background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

โรงแรม ภูเก็ต-ชลบุรี ตั้งรับแบกค่าแรง 400 บาท จี้รัฐกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยว

โรงแรม ภูเก็ต-ชลบุรี ตั้งรับแบกค่าแรง 400 บาท จี้รัฐกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยว

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 ตามมติคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2567 โดยได้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มอัตราวันละ 7-55 บาท เป็นอัตราวันละ 337-400 บาท ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 เป็นต้นไป

โดยพื้นที่ที่มีการกำหนด “ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท” มีผลใน 4 จังหวัดและ 1 อำเภอนำร่อง ได้แก่ จ.ภูเก็ต จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นด้าน “การท่องเที่ยว”

มรกต กุลดิลก นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า เบื้องต้นประเมินว่าโรงแรมใน “ชลบุรี” ระดับ “ไม่เกิน 3 ดาว” จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเรื่องต้นทุนจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็น 400 บาท มากกว่าโรงแรมระดับ 4-5 ดาวซึ่งจ้างด้วยอัตราสูงกว่าขั้นต่ำอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การจ้างแรงงานที่มีทักษะหรือฝีมือ (Skilled labor) เช่น แม่บ้าน ช่าง และพนักงานในครัว ก็จะถูกจ้างสูงกว่าอัตรา 400 บาทต่อวันด้วยเช่นกัน ซึ่งยังไม่รวมสวัสดิการอื่นๆ ที่ทางโรงแรมจัดให้เพิ่มเติม เช่น เซอร์วิสชาร์จ และอาหาร 3 มื้อ ทางสมาคมฯ จึงมองว่าแรงงานที่ไม่มีทักษะอาจจะต้องถูกคัดเลือกอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ได้แรงงานที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยโรงแรมส่วนใหญ่จะมีแรงงานที่ไม่มีทักษะคิดเป็นสัดส่วน 10-20% ของแรงงานทั้งหมด

“ถามว่าเดือดร้อนหรือไม่ เรื่องการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็น 400 บาทต่อวัน มองว่าผู้ประกอบการโรงแรมในชลบุรีทุกรายเตรียมตัวกันมาพอสมควรแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับผลกระทบให้ได้ เพียงแต่มองว่ารัฐบาลควรออกมาตรการส่งเสริมภาคธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปเป็นร่างควบคู่ด้วยเพื่อเพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ใช่ว่ามีแต่ขึ้นค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม”

ยกตัวอย่างเช่น ค่าจัดประชุมสัมมนาของภาครัฐที่คงอัตราเดิมมานาน ก็ควรมีการปรับขึ้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน รวมถึงออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซันในปี 2568 และมาตรการทางภาษีอื่นๆ อย่างตอนนี้ที่ “กระทรวงการคลัง” มีมาตรการ "Easy e-Receipt 2568" อีกครั้ง เริ่มลดหย่อนภาษีตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-28 ก.พ. 2568 ทางสมาคมฯ มองว่าสามารถใช้มาตรการนี้กระตุ้นให้คนไทยออกท่องเที่ยวไม่ใช่เฉพาะช่วงต้นปีซึ่งตรงกับไฮซีซัน มีชาวต่างชาติหนีหนาวมาพำนักในไทยจำนวนมากอยู่แล้ว แต่สามารถกระจายการเดินทางไปยังช่วง “โลว์ซีซัน” กลางปี ตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์ไปจนถึงเดือน ต.ค.ได้ด้วย เพื่อให้คนไทยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

“จริงๆ แล้วรัฐบาลควรออกนโยบายบังคับให้ทุกโรงแรมสามารถออก e-Tax หรือ e-Receipt ได้ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากย้อนไปตอนรัฐบาลออกมาตรการเที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 2567 ตั้งแต่เดือน พ.ค.-พ.ย. พบว่ามีโรงแรมในเมืองรองน้อยรายที่สามารถออก e-Tax หรือ e-Receipt เพื่อลดหย่อนภาษีได้” มรกตกล่าว

โรงแรม ภูเก็ต-ชลบุรี ตั้งรับแบกค่าแรง 400 บาท จี้รัฐกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยว

ศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ด้านภาพรวมสถานการณ์ค่าจ้างขั้นต่ำของธุรกิจโรงแรมใน “ภูเก็ต” มีการจ่ายให้ลูกจ้างมากกว่า 400 บาทต่อวันอยู่แล้ว และยังมี “ค่าเซอร์วิสชาร์จ” (Service Charge) โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซัน โรงแรม 4-5 ดาวหลายแห่งให้ค่าเซอร์วิสชาร์จแก่พนักงานสูงกว่าฐานเงินเดือนด้วยซ้ำ รวมถึงให้สวัสดิการต่างๆ เช่น อาหาร ยูนิฟอร์ม รถรับส่ง และประกันกลุ่มเพิ่มเติม

สมาคมฯ ประเมินว่าภาพรวมผู้ประกอบการโรงแรมในภูเก็ตน่าจะสามารถปรับตัวได้สอดคล้องกับนโยบายค่าแรงของรัฐบาล แม้แต่โรงแรมระดับไม่เกิน 3 ดาวในภูเก็ตส่วนใหญ่ก็มีการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำเกิน 400 บาทต่อวันอยู่แล้ว ทั้งนี้บางแห่งอาจปรับตัวด้วยการเลือกใช้วิธี “การันตีเซอร์วิสชาร์จ” เพื่อให้ค่าจ้างขั้นต่ำเกิน 400 บาทต่อวัน

“ยิ่งโรงแรมที่ไม่ค่อยมีเซอร์วิสชาร์จสูง หรือไม่ได้มีสวัสดิการมอบให้ลูกจ้างมากนัก ยิ่งต้องจ่ายเงินเดือนเกินอัตราขั้นต่ำเพื่อจูงใจคนมาทำงานในภาวะขาดแคลนแรงงาน อย่างโรงแรมในตัวเมืองภูเก็ต จ้างในอัตราสูงกว่า 13,000-14,000 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว แต่เซอร์วิสชาร์จให้พนักงานอาจจะไม่ได้สูงมาก อยู่ที่ราว 2,000-3,000 บาทต่อเดือน”

แต่ถ้าเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาวตามชายหาดที่มีการให้ “ค่าเซอร์วิสชาร์จ” แก่พนักงานสูงในช่วง “ไฮซีซัน” เฉลี่ยมากกว่า 10,000-15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนสำหรับ 4 ดาว และ 20,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนสำหรับ 5 ดาว หรือบางแห่งให้มากถึง 30,000-40,000 บาทต่อเดือนก็มี ขณะที่ช่วงโลว์ซีซันพบว่าโรงแรม 4 ดาวตามชายหาด พนักงานจะได้เซอร์วิสชาร์จ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ส่วนโรงแรม 5 ดาวตามชายหาดได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือนช่วงโลว์ซีซัน เพราะแขกเข้าพักจำนวนมากตลอดทั้งปี

“สำหรับโรงแรม 4-5 ดาวตามชายหาดในภูเก็ต ต่อให้จ่ายค่าจ้างในอัตราขั้นต่ำ แต่พนักงานก็จะไม่ค่อยดูตรงนั้น เพราะอยากได้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากส่วนของเซอร์วิสชาร์จมากกว่า”