วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

ตลาดนมธัญพืชโตแรง 40% 'เต็ดตรา แพ้ค' ชูนวัตกรรม กุญแจเพิ่มขีดแข่งขันลูกค้า

ตลาดนมธัญพืชโตแรง 40% 'เต็ดตรา แพ้ค' ชูนวัตกรรม กุญแจเพิ่มขีดแข่งขันลูกค้า

ตลาดนมธัญพืช เป็นหมวดหมู่เครื่องดื่มที่เติบโตมาหลายปี ไม่เพียงเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่แพ้นมวัว มีทางเลือกมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการ “บิ๊กแบรนด์” ทุนหนา ทุนพอตัว ต่างเริ่มกระโดดลงสนามเพิ่มขึ้น และสร้างสรรค์นมธัญพืชออกมาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายกันอย่างคึกคัก

สำหรับตลาดนมธัญพืชมีมูลค่า 1,800 ล้านบาท และเติบโตแกร่งถึง 40% แนวโน้มยังเติบโตต่อเนื่องด้วย(ที่มา: กูลิโกะ) ขณะที่ “เต็ดตรา แพ้ค” อ้างอิงข้อมูลจาก Neilsen ที่ระบุว่าตลาดนมธัญพืช (ไม่รวมนมถั่วเหลือง) ครึ่งปีแรก 2567 มีมูลค่าเติบโตขึ้นถึง 19% โดยมีพระเอกอย่าง “นมอัลมอนด์” ครองแชมป์ตลาดในไทย

ตามมาด้วยนมโอ๊ตที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เสริมทัพด้วยนมพิสตาชิโอ และนมแมคคาเดเมีย ความฮิตตามติดเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนในตลาดโลก ยังมีเทรนด์ตัวเลือกเครื่องดื่มใหม่ๆ อย่างนมถั่วลันเตา และนมกัญชง ที่สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความต้องการนมทางเลือกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของตลาดนมธัญพืช ส่งผลบวกต่อห่วงโซ่การผลิตหรือซัพพลายเชน หนึ่งในนั้นคือ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีโซลูชันพร้อมให้บริการลูกค้า ซึ่ง “เต็ดตรา แพ้ค” ย้ำถึงนวัตกรรมสามารถตอบโจทย์กระแสความต้องการตลาดนมธัญพืช ได้ในมิติต่างๆ

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า ตลาดนมธัญพืช หรือที่เรียกกันติดปากว่านม Plant-based ของประเทศไทย “เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงตระหนักด้านความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น จึงส่งผลต่อการบริโภคนมจากข้าว ถั่ว และเมล็ดธัญพืชต่างๆ

ตลาดนมธัญพืชโตแรง 40% 'เต็ดตรา แพ้ค' ชูนวัตกรรม กุญแจเพิ่มขีดแข่งขันลูกค้า

อีกปัจจัยหนึ่งที่ขับเคลื่อนเทรนด์การใส่ใจสุขภาพ และความเป็นผลพวงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาด้วย ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับเป้าหมายด้านสุขภาพของตัวเอง และอุดมไปด้วยสารอาหาร และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อทั้งร่างกาย และจิตใจ

“เทรนด์การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่แค่เทรนด์ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเทรนด์หลักที่ผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน"

ความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดนมธัญพืชกลายเป็นตลาดที่น่าสนใจ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มในการที่จะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ของตนเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโต ทว่า การผลิตนมธัญพืชก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการผลิต ทำให้ผู้ผลิตที่ต้องการผลิตนมทั้งจากวัว และจากธัญพืชจะต้องลงทุนในหลาย ๆ ไลน์การผลิต ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าสู่ตลาดหรือขยายธุรกิจในกลุ่มนมธัญพืช

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในกระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การสกัดส่วนผสม และการพัฒนากลยุทธ์การตลาดเพื่อให้โดนใจผู้บริโภค เมื่อต้องเปรียบเทียบกับนมในรูปแบบเดิม ซึ่งการจะประสบความสำเร็จในตลาดนมธัญพืช ธุรกิจจะต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านคุณภาพ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ฯ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และความพร้อมที่จะปรับตัว และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ตลาดนมธัญพืชโตแรง 40% 'เต็ดตรา แพ้ค' ชูนวัตกรรม กุญแจเพิ่มขีดแข่งขันลูกค้า

ทั้งนี้ จึงมองว่า “นวัตกรรม” คือ กุญแจดอกแรกสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในตลาดนม Plant-based ทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นมธัญพืชที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย และก้าวข้ามความท้าทายด้านการผลิต ผู้ผลิตต้องลงทุนในโซลูชันการแปรรูปที่ทันสมัยที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ คุณภาพ และความคุ้มค่า พร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นที่มากพอในการที่จะผลิตนมธัญพืชได้หลากหลายชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วิธีนี้จะช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพสูง และยืดหยุ่นพอที่จะรองรับส่วนผสม รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ได้อย่างเหมาะสม

สำหรับ “เต็ดตรา แพ้ค” คือผู้นำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์ และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก ได้ชู “Tetra Pak® High Shear Mixer” ตัวอย่างหนึ่งของอุปกรณ์ที่สามารถผสมส่วนผสมสดและดิบได้หลากหลายประเภท มีฟังก์ชันการผสมที่หลากหลายเพื่อลดต้นทุนการผลิต และการใช้พลังงาน เป็นผลให้มีของเสียน้อยลง และได้ผลผลิตมากขึ้น ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมต้นทุนให้แข่งขันได้

ตลาดนมธัญพืชโตแรง 40% 'เต็ดตรา แพ้ค' ชูนวัตกรรม กุญแจเพิ่มขีดแข่งขันลูกค้า

นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่ทันสมัยแล้ว ผู้ผลิตเครื่องดื่มจากธัญพืชบางรายยังลงทุนในโซลูชันการแปรรูปแบบบูรณาการที่ผสานระบบอัตโนมัติอัจฉริยะแบบดิจิทัล (Digital Smart Automation) เข้ากับกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน สามารถควบคุมกระบวนการผลิตแก่ผู้ผลิตแบบครบวงจร ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถปรับตัวได้เร็วในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  

นอกจากนี้ ในการรักษาความสามารถการแข่งขัน ธุรกิจต้องมองภาพรวม และใส่ใจทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การนำเทคนิคการผลิตที่ทันสมัยมาใช้การปรุงแต่งรสชาติ และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ให้ถูกปากผู้บริโภค ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่โดนใจ ทุกขั้นตอนต้องสอดประสานกันเพื่อให้ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้บริโภค และความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ของเต็ดตรา แพ้ค เป็นส่วนหนึ่งของบริการสนับสนุนแบบครบวงจร เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ได้ทดลอง และปรับสูตรผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะเริ่มลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ตัวอย่าง ButtaNutt ผู้ผลิตนมธัญพืชจากแอฟริกาใต้ ได้ใช้บริการดังกล่าว เพื่อรักษารสชาติดั้งเดิมของผลิตภัณฑ์ และช่วยลดต้นทุนการผลิต และขยายธุรกิจควบคู่กัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์