วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เทรนด์อัปราคาห้องพัก ‘โรงแรม’ ชะลอ มั่นใจปี 68 ทัวริสต์ต่างชาติทะลุ 40 ล้านคน

เทรนด์อัปราคาห้องพัก ‘โรงแรม’ ชะลอ มั่นใจปี 68 ทัวริสต์ต่างชาติทะลุ 40 ล้านคน

“ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน ธ.ค. 2567” จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย กับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำรวจระหว่าง 11-25 ธ.ค. มีผู้ตอบแบบสำรวจ 92 แห่ง พบว่าโรงแรมทั้งระดับ 4 ดาวขึ้นไป และไม่เกิน 3 ดาว สามารถปรับ “ราคาห้องพัก” สูงขึ้นในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบกับ พ.ย.

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า เมื่อดูเฉพาะโรงแรมระดับ “4 ดาวขึ้นไป” มีโรงแรมสัดส่วน 15% สามารถขายราคาห้องพักเฉลี่ยที่ระดับ 5,000-7,499 บาทต่อคืน ขณะที่ส่วนใหญ่ 44% ขายราคาห้องพักเฉลี่ย 2,500-4,999 บาทต่อคืน และอีก 27% ขายราคาห้องพักเฉลี่ย 1,500-2,499 บาทต่อคืน

ด้านโรงแรมระดับ “ไม่เกิน 3 ดาว” พบว่า 7% สามารถขายราคาห้องพักเฉลี่ยที่ระดับ 2,500-4,999 บาทต่อคืน แต่ส่วนใหญ่ 39% ขายราคาห้องพักเฉลี่ย 1,500-2,499 บาทต่อคืน ขณะที่อีก 39% ขายราคาห้องพักเฉลี่ย 1,000-1,499 บาทต่อคืน และ 15% ขายราคาห้องพักเฉลี่ยได้ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อคืน

“ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่าอัตราการปรับเพิ่มราคาห้องพักมีแนวโน้มชะลอลง เนื่องจากเร่งขึ้นไปมากหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 หมดลงช่วงแรก”

เทรนด์อัปราคาห้องพัก ‘โรงแรม’ ชะลอ มั่นใจปี 68 ทัวริสต์ต่างชาติทะลุ 40 ล้านคน

สำหรับภาพรวม “ธุรกิจโรงแรมปี 2567” ที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจาก “อัตราการเข้าพัก” เฉลี่ยที่สูงกว่าปีก่อนและเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิดแล้ว ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นในโรงแรมทุกระดับดาวและเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคเหนือ หลังได้รับผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4

เฉพาะเดือน ธ.ค. 2567 โรงแรมมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 76% โดยโรงแรมใน “ภาคตะวันออก” มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยมากอันดับ 1 ที่ระดับ 83.9% เพิ่มขึ้นจาก 70.9% ของเดือนก่อน รองลงมาคือ ภาคกลาง มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 79.5% เพิ่มขึ้นจาก 77.8% ส่วนภาคใต้ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 76% เพิ่มขึ้นจาก 74.3% ด้านภาคเหนือ 66.6% เพิ่มขึ้นจาก 60.3% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่แสดงข้อมูล เนื่องจากมีผู้ตอบน้อย

“ผลสำรวจคาดการณ์ด้วยว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือน ม.ค. 68 จะอยู่ที่ระดับ 73% เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยปรับเพิ่มขึ้นในทุกระดับดาวเช่นกัน”

เทรนด์อัปราคาห้องพัก ‘โรงแรม’ ชะลอ มั่นใจปี 68 ทัวริสต์ต่างชาติทะลุ 40 ล้านคน

ขณะเดียวกัน ในเดือน ธ.ค.2567 โรงแรมที่มีสัดส่วน “ลูกค้าต่างชาติ” มากกว่า 50% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน สอดคล้องกับภาพรวมปี 2567 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอย่างภาคกลางและภาคใต้ ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าต่างชาติหลักในปี 2567 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เอเชียและตะวันออกกลาง (ไม่รวมจีนและมาเลเซีย) และยุโรปตะวันตก ซึ่งเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปเป็นสำคัญ

“ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่คาดด้วยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 40 ล้านคน สอดคล้องกับประมาณการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขณะที่ห้องพักในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเล็กน้อย”

ด้าน “การจ้างงาน” ในเดือน ธ.ค. 2567 มีสัดส่วนโรงแรมที่เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานลดลงจากเดือนก่อน ทั้งในโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปและไม่เกิน 3 ดาว ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่กระทบเพียงคุณภาพการให้บริการ แต่ไม่กระทบกับความสามารถในการรองรับลูกค้า

เทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วง “ปีใหม่ 2568” ที่ผ่านมาว่าเป็นไปอย่างคึกคัก เกิดจากความร่วมมือของทางภาครัฐและเอกชนในการจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2025” กิจกรรมแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านการแสดงดนตรี คอนเสิร์ต จากศิลปินจากศิลปินที่มีชื่อเสียง และการแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่อลังการ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน “Global Countdown Destination” จุดหมายที่สำคัญในการเฉลิมฉลองการนับถอยหลังปีเก่าสู่ศักราชใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ 

รวมทั้งมาตรการยกเว้นวีซ่า (วีซ่าฟรี) และยกเว้นบัตร ตม.6 สำหรับด่านชายแดนทางบก สายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ที่เป็นปัจจัยช่วยส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน ในปี2567

สมาคมฯ เชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อน “ปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา” หรือ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” โดยการสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ให้แก่นักท่องเที่ยว จะนำไปสู่การเพิ่มการใช้จ่ายนักท่องเที่ยว และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนยังคงต้องร่วมมือและใส่ใจในเรื่องผลกระทบต่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมปัญหาความเสื่อมโทรม เพราะ “การท่องเที่ยว” เป็นสิ่งที่โดดเด่นในการหารายได้เข้าประเทศ