สินค้ามือสองจากญี่ปุ่นบุกไทย เครือสหกรุ๊ปควง 4 บริษัทในกลุ่มผนึก "เวิลด์" ตั้งบริษัท "ร่วมทุน" ลุยค้าปลีกร้านแฟชั่นสินค้ามือสองภายใต้ "แร็กแท็ก" รับกระแสธุรกิจโตเร็ว และเทรนด์ผู้บริโภครักษ์โลก นำของเก่ากลับมาใช้ใหม่
หากใครมีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่น จะเห็นว่าหนึ่งในตลาดสินค้าแฟชั่นที่มีบทบาทอีกหมวดหมู่คือ “สินค้ามือสอง” และหากสำรวจไอเทมสุดเก๋เท่ห์ จะมีราคาสูงพอตัว อย่างย่าน Shimokitazawa ที่ได้รับการขนานนามให้แดนศักดิ์สิทธิ์สินค้ามือสอง เพราะมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สินค้ามือสองนำเข้าจากสหรัฐฯแบบแร์ไอเทม เป็นต้น
เครือสหพัฒน์ เป็นที่รู้กันดีว่าเป็น “อาณาจักรแสนล้านบาท” เป็นยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคเก่าแก่ของเมืองไทย โดยกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญคือการ “ผนึกพันธมิตร” เพื่อสร้างการเติบโต และ “ทุนญี่ปุ่น” เป็นจิ๊กซอว์เสริมแกร่งซึ่งกันและกัน
ล่าสุด 4 บริษัทในเครือสหกรุ๊ป ประกอบด้วย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอสซี โซ อิน จำกัด บริษัท ทีเอ็นแอลเอ็กซ์ จำกัด และ บริษัท ไอ.ดี.เอฟ.จำกัด ได้ร่วมมือกับ บริษัท เวิลด์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดตัวธุรกิจค้าปลีก “ร้านแฟชั่นสินค้ามือสอง” ภายใต้แบรนด์ “แร็กแท็ก” (RAGTAG) ในประเทศไทย
ในครั้งนี้นายโนบุเทรุ ซูซูกิ ประธานและตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่น และบริษัทแม่ของ Tin Pan Alley Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการ “แร็กแท็ก” (RAGTAG) ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อลงนามเป็นพันธมิตรและ “ตั้งบริษัทร่วมทุน” โดยมีนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย พร้อมผู้บริหารของทั้ง 4 บริษัทในเครือสหกรุ๊ป
สำหรับการประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งสำคัญ จะได้นำร้านค้าดีไซเนอร์แฟชั่นมือสอง “แร็กแท็ก” (RAGTAG) เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และความร่วมมือดังกล่าวยังถือเป็นการผนึกรวมความเชี่ยวชาญของผู้นำในอุตสาหกรรมทั้งสองเข้าด้วยกัน เพื่อปูทางไปสู่การขยายธุรกิจแฟชั่นที่ยั่งยืนและเป็นผู้นำเทรนด์ในประเทศไทยด้วย
ด้าน “ตลาดสินค้ามือสอง” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ “เติบโตเร็วที่สุด” ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ตระหนักในความรับผิดชอบและแสวงหาทางเลือกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความสามารถในการซื้อ และความเป็นปัจเจกมากขึ้น แฟชั่นที่นำกลับมาใช้ใหม่จึงกลายมาเป็นกระแสที่ทรงพลังในการเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์การค้าปลีกทั่วโลก
ขณะที่การเข้ามาของ “แร็กแท็ก” (RAGTAG) ในประเทศไทยนับเป็นเครื่องพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงนี้ โดยให้ผู้บริโภคเข้าถึงชิ้นงานของนักออกแบบคุณภาพสูงที่ไม่ซ้ำใครในขณะที่สอดคล้องกับค่านิยมด้านความยั่งยืนพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น ธุรกิจร้านแฟชั่นมือสอง “แร็กแท็ก” จึงตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดสินค้ามือสองในประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนโดยนักช้อปรุ่นใหม่ที่ชาญฉลาดและใส่ใจในสไตล์ ภายใต้แนวทางการคัดสรรสินค้าสวยหรูมือสองของ “แร็กแท็ก” (RAGTAG) มอบโอกาสให้กับผู้บริโภคชาวไทยในการเลือกช้อปสินค้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์ในราคาที่เอื้อมถึงได้ พร้อมรวบรวมความเป็นเอกลักษณ์และสไตล์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว
อย่างไรก็ตาม “แร็กแท็ก” (RAGTAG) แบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่ดำเนินร้านค้าแฟชั่นหรูมือสอง มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีร้านค้า 23 แห่งที่เปิดดำเนินการในญี่ปุ่นหลังจากเปิดร้านแห่งแรกในฮาราจูกุ โตเกียว ในปี 2528 บริษัทมีการซื้อสินค้า 700,000 ชิ้นต่อปี และสินค้าที่ซื้อทั้งหมดจะถูกนำมาจัดสรรในคลังสินค้ากลาง พร้อมตรวจสอบคุณภาพ และซ่อมแซมก่อนจำหน่าย นอกเหนือจากการจำหน่ายในร้านแล้ว
บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีความรวดเร็วอีกด้วย ในส่วนของผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายหน้าร้านค้าเป็นสินค้ามือสองคุณภาพสูงที่คัดสรรโดยผู้ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง และทำลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงความสุขในการเลือกซื้อสินค้าด้วยความสบายใจ ส่งผลให้สามารถดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดสินค้าแฟชั่นมือสองมาโดยตลอด
ย่าน Shimokitazawa เต็มไปด้วยสินค้าแฟชั่นมืองสอง
เกี่ยวกับบริษัท เวิลด์ จำกัด ผู้ค้าปลีกแฟชั่นชื่อดังจากญี่ปุ่น เป็นเจ้าของ “แร็กแท็ก” (RAGTAG) ผ่าน Tin Pan Alley บริษัทในเครือ โดยบริษัทได้วางตัวในตลาดแฟชั่นมือสองอย่างมีกลยุทธ์ เป็นผลให้มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าแฟชั่นมือสองให้กลายเป็นประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ทั้งน่าประทับใจและสามารถเข้าถึงได้
ขณะที่กลุ่มสหพัฒน์ ซึ่งมี บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในภาคค้าปลีกและแฟชั่นของประเทศไทย มีเครือข่ายที่กว้างขวางและมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจการค้าปลีกของประเทศ การประสานความร่วมมือของพันธมิตรทั้งสองจะสามารถร่วมกันสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์แฟชั่นสุดหรูในรูปแบบใหม่





