วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

ปิดตำนานอร่อยไม่ซ้ำ ? ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ปรับรสชาติครั้งใหญ่ ทุกร้านต้องขายดีขึ้น!

ปิดตำนานอร่อยไม่ซ้ำ ? ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ปรับรสชาติครั้งใหญ่ ทุกร้านต้องขายดีขึ้น!

“ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น” เตรียมยกเครื่อง 7 แบรนด์ลูกในเครือ ผู้บริหารชี้ ปีหน้าคือ ปีแห่งการปรับปรุง ต้องทำให้รสชาติทุกร้านแฟรนไชส์อยู่ในระนาบเดียวกัน มองขายบะหมี่เกี๊ยวอย่างเดียวไม่พอดันการเติบโต อนาคตอาจได้เห็นเครือชายสี่ขายอาหารญี่ปุ่น - ยำ - เครื่องดื่มด้วย

“ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ตัดสายสะดือมาตั้งแต่ปี 2537 นับจนถึงตอนนี้ก็มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์แล้ว ในยุคนั้นบะหมี่เกี๊ยวถือเป็นดาวเด่นเบอร์ต้นๆ ในตลาดสตรีทฟู้ด แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผู้เล่นเยอะขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน “บะหมี่เกี๊ยว” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะพาธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด นี่จึงเป็นที่มาของการยกเครื่อง “ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น” โดยผู้บริหารประกาศวาระสำคัญในปี 2568 ไว้ว่า จะมีการปรับปรุงรสชาติ และคุณภาพของทุกร้านในเครือ ไม่เว้นแม้กระทั่ง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ร้านเรือธงที่ครองสัดส่วนรายได้ราว 85% ของพอร์ตโฟลิโอ

“อนุชิต สรรพอาษา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด สรุปภาพรวมธุรกิจตอนนี้ให้ฟังว่า แบรนด์ร้านอาหารของชายสี่ฯ มีทั้งหมด 7 แบรนด์ ได้แก่ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ชายสี่พลัส ชายใหญ่ข้าวมันไก่ พันปีบะหมี่เป็ดย่าง อาหลีหมี่ฮาลาล ไก่หมุนคุณพัน และลูกชิ้นทอดโอ้มายก๊อด และยังมีแบรนด์ร้านอาหารที่กลุ่มชายสี่ฯ เข้าไปถือหุ้นใหญ่อีก 3 ร้าน คือ “BRIX Dessert Bar” “หมูสองชั้น หมูกระทะ” และ “ก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้” 

ปิดตำนานอร่อยไม่ซ้ำ ? ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ปรับรสชาติครั้งใหญ่ ทุกร้านต้องขายดีขึ้น!

ร้านที่มีตัวเลขจำนวนสาขา และรายได้มากที่สุด ยังคงตกเป็นของ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” มีสาขาครอบคลุมเกือบๆ 5,000 แห่งทั่วประเทศ ทำเงินให้บริษัทราว 85% นับว่า เป็นสัดส่วนที่เยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนแบรนด์ในเครือ โดย “อนุชิต” บอกว่า ตอนนี้แบรนด์ลูกทำรายได้รวมกันน้อยกว่า 10% อนาคตตั้งเป้าอยากดันให้อีก 6 แบรนด์ลูก มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยสัดส่วน 20% 

หากถามว่า อะไรทำให้แบรนด์ลูกตั้งแต่ข้าวมันไก่ไปจนถึงลูกชิ้นปิ้งไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร “อนุชิต” มองว่า เพราะแบรนด์เหล่านี้ถูกทิ้งไว้นาน ไม่ได้มีการหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นหรือปรับสูตรใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

อย่าง “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” ก็มีมานานแล้ว แต่พบว่า จุดขายยังไม่โดดเด่นมากพอที่จะทำให้พ่อค้าแม่ขายตัดสินใจซื้อไปเปิดแฟรนไชส์ ภารกิจหลังจากนี้ คือ การปรับปรุงรสชาติ และคุณภาพครั้งใหญ่ โดยเอาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับลูกค้าร้านแฟรนไชส์ ช่วยดูเรื่องต้นทุนที่เป็นตัวแปรสำคัญของร้านสตรีทฟู้ด

ปิดตำนานอร่อยไม่ซ้ำ ? ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ปรับรสชาติครั้งใหญ่ ทุกร้านต้องขายดีขึ้น! -อนุชิต สรรพอาษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด-

ที่สำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้คนค้าขายได้กำไรสูงขึ้น โจทย์เรื่องบริหารจัดการต้นทุน ปรับปรุงแพ็กเกจยังเป็นสิ่งที่ต้องทำสม่ำเสมอ วางแผนเข้าไปช่วยดูกระทั่งซัพพลายเออร์เพื่อให้ร้านค้าได้ของดีราคาถูก รวมทั้งระบบเทรนนิ่งที่จะถูกพัฒนาแบบพร้อมใช้งานภายในปีหน้า จนไปถึงการคิดค้นเมนูใหม่ๆ เพื่อทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อย่าง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ก็เพิ่งมี “เล้งแซ่บ” เป็นเมนูใหม่ พบว่า ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก

นอกจากแบรนด์ลูก ร้านแม่อย่าง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ก็ถูกตั้งคำถามจากฝั่งผู้บริโภคอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะมาตรฐานของรสชาติ ซึ่ง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ก็อยู่ในแผนการปรับปรุงคุณภาพเช่นกัน มีการแตกไลน์ออกมาเป็น “ชายสี่พลัส” บะหมี่ชายสี่ในเวอร์ชันที่สดใสขึ้น และดูเด็กลง มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกับแบรนด์ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเหมือนคนรุ่นพ่อแม่ โดยตอนนี้ “ชายสี่พลัส” มีทั้งหมด 5 สาขา เน้นเจาะร้านสะดวกซื้อ และคอมมูนิตี้มอลล์ทั้งหมด

“เต็มที่ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวคงมีทั้งประเทศได้ไม่เกิน 6,000 สาขา แค่ตอนนี้เกือบๆ 5,000 สาขา ก็ค่อนข้างแน่นแล้ว จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงแบรนด์ลูก ตอนนี้ธุรกิจเรามีทั้งหมด 3 ขา คือ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจเทรดดิ้ง ส่วนของเทรดดิ้ง คือ “ชายสี่โกลด์” ที่มีวางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อชั้นนำ และโมเดิร์นเทรด” อนุชิต กล่าว

ปิดตำนานอร่อยไม่ซ้ำ ? ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’ ปรับรสชาติครั้งใหญ่ ทุกร้านต้องขายดีขึ้น!

สำหรับรายได้ของ “ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น” ผู้บริหารคาดการณ์ว่า อยากจบปีให้ได้เฉียดๆ “1,200 ล้านบาท” หลังจากปีที่ผ่านมามีรายได้ “1,120 ล้านบาท” พร้อมประกาศงบลงทุนปีหน้าอีก 300 ล้านบาท ด้านการเติบโตในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ “อนุชิต” ตอบชัดว่า คงโตไม่ถึง 10% และเป็นปีที่ค่อนข้างเหนื่อยสำหรับธุรกิจอาหาร ภาพรวมตลาดร้านอาหาร พบว่า มีร้านที่ต้องปิดตัวไปค่อนข้างเยอะ ทั้งยังมองว่า ตลาดสตรีทฟู้ดไม่โตมาหลายปีแล้ว แม้จะขยับขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่เห็นการเติบโตแบบ “Double Digits” 

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต “ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น” ยังมีแผนดึงร้านอาหารเข้ามาเติมพอร์ตอีกมาก เน้นอาหารกินง่าย ไม่หวือหวา ไม่ใช่ประเภท “Fine dining” ไม่แน่ว่า เราอาจได้เห็นอาหารญี่ปุ่น ยำ อาหารอีสาน ไปจนถึงแบรนด์เครื่องดื่มใต้ร่มเจ้าของร้านบะหมี่เกี๊ยวก็เป็นไปได้ ส่วนร้านที่กำลังปรับปรุงใหม่ ต้องแก้โจทย์ด้วยการสร้าง “Brand Love” ทำให้คนกลับมาซื้อซ้ำ เชื่อว่า หลังจากปัดฝุ่นใหม่ เมนูเยอะขึ้น ทราฟิกคนกินก็จะกลับมาเอง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์