกับค่ายมวยต่างๆ เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวมและการท่องเที่ยวของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม จากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางด้านซอฟต์พาวเวอร์มวยไทยในระหว่างปี 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้การได้รับงบประมาณสนับสนุนประมาณ 265 ล้านบาทจากภาครัฐ สามารถสร้างเม็ดเงินขับเคลื่อนเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศไทยมากกว่า 7,000 ล้านบาท จากการประเมินของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือว่าสร้างเม็ดเงินสูงเกินเป้าหมายที่วางไว้
“จากการไปจัดโรดโชว์สอนมวยไทยในต่างประเทศ มีการเก็บข้อมูลจากหอการค้าไทยพบว่า จากทริปที่ไป 1 วัน ใช้งบรวมประมาณ 7 ล้านบาท สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ามาสู่ประเทศได้สูงถึง 100-200 ล้านบาท เนื่องจากแต่ละครั้งมีผู้สนใจเข้าร่วม 300 คน และพบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง ตัดสินใจเข้ามาเรียนกับครูมวยไทยที่ประเทศไทยพร้อมกับครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ยาว” นายพิมลกล่าว





