"อาร์เอส" ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังหุ้น "RS - RSXYZ" กอดคอดิ่งฟลอร์ ซ้ำแม่ทัพใหญ่อย่าง “เฮียฮ้อ สุรชัย” ถูกฟอร์ซเซลหุ้นตัวเองทั้งใน และนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ สะเทือนความเชื่อมั่น และอาณาจักรธุรกิจเอนเทอร์เทนเมิร์ซ
“อาร์เอส” คือ องค์กรเก่าแก่กว่า 4 ทศวรรษ ที่ก่อร่างสร้างตัวจากธุรกิจเพลง ที่เคยเติบโต ผ่านวิกฤติใหญ่มากมายทั้ง เทปผีซีดีเถื่อนถล่มตลาดจนซวนเซ ทว่า มรสุมหนักคือ ดิจิทัล และเทคโนโลยี “ดิสรัป” จนผู้ประกอบการต้อง “พลิกกระบวนท่า” เพื่ออยู่รอด ฝ่าโจทย์โหดหินแห่งยุคไปให้ได้
เริ่มธุรกิจเพลงในวัยหนุ่ม 19 ปี สู่อาณาจักรพันล้าน
“เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่วัย 19 ปี ปัจจุบันเป็นแม่ทัพใหญ่กับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่วางวิสัยทัศน์ สร้างการเติบโตขององค์กร ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ได้ทรานส์ฟอร์มจาก “ธุรกิจเพลง” สู่ “เอนเทอร์เทนเมิร์ซ” โดยมี 2 เสาหลักสำคัญ คือ ธุรกิจบันเทิงหรือเอนเทอร์เทนเมนต์ และธุรกิจพาณิชย์หรือคอมเมิร์ซ ผลักดันอาณาจักรทำเงินหลายพันล้านบาท
หากผ่าอาณาจักร “อาร์เอส” ธุรกิจบันเทิง บริษัทมีการทำสื่ออย่าง “ทีวีดิจิทัล ช่อง 8” ยังมีรายการวิทยุกับ “สถานีเพลง Cool Fahrenheit” รวมถึงธุรกิจโชว์บิส การจัดคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี (มิวสิก เฟสติวัล) ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมบันเทิง เป็นเครื่องมือการตลาดให้แบรนด์ ฯ ขณะที่ธุรกิจพาณิชย์ มีการพัฒนาและผลิตแบรนด์สินค้าสุขภาพ “ลิฟเวลล์”(RS LiveWell) เช่น Well u Daring&co. แพลตฟอร์มสำหรับชอปปิง “อาร์เอส มอลล์”(RS Mall) การรุกช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายนักธุรกิจหรือขายตรง “Ulife” และบุกตลาดสัตว์เลี้ยงผ่าน “Lifemate” สินค้าเพื่อสุขภาพ และ “Hato” ธุรกิจเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร
แม้ธุรกิจเพลงจะสร้างชื่อให้ “เฮียฮ้อ สุรชัย” เป็นนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย แต่ยังเป็นธุรกิจที่ให้บทเรียนหนักเพราะเจอภาวะ “ขาดทุน” กินเวลา 5 ปี ทว่า ท่ามกลางภูมิทัศน์การเสพสื่อที่เปลี่ยน “ดิจิทัล” เคยเป็นพายุถล่มธุรกิจ อีกด้านสามารถพลิกเป็น “โอกาส” เพราะเมื่อปี 2566 “อาร์เอส” หวนคืนรุกธุรกิจเพลงรอบ 15 ปีด้วย
ลงทุนหนักขยายกิจการ
ปี 2567 “อาร์เอส” เดินหน้าปรับโครงสร้าง หาโอกาสเติบโต ท่ามกลางธุรกิจบันเทิง ธุรกิจพาณิชย์ “หืดจับ” หนึ่งในนั้นคือ การยกระดับ Ecosystem ให้มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รุกคืบสู่ธุรกิจ “คอนซูเมอร์ ไลฟ์สไตล์” เข้าลงทุนในบริษัท กิฟท์ อินฟินิท จำกัด(มหาชน)หรือ Gift ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท อาร์เอสเอ็กซ์วายแซด จำกัด (มหาชน) หรือ RSXYZ ทั้งนี้ มีความคาดหวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมา อาร์เอสเอ็กซ์วายแซด เคลื่อนธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมกันนี้ ได้ให้ “ทายาท” เช่น “โชติ เชษฐโชติศักดิ์” รับบทแม่ทัพ เนื่องจากมีประสบการณ์ และคร่ำหวอดในแวดวงอาหาร และเครื่องดื่มมาเป็นเวลาราว 10 ปี โดยจะนำความรู้ที่มีช่วย “ปิดช่องโหว่” สิ่งที่พ่อนักบริหารไม่มีเวลาดูแล เพราะภารกิจขับเคลื่อนอาร์เอสหนัก
การปรับโครงสร้าง หาน่านน้ำใหม่ของ “อาร์เอส” ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่ คอนซูเมอร์ ไลฟ์สไตล์ แต่เข้าไปลงทุนในกิจการที่หลากหลาย เช่น ซื้อกิจการเอิบเอเชีย แบรนด์เครื่องหอมดัง ซื้อกิจการทั้งหมดในธุรกิจขายตรงของยูนิลีเวอร์ ไลฟ์(ULife) ร่วมทุนกับเชฎฐ์ เข้าสู่สนามธุรกิจบริหารหนี้ครบวงจร การเข้าลงทุนถือหุ้น 51% ใน “ฮาโตะ” ศูนย์บริการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร เป็นต้น ซึ่งล้วนต้องใช้ “เงินลงทุน” ทั้งสิ้น
น่านน้ำใหม่แม้ทำเงิน แต่ธุรกิจหลักกลับหืดจับ เฉพาะไตรมาส 3 ที่ผ่านมา “เอนเทอร์เทนเมนต์” สร้างรายได้ 316.9 ล้านบาท “ลดลง 26.1%” จากไตรมาส 2
ส่วน “พาณิชย์” รายได้ 323.3 ล้านบาท “ลดลง 12.8%” จากไตรมาส 2 ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 640.2 ล้านบาท “ลดลง 20%” จากไตรมาส 2 ที่สำคัญเผชิญ “ขาดทุนสุทธิ 396.5 ล้านบาท” หากไม่รวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างองค์กร และการตลาดเป็น one-time จะขาดทุนสิทธิ 301.1 ล้านบาท แต่บริษัทมีรายได้พิเศษจากการขายหุ้นใน RS UMG 585.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 189 ล้านบาท
จับทิศ “อาร์เอส” หากแม่ทัพ “ถูกลดทอนอำนาจบริหาร”
ล่าสุด “อาร์เอส” เจอแรงกระแทกใหญ่ เมื่อ “เฮียฮ้อ สุรชัย” จำนำหุ้น “อาร์เอส” หลังพบมีการ “กู้เงินใน-นอกตลาด” มูลค่ากว่า “พันล้านบาท” จนเกิดการตั้งคำถามถึง “สัดส่วนการถือหุ้น” และนำไปสู่ “อำนาจการบริหาร” การขับเคลื่อนองค์กร
แหล่งข่าววงการธุรกิจ กล่าวว่า กรณีของ “อาร์เอส” หากมีการเปลี่ยนแปลงแม่ทัพ เปลี่ยนอำนาจการบริหาร ต้องมอง 2 มิติ อย่างแรก องค์กรธุรกิจจะมี “ผู้นำ” 2 แบบ คือ เจ้าของกิจการ ผู้ก่อตั้ง ที่กำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ เพื่อนำพาธุรกิจให้เติบโต และ “การตัดสินใจ” อิงบุคคลเพียงคนเดียวหรือไม่ หากการชี้ขาดเกิดจากผู้นำสูงสุด ย่อมเกิดความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ
ทว่า หากเจ้าของ มีการ “วางระบบ” ไว้อย่างชัดเจน แม้เปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ ใครเข้ามา ยังสานต่อกิจการได้
แบบที่สอง การบริหารงาน นำทัพธุรกิจด้วย “มืออาชีพ” และมีระบบวางไว้ เปลี่ยนผู้นำธุรกิจยังไปต่อได้ แต่ใดๆ ต้องดูวิสัยทัศน์ของผู้บริหารด้วย
“กฎเกณฑ์หนึ่งของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ การจะเปลี่ยนผู้นำ จะต้องมีการวางแผนงานส่งต่อให้กับผู้สืบทอดการบริหาร หรือเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว 10 ปี”
แหล่งข่าวในวงการธุรกิจระดับโลก กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงจาก “เจ้าของ” หรือเชิงบริหาร ผู้ก่อตั้งธุรกิจมีอำนาจน้อยลง กระทั่งมีคนใหม่เข้ามาคุมทัพ ด้านการบริหารอยู่ที่ใจ ตลอดจน วิชั่น ความปรารถนาหรือ Passion จะนำองค์กรไปสู่ความเปลี่ยนแปลง สร้างการเติบโต ส่วนการ “นำ” หรือ Lead ใจผู้คนเป็นอีกมิติ
“การเปลี่ยนแปลงผู้นำเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ก้าวขึ้นมาต้องมั่นคง ชัดเจนในทิศทางพาองค์กรไปข้างหน้า หากผู้นำเดิมมีอำนาจการบริหาร การตัดสินใจน้อยลง คณะกรรมการบริหารต้องรู้จักบริหารความรู้สึกหรืออีโมชันนอล เพราะมวลรวมของขวัญ และกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ที่สำคัญต้องควบคุมการตีความเรื่องอีโมชันนอลให้ได้”
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในประเทศไทย มักถูก Lead โดยธุรกิจครอบครัวหรือ Family Business ทั้งองค์กรใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี แต่บริษัท และแบรนด์จำนวนมากที่เติบโตได้ แม้เปลี่ยนความเป็นเจ้าของ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





