วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ส่องค้าปลีกปี 68 ฝ่ามรสุม สินค้าจีน-ต้นทุนพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดโต 3%

ส่องค้าปลีกปี 68 ฝ่ามรสุม สินค้าจีน-ต้นทุนพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดโต 3%

ธุรกิจค้าปลีกไทยปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดโต 3% มูลค่า 4.3 ล้านล้านบาท มีโอกาสขยายตัวน้อยสุดในรอบ 3 ปี แรงกดดันจากสินค้าจีนตีตลาดหนัก กระทบทั้งค้าปลีก ผู้ผลิตสินค้าไทย รวมถึงแบกรับต้นทุนเพิ่ม - ส่วนแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ ท่องเที่ยว

สำรวจทิศทางค้าปลีกของประเทศไทยในปี 2568 จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินภาพรวมค้าปลีกไทย จะขยายตัว 3.0% มีมูลค่าประมาณ 4.3 ล้านล้านบาท โดยมีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัว (CAGR 2564-2566) เฉลี่ยปีละ 6.1% 

ภาพรวมตลาดค้าปลีกแข่งขันสูงขึ้น ปัจจัยกดดัน

  • ผู้ผลิตจีนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยโดยตรง รุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ มีผลต่อผู้ประกอบการค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าไทยแข่งขันลำบากขึ้น โดยเมื่อสำรวจช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 ประเทศไทยมีมูลค่านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 41% ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด รวมถึง ต้องติดตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อาจส่งผลให้มีสินค้าจีนเข้ามาไทยมากขึ้น 

ส่องค้าปลีกปี 68 ฝ่ามรสุม สินค้าจีน-ต้นทุนพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดโต 3%

  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ทำให้กลุ่มคนทำงาน ผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่อีกด้าน ทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันธุรกิจค้าส่งค้าปลีก มีการจ้างงาน ประมาณ 3.1 ล้านคน และคนที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ หรือต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน มีประมาณ 1.1 ล้านคน หรือ 35%

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินเบื้องต้น หากรัฐมีนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ มีผลต่อธุรกิจค้าส่งค้าปลีกมีต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น 5.6% แต่การปรับขึ้นค่าจ้างอาจส่งผลต่อผู้ประกอบการค้าปลีกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุน การปรับขึ้นราคาสินค้า 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดภาครัฐ ได้ประกาศนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน นำร่องใน 4 จังหวัดได้แก่ จ.ภูเก็ต, จ.ฉะเชิงเทรา, จ.ชลบุรี, จ.ระยอง และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีผลทางการวันที่ 1 ม.ค. 2568 

สำหรับแรงหนุนตลาดค้าปลีก

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการอัดฉีดเงินให้แก่ผู้สูงอายุในเฟสสอง การดำเนินนโยบาย เงินดิจิทัล วอลเล็ต ในเฟสสาม
  • มาตรการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt
  • มาตรการคุณสู้เราช่วย ในเรื่องโครงการลดหนี้
  • การทยอยฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้เมื่อประเมินภาพรวม ค้าปลีกทั้งหมดกลุ่มที่มีการขยายตัวสูงคือ ค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นเทรด คาดว่าจะขยายตัว 4.8% สูงกว่าตลาดรวม มาจากการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก ผู้ประกอบการรายอื่นๆ โดยเฉพาะค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional trade) ส่งผลให้โมเดิร์นเทรด มีส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มขึ้นมาที่ 45% แล้ว ส่วนค้าปลีกแบบดั้งเดิม มีส่วนแบ่งการตลาด 55% แตกต่างจากในช่วง 5 ปีก่อน มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 40% และค้าปลีกแบบดั้งเดิม มีส่วนแบ่งการตลาด 60% 

ส่องค้าปลีกปี 68 ฝ่ามรสุม สินค้าจีน-ต้นทุนพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดโต 3%