บิ๊กคอร์ปกลุ่มอาหาร เร่งแผนลงทุนรอบใหม่ “น้ำมันรำข้าวคิง” แบรนด์ไทยที่อยู่ในประเทศ 47 ปี ได้ประกาศแผนระยะยาว 6 ปีจนถึงปี 2573 ใช้งบ 1,500 ล้านบาท เร่งสร้างโรงงานแห่งที่สี่ในไทย ที่นครสวรรค์ เสร็จปลายปีหน้า เพิ่มลงทุนเครื่องจักร ขยายสินค้าใหม่ๆ เพิ่มยอดขายถึง 1 หมื่นล้าน
นายประทีป สันติวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง บริษัท น้ำมันบริโภคไทยและ บริษัท ไทยร่วมใจน้ำมันพืช กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนลงทุนครั้งใหญ่ ด้วยการใช้งบ 1,500 ล้านบาท ในช่วง 6 ปีนับจากนี้ จนถึงปี 2573 แบ่งเป็น การ โรงงานแห่งใหม่ ในจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 เป็นโรงงานต้นน้ำในการรับวัตถุดิบหลักคือ รำข้าว เพื่อส่งต่อให้โรงงานในเครือ ถือเป็นโรงงานแห่งที่สี่ในประเทศไทย
ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัทมีฐานการผลิตหลักของสินค้ามาจาก โรงงาน 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นโรงงานกลั่นและบรรจุขวดน้ำมันรำข้าว ส่วนโรงงานจังหวัดนครราชสีมาเป็นโรงงานกลั่นและสกัดน้ำมันรำข้าว และในจังหวัดพระนครศรียุธยา เป็นโรงงานสกัดน้ำมันรำข้าว ซึ่งโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบสำคัญคือ ข้าว โดยวัตถุดิบหลักที่บริษัทใช้เป็น รำข้าว มีอายุในการจัดเก็บที่สั้นเพียง 2 วัน ต้องนำส่งแปรรูปสกัดในโรงงานทันที
"การทำน้ำมันรำข้าว มีความยากอยู่ที่ วัตถุดิบ ต้องนำเข้าไปแปรรูปทันที ทำให้ผู้ประกอบการหลักที่เป็นผู้ผลิตมีประมาณ 4 บริษัทเท่านั้น ทั้งที่ในตลาดมีผู้เล่นรวม 18 แบรนด์ บางแบรนด์ใช้วิธีนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาบรรจุในไทย"
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนพัฒนาเครื่องจักรแห่งใหม่ในทันสมัยขึ้น รวมถึงวางแผนกำลังการผลิตในโรงงานแห่งเดิมให้สูงขึ้น โดยประเมินว่าจากแผนลงทุนใหม่ จะทำให้กำลังการผลิตวัตถุดิบ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5 แสนตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนตันต่อปี ทั้งหมดสอดคล้องกับการขยายตลาดใหม่ๆ และส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
สำหรับโรงงานสกัดในปัจจุบัน มีกำลังการผลิตรวมกว่า 1,550 ตันรำข้าว/วัน ทำให้สามารถผลิตน้ำมันรำข้าวดิบได้มากถึง 88,000 ตัน/ปี ส่วนโรงกลั่นมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ประมาณ 350 ตันน้ำมันดิบ/วัน สามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้มากถึง 60,000 ตัน/ปี
นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายสินค้ากลุ่มอาหารใหม่ เน้นนวัตกรรมและมาจากการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) โดยได้แปรรูปมาจากรำข้าว ทั้งชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว ครีมเทียมน้ำมันรำข้าวไรซ์ลี่ เครื่องดื่มรำข้าวไรซ์ลี่ อีกทั้งมีแผนพัฒนา แว็กซ์บริสุทธิ์ที่มาจากรำข้าว เพื่อส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอางและยา และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินแบรนด์ น้ำมันรำข้าวคิง อยู่ในตลาดมา 47 ปี เป็นผู้นำตลาดกลุ่มน้ำมันรำข้าว ที่มีมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาด 85% โดยตลาดน้ำมันรำข้าว มีสัดส่วน 4-5% ของตลาดน้ำมันพืชที่มีมูลค่า 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลประกอบการในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท มีการขยายตัวประมาณ 3-5% จากปีก่อน และประเมินว่าในปี 2573 จากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง จะสร้างผลประกอบการรวมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท





