'มาม่า' ไม่ใช่ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจไทย เพราะยอดขายบริษัทเติบโตมากน้อยได้ แม้ในยามเศรษฐกิจดี-และไม่ดี ล่าสุดกับการออกงานใหญ่ เสิร์ฟความอร่อยให้เศรษฐี เซเลบริตี ผู้มีกำลังซื้อสูงที่ "เซ็นทรัลชิดลม" โฉมใหม่ หนุนการสร้างแบรนด์เจาะผู้บริโภคไทยทุกคน
หากกล่าวถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเบอร์ 1 ของเมืองไทยอย่าง “มาม่า” ผู้บริโภคมีหลายภาพจำเกิดขึ้น ทั้งแบรนด์เจ้าของสโลแกน “มาม่า อร่อย” รวมถึงการเป็น “ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ” ที่ถูกตราประทับการรับรู้มาอย่างยาวนาน “ยาก” จะลบล้างออกไป
ล่าสุด หากใครได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ “เซ็นทรัลชิดลม” โฉมใหม่กับการเป็น The Store Of Bangkok ที่มีทั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์มาร่วมงาน บรรดาแม่ทัพนายกองแห่ง “ตระกูลจิราธิวัฒน์” ตลอดจนนักธุรกิจ เซเลบริตีมากมายเข้าร่วมงาน
ทว่า มีหนึ่งบูธแบรนด์อาหารดังที่ปรากฏในงานด้วย นั่นก็คือ “MAMA STATION” ที่งานนี้นำบะหมี่ฯเบอร์ 1 มาม่า ไปเสิร์ฟบรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มีกำลังซื้อสูง เป็นการสะท้อนภาพของแบรนด์ที่คนรู้จักในวงกว้าง(Mass) ขยับไปเฉิดฉายในตลาดบนได้อย่างลงตัว
ที่ผ่านมา กรุงเทพธุรกิจ เคยย้ำกับผู้บริหาร “มาม่า” ทั้งฝั่งโรงงานก็คือ “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA หรือแม้กระทั่งฝั่งที่ทำหน้าที่จัดจำหน่ายอย่าง “เวทิต โชควัฒนา” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับความเห็น “มาม่า” ราคาซอง 7 บาท ยังคงเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจหรือไม่ โดยเศรษฐกิจไม่ดี มาม่าจะขายดี พอเศรษฐกิจดี ผู้บริโภคมักมีทางเลือกไปกินอาหารอื่นๆ
ผู้บริโภคมักจะให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจดี มาม่า ก็ขายดี เศรษฐกิจไม่ดี มาม่าจะขายดีมากหน่อย นั่นเป็นภาพจริงที่ปรากฏและแจงสี่เบี้ยอยู่เสมอ
ปี 2567 ที่ผลประกอบการ 9 เดือนของบริษัทต่างๆออกมา แน่นอนมีทั้งดีและไม่ดี ทว่า ปมปัญหาใหญ่คือภาวะกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ “มาม่า” ยังถูกหมายตาให้เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจเช่นเดิม
ประเด็นนี้ “พันธ์” เคยฉายภาพว่า หากมองตลาดบะหมี่ฯใน ปี 2567 ถือเป็นปีแห่ง “ตลาดทางเลือก” เพราะมีตัวแปรสำคัญทำให้เกิดการขยายตัว แน่นอนว่าสินค้าหลักซอง 7 บาท ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเท่าเดิม และไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจไม่ดี เพราะมาม่าและบะหมี่ฯ ยังเป็นสินค้าแรกและตัวเลือกสุดท้ายที่คนบริโภค
“มาม่า หากไม่เป็นตัวเลือกแรกก็ตัวเลือกสุดท้ายของผู้บริโภค คนทานเพราะชอบมาม่า และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี มาม่าก็เป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จำเป็น มาม่าเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคอยู่เสมอ”
เมื่อ “มาม่า” เป็นตัวเลือกของผู้บริโภคไม่ว่ายามหิว ยามเมา แฮงก์ ฝนตก อากาศหนาว จะยากดี มีจน หรือเป็นเศรษฐี กำลังซื้ออู้ฟู่! “บะหมี่ฯ” ในน้ำร้อนๆซักชาม ล้วนเป็นคำตอบที่ดี
เช่นเดียวกับการที่ MAMA STATION ออกไปเสิร์ฟความอร่อยในการเปิด “เซ็นทรัลชิดลม” โฉมใหม่ เป็นอีกกิจกรรมและงานใหญ่ที่ทลายภาพตัวชี้วัดเศรษฐกิจ เพราะ “มาม่า” เป็นเมนูที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม การพยายามทำตลาดของ “มาม่า” ไม่ใช่แค่ย้ำการเป็นสินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเซ็กเมนต์ ทุกคน แต่การที่แบรนด์เก่าแก่กว่า 5 ทศวรรษ หากไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ วันนึงแบรนด์ก็จะเลือนหายไปได้ ดังนั้น การเดินเกมทุกแนวรบจึงทำให้ “มาม่า” แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี





