ประเทศไทยดินแดนแห่งคอนเสิร์ต สะท้อนภาพไม่เกินจริง เพราะแต่ละปีมีมิวสิค อีเวนต์มากถึง 600 งานแห่จัด เม็ดเงินสะพัดเกือบ 7,000 ล้านบาท ทว่า นี่ยังไม่นับรวมขุมทรัพย์ที่น่าสนใจอย่าง “คอนเสิร์ตหมอลำ” ที่เงินสะพัดรวมราว 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีสาวกนับ “10 ล้านราย” อยู่ในภาคอีสาน ถือเป็นตลาดใหญ่ของชาวม่วนจอย สนุกสนานหน้าฮ้านหรือหน้าเวที
แฟนด้อมหมอลำ ยังมีสัดส่วนใหญ่ราวกึ่งหนึ่งของ กิจกรรมความบันเทิงด้านศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ประเมินทั่วประเทศมากกว่า 20 ล้านราย ชอบดูทั้งคอนเสิร์ตศิลปินคำเมือง ลิเก รำวง และคอนเสิร์ตลูกทุ่งคนใต้เพื่อชีวิต เป็นต้น
Local Culture & Entertainment Activations
"MI LEARN LAB” ภายใต้ มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จึงยกทีมงานกว่า 60 ชีวิตเพื่อสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค การใช้จ่าย ตลอจนการไปม่วนซื่นเสพคอนเสิร์ตหมอลำตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2567 ลงลึกพื้นที่ 5 จังหวัด ภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธาณี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และมหาสารคาม ผ่านกลุ่มตัวอย่าง 614 คน อายุ 10-60 ปีพบอินไซต์น่าสนใจมากมาย
ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด หรือ MI GROUP วรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร และเครือมาส สุริยา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการตลาด (ทีมฟิวซ์) ร่วมให้ข้อมูลว่า จากพ้นวิกฤตโควิด-19 ระบาดที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงอุตสาหกรรมความบันเทิงท้องถิ่นหรือ Local Culture & Entertainment Activations แต่ปัจจุบันสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นมากก และได้รับความนิยมยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
ฐานแฟนด้อมของคณะมหรสพหมอลำ
ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกเจ้าของคณะฯ มหรสพในภาคอีสาน หรือบรรดาวงลูกทุ่ง หมอลำ มีการลงทุนสูงเพื่อปรับปรุง การผลิตโชว์ เครื่องแต่งกาย ไฟ เครื่องเสียง รองรับความต้องการตลาดของคนดู ส่งผลให้ปริมาณจำนวนงานจ้างเพิ่มขึ้นราว 40-45% จำนวนผู้ชมเพิ่ม 30% ปริมาณเงินที่ผู้ชมนำไปจับจ่ายในงานเพิ่ม 40-50% (ซื้อสินค้าที่สปอนเซอร์ตั้งบูธจำหน่ายในงาน และอื่นๆ ) และค่าบัตรผ่าน(ตั๋ว)หรือทำบุญ เพิ่มขึ้น 20-30%
ภาพรวมของอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง เพราะจากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายของผู้ชมมีมูลค่าสูงถึง 5,998.91 ล้านบาทในปี 2567 เติบโต 756 % เทียบกับช่วงโควิด-19 ที่มูลค่า 793.23 ล้านบาท และสูงกว่าระดับก่อนโควิด 127% ซึ่งมีมูลค่า 4,705.71 ล้านบาท
ทว่า ยังมีตัวเลขมากกว่านั้น เพราะหากประเมินจากนักการตลาดที่ใส่เงินไปในการสื่อสาร รวมถึงทำกิจกรรมในพื้นที่มีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำ ซึ่งนอกเหนือจากงบโฆษณา คาดว่ามูลค่าจะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ทำให้ขุมทรัพย์หมอลำเงินสะพัดรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
แต่ละปีหมอลำ ความบันเทิงคู่ชาวอีสานยาวนานกว่า 70 ปี มีแฟนคลับทุกเพศทุกวัย และ 78.8% ของกลุ่มตัวอย่างเคยดูหมอลำทั้งสิ้นทั้งหน้างานและออนไลน์ 58.5% ยังเป็นแฟนตัวยงไปหน้างาน ส่วนคณะมหรสพหมอลำในภาคอีสานมีงานมากถึง 332 วันต่อปี และ 2,596 รอบการแสดง ส่วนผู้เจ้าชมในงานอยู่ที่ 2,000-6,000 คนต่อครั้ง ขึ้นกับขนาดวง พื้นที่ เช่น ลานวัด โรงเรียน ฯ และมีสายตาผู้ชมหรือ eyeballs ตลอดปีกว่า 8.53 ล้านราย
ขณะที่แฟนด้อมหมอลำ แบ่งเป็น 4 กลุ่มตามไลฟ์สไตล์และกำลังทรัพย์ในการเปย์ให้ศิลปินคนโปรด ดังนี้ 1.กลุ่มเซามักบ่ได้หรือแฟนคลับตัวยง มีสัดส่วน 23% ใช้จ่ายต่องาน 5 หมื่นบาท(ร่วมค่าพวงมาลัยแล้ว) เรียกว่าเปย์ขั้นสุด! 2.กลุ่มเป็นตาซังคักๆหรือผู้ชื่นชอบหมอลำ สัดส่วน 21% ใช้จ่ายราว 5,000 บาท(รวมค่าเดินทางและที่พัก) ใน 2 กลุ่มนี้ เป็นโอกาสให้แบรนด์ร่วมมือกับวงหมอลำหรือศิลปินในการออกผลิตภัณฑ์พิเศษสำหรับแฟนๆ ภายในงาน เนื่องจากมีกำลังจับจ่ายสูง พร้อมจะซื้อสินค้าเกี่ยวกับศิลปินที่ตนชื่นชอบ
3.ซุมมักม่วนหรือกลุ่มเน้นสังสรรค์ สัดส่วน 25% ใช้จ่ายต่องาน 100-1,000 บาท และ4.กลุ่มขอเบิ่งนำแหน่หรือผู้ชมความบันเทิงทั่วไป มีสัดส่วน 31% ใช้จ่ายต่องาน 100-500 บาท 2 กลุ่มหลังนี้ นักการตลาดต่อยอดสู่การผลักดันชื่อหรือโลโก้ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำระหว่างกิจกรรม รวมถึงการตกแต่งบูธ หรือ มองหากิจกรรมที่เน้นย้ำการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ เพราะด้อมนี้ชอบร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ภายในงานแต่การจดจำแบรนด์ไม่สูงมากนัก
ตัวอย่าง “อุ๋งอิ๋ง”สาวน้อยเพชรบ้านแพง ที่เป็นซุป’ตาร์ได้มาลัยหลักล้านบาทต่อวัน ซึ่งการสำรวจของ MI LEARN LAB มีสถิติของอุ๋งอิ๋งได้มาลัยคล้องคอรวม 4.2 ล้านบาทต่อวัน
สำหรับแบรนด์สินค้าที่ทำการตลาดเกาะเกี่ยวหมอลำ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน(FMCG) เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น





