ยักษ์ค้าปลีก ทุ่มงบสะพัดกว่า 1,000 ล้าน งัดสารพัดกลยุทธ์กระตุ้นบรรยากาศใช้จ่ายไฮซีซัน เดินหน้าผนึกพันธมิตรไทย - ต่างประเทศ ปูพรมเมกะอีเวนต์ ดึงศิลปินระดับโลกสร้างประสบการณ์พิเศษเหนือความคาดหมาย
ร่วมดันมหานครกรุงเทพฯ เคานต์ดาวน์เดสติเนชั่น ที่สุดแห่งการเฉลิมฉลอง ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือน
ก้าวเข้าสู่บรรยากาศไฮซีซันแห่งปี ช่วงเวลาของการจับจ่ายใช้สอยโค้งสุดท้าย เตรียมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า 2567 ต้อนรับปีใหม่ 2568 บรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกต่างระดมแคมเปญ โปรโมชัน กิจกรรมทางการตลาด เพื่อกระตุ้น และช่วงชิงกำลังซื้อ ผ่านสีสันแห่งงานเฟสติวัล เมกะอีเวนต์ต่างๆ ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งใน โกลบอล เดสติเนชั่น ดึงดูดผู้คน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการมาเยือนเป็นจุดหมายปลายทางแรกในการร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปี เป็นฟันเฟืองสำคัญร่วมผลักดันอุตสาหกรรมค้าปลีกมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท ไต่ระดับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หนุนเศรษฐกิจไทยขยายตัว
นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของ และผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ในฐานะ “โกลบอล เดสติเนชั่น” กล่าวว่า ได้จัดสรรงบกว่า 500 ล้านบาท สร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขระดับโลก ส่งมอบประสบการณ์พิเศษแบบเหนือความคาดหมายใจกลางกรุงเทพฯ และบนโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาปักหมุดประเทศไทยป็นจุดหมายปลายทางแรกแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับทุกคนที่ต้องมาเยือน โดยมีไฮไลต์ศิลปินดาราซูเปอร์สตาร์ระดับโลก และชั้นนำของไทย เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนทั่วโลกอยากมาเยี่ยมชมร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย กระตุ้นการจับจ่าย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
คาดว่าไตรมาสสุดท้ายนี้จะสร้างทราฟิกผู้คนเข้ามาช้อปในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม รวมไม่ต่ำกว่า 400,000 - 450,000 คนต่อวัน ผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทะยานแตะ 39 ล้านคน เกิดการจับจ่ายหมุนเวียนจากนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติรวมกว่า 3.4 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ปรากฏการณ์ระดับโลกครั้งแรกในไทย
ไฮไลต์ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เน้นความแปลกใหม่ด้วยประสบการณ์ระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย อาทิ งานอาร์ตทอยคอมมูนิตี้ และคนรักงานศิลปะ งาน Bandai Spirit Hobby Exhibition 2024 ที่สยามพารากอน, GBWC Exhibitions 2024 ที่สยามเซ็นเตอร์ด้าน ไอคอนสยาม จัดเทศกาลประดับไฟตกแต่งอิลลูมิเนชัน “ICONSIAM Bangkok Illumination X ROBBiART” โดยร่วมกับ ROBBi คาแรกเตอร์สุดฮิตจากจีน
ไตรมาสสุดท้ายนี้ยังมีแบรนด์ดังร่วมเปิดแฟลกชิปสโตร์ และป๊อปอัพช็อปใหม่ครั้งแรกในไทย อาทิ สยามพารากอน Miu Miu และValentino เปิดป๊อปอัพช็อป,AMI Caféเปิดคาเฟ่แห่งแรกในไทย,Nintendo แห่งแรกในไทย,สยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดJujutsu Pop Up, Siam Center Wendy Pop Up, TEN CANALE Pop Up Café เปิดป๊อปอัพคาเฟ่
ไอคอนสยามลุย 60 อีเวนต์
นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม ใช้งบกว่า 300 ล้านบาท จัดกิจกรรมกว่า 60 งานในช่วงไฮซีซันนี้ อาทิ “ICONSIAM X Be@rBrick Celebrating ICONIC Experience” เป็นความร่วมมือระหว่าง Medicom Toy, บริษัท อาร์ต เวิร์กส์ เวิลด์ไวด์ จำกัด และ Casa Lapin นำเสนอ Thematic Be@rBrick Cafe ครั้งแรกในไทย เตรียมเปิดครั้งแรกในโลกกลาง พ.ย. ต่อมา การจัดงานลอยกระทง ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก
งานไฮไลต์เคานต์ดาวน์ “Amazing Thailand Countdown - Iconic Celebration of Thai - Global Phenomena” ที่มีการดึงศิลปินระดับโลกมาร่วมสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ทำให้ไอคอนสยามสู่หมุดหมายของการจัดงานเคานต์ดาวน์ระดับโลก
“ที่ผ่านมา ไอคอนสยามได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เป็นหนึ่งใน โกลบอล เดสติเนชั่น สัญลักษณ์ประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา มั่นใจว่าไตรมาสสุดท้าย กิจกรรมเฉลิมฉลองที่เตรียมไว้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น 20%จากปีก่อน”
เดอะ มอลล์ลุย 300 อีเวนต์ปลุกมู้ด
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะ มอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ผู้ประกอบการค้าปลีก และเจ้าของแบรนด์ต่างเตรียมทำกิจกรรมการตลาดจำนวนมาก ซึ่งไตรมาสสุดท้ายนี้จะสร้างยอดขายสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆ หรือมีสัดส่วนยอดขาย 35% ของยอดขายรวมตลอดทั้งปี
สำหรับกลุ่มเดอะ มอลล์ ที่มีศูนย์การค้าในเครือทั้งเดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ และเอ็มดิสทริค ที่ประกอบไปด้วย เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ รวมถึง ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ต เตรียมแผนการตลาดเข้มข้นในทุกสัปดาห์หรือกว่า 300 งานในช่วงไตรมาสสุดท้าย หรือมีกิจกรรมทุกสัปดาห์
โดยกิจกรรมมีความหลากหลาย ตั้งแต่แคมเปญใหญ่ฮาโลวีน การตกแต่งศูนย์การค้าสร้างบรรยากาศแห่งความสุข กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย มีไฮไลต์แคมเปญ “แบงค็อก ชอปปิง เฟสติวัล” งานเคานต์ดาวน์ ประเมินว่าไตรมาสสุดท้ายนี้ยอดขายจะเติบโต 15% จากช่วงปกติ
สำหรับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บรรยากาศในศูนย์การค้าค่อนข้างทรงตัว ยอดการเลือกซื้อสินค้าต่อบิลลดลง เป็นผลต่อเนื่องจากเศรษฐกิจไทย และทั่วโลกเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน กลุ่มที่มีกำลังซื้อก็ระมัดระวังในการใช้จ่าย และค่อนข้างประหยัดเช่นกัน
“ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวลบเยอะ คนดูแล้วคนไม่รู้สึกสดชื่น จึงอยากได้เรื่องที่สร้างยาใจ ช่วยฮีลใจ เพราะเขารู้สึกไม่มีความสุข ทำให้เกิดกระแสสนใจทั้งน้องหมีเนย และหมูเด้ง ที่ช่วยทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกกระชุ่มกระชวย มีความสุข ซึ่งเดอะ มอลล์ ได้เรียนรู้จากผลตอบรับของหมีเนย และหมูเด้ง ที่คนไทยชื่นชอบ ทำให้กิจกรรมที่จัดเน้นสร้างอารมณ์แห่งความสุข เชื่อว่าลูกค้าไม่ได้อยากได้การลดราคาสินค้า 50 - 80% ตลอดเวลา”
ผสานซอฟต์พาวเวอร์ - เคานต์ดาวน์
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาวางแผนทำการตลาดอย่างเข้มข้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ โดยจะมี เมกะ แมกเน็ต อีเวนต์ อย่างต่อเนื่อง ร่วมยกระดับประเทศไทยเป็น เวิลด์คลาสเดสติเนชั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ ผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นไปตามเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปีนี้ที่ 36.7 ล้านคน
สำหรับ การจัดเมกะ-แมกเน็ต อีเวนต์ เน้นผสมผสาน "ซอฟต์พาวเวอร์ เสน่ห์ไทย” ร่วมสนับสนุนโครงการ “เมืองน่าเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ขณะที่ ไฮไลต์กิจกรรมใหญ่จะมีความร่วมมือกับสถานทูตฟิตแลนด์ และ ททท. รังสรรค์งานคริสต์มาสสุดยิ่งใหญ่ การจัดงาน เคานต์ดาวน์ใหญ่ระดับโลก “Central World Bangkok Countdown 2025” ที่เซ็นทรัลเวิลด์เสมือนไทม์สแควร์แห่งเอเชีย โดยจะมีศิลปิน และกิจกรรมความบันเทิงเฉลิมฉลองการเข้าสู่ศักราชใหม่ของคนทั่วโลก ซึ่งจัดงานพร้อมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 แห่งทั่วประเทศที่จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลความสุขในทุกภูมิภาค ทั้งหมดนี้จะทำให้ประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก
ทั้งนี้ประเมินว่า จากการทำกิจกรรมการตลาดอย่างหนัก จะทำให้ภาพรวมค้าปลีกไตรมาสสุดท้ายนี้คึกคัก ดึงดูดลูกค้าทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น กระตุ้นการใช้จ่าย และเป็นผลดีต่อเนื่องกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม
แนะรัฐจัดช้อปดีมีคืนกระตุ้นใช้จ่าย
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ได้ผนึกกำลังผู้ประกอบการในสมาคมฯ ขานรับโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสของภาครัฐ โดยมีการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 5 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ย.2567 - ม.ค.2568
พร้อมกันนี้ ได้นำเสนอมาตรการกระตุ้นภาคค้าปลีกไทยในช่วงปลายปีนี้ ต่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้นำ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาใช้อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ร่วมปลุกมู้ดการใช้จ่าย และทำให้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลดี รวมถึงให้มีการลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท ทั้งหมดคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนได้กว่าแสนล้านบาท
ด้าน นายธนินท์รัฐ ภักดีภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก และบริหารศูนย์การค้า ประเมินภาพรวมค้าปลีกไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีความคึกคักมาก เพราะมีปัจจัยบวกหลายด้านทั้งมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เปิดใหม่ “วัน แบงค็อก” (One Bangkok) จัดอีเวนต์ใหญ่ต่อเนื่องร่วมกระตุ้นบรรยากาศค้าปลีก ขณะที่ศูนย์การค้าต่างๆ มีการจัดกิจกรรม และโปรโมชัน ร่วมดึงกำลังซื้อที่สำคัญในโค้งสุดท้าย
อีกทั้งมีนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ทั้งเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบ ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการมีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทำให้เจ้าของโครงการทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ มีเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ลดภาระต้นทุน มีโอกาสสร้างกำไรมากขึ้น ต่อเนื่องไปยังพนักงาน และผู้บริหารมีโบนัสเพิ่มขึ้น จึงช่วยเพิ่มกำลังซื้ออีกด้าน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

