วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

การฟังเสียงของผู้บริโภค มีความสำคัญอย่างมากในโลกธุรกิจ เพราะเสียงสะท้อนเชิงบวกจะนำไปสู่การต่อยอด สร้างการเติบโต และทำให้แบรนด์สินค้าเป็นที่รักและชื่นชอบ(Brand Love) ของกลุ่มเป้าหมายได้

กลับกันเสียงกล่าวถึงแบรนด์เชิงลบ จะเป็นการบ้านหรือโจทย์ที่ทำให้แบรนด์นำไปปรับใช้ เปลี่ยนกลยุทธ์ในการสื่อสาร ทำการตลาดให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้าไปครองใจ(Top of Mind) ได้

รถยนต์ เป็นสินค้าที่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ(High Involvement)ผู้บริโภคต้องหาข้อมูลมากมาย เปรียบเทียบก่อนจะควักเงินก้อนโตเพื่อเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เมื่อลูกค้าซื้อแล้ว ยังต้องรออีกหลายปี เช่น 7-9 ปี กว่าจะเปลี่ยนใหม่ หรือซื้อเพิ่มอีกคัน

ดิฟเฟอเรนเชียล ที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดชั้นนำที่มีชื่อเสียงในการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience: CX) ซึ่งต้นปีมีการเผยยี่ห้อยานยนต์ที่ผู้บริโภคพึงพอใจสูงสุดหลังจากใช้บริการหลังการขาย ได้แก่ โตโยต้า อีซูซุ ฟอร์ด ฮอนด้า มิตซูบิชิ มาสด้า ซูซูกิ เอ็มจี นิสสัน ส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ได้แก่ บีวายดี เนต้า และเกรท วอลล์ มอเตอร์

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

ขณะที่การศึกษาดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านบริการ (Service CXI: Service Customer Experience Index)ล่าสุด ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่าง 3,000 คน ที่รับบริการหลังการขายเมื่อซื้อและใช้รถยนต์คันโปรด โดยสำรวจครอบคลุม 10 แบรนด์ดัง(ไม่รวมอีวี) พบประเด็นน่าสนใจ

ศิรส สาสตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทยและเวียดนาม เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคถูกห้อมล้อมด้วยข้อมูลที่ท่วมท้น ยิ่งบนโลกออนไลน์หากสนใจเนื้อหาหรือคอนเทนต์ใด จะถูกอัลกอริธึ่มป้อนข้อมูลเหล่านั้นเดิมๆซ้ำขึ้นมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้ไม่มีโอกาสเห็นแบรนด์อื่นมากนัก ขณะที่การทำวิจัยการตลาดจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลที่ปราศจากการโน้มเอียง อวยหรือUnbiased ได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมในการตัดสินใจเลือกรถยนต์ยี่ห้อต่างๆได้

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

คนไทยชะลอซื้อรถ ยืดนาน 9 ปี จาก 7 ปี

ขณะที่อินไซต์ดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านบริการ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เริ่มจาก ปัจจัยที่ในการซื้อรถใหม่แทนคันเดิม 38% เพราะรถเสีย ไม่สามารถใช้งานได้ 17%ไลฟ์สไตล์หรือความต้องการใช้รถเปลี่ยนไป 16% เนื่องจากรถมีค่าบำรุงรักษาสูงเกินไป 16% รถถึงอายุที่กำหนดแล้ว 9% การออกแบบหรือฟังก์ชั่นของรถอื่นๆนั่นมีความน่าสนใจมากกว่ารถในปัจจุบัน และ 4% รถถึงระยะที่กำหนดแล้ว ทว่า

 สิ่งที่น่าสนใจคือ 70% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจ จะพิจารณาเปลี่ยนรถคันใหม่เมื่อรถมีอายุถึงที่กำหนด และตั้งใจจะเปลี่ยนเมื่ออายุรถเกิน 9 ปีไปแล้ว ซึ่งเทียบกับปี 6-7 ปีก่อน ลูกค้าจะเปลี่ยนรถคันใหม่เมื่ออายุรถเฉลี่ยประมาณ 7 ปี

“เปิดอินไซต์ที่น่าสนใจคือ ปีนี้คนไทยใช้รถนานขึ้นอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ปี จากเดิมเฉลี่ย 7 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบจากโควิด การใช้รถน้อยลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยชะลอการซื้อรถ”

ความปลอดภัยติดท็อป 5 และแบรนด์ญี่ปุ่นมี Loyalty

เพราะแบรนด์รถยนต์มีอยู่ไม่น้อย ทั้งจากญี่ปุ่น จีน ยุโรป ฯ เมื่อดูเหตุผลของการเปลี่ยนรถใหม่ผู้บริโภคจะอยู่กับยี่ห้อเดิมหรือย้ายค่าย ผลสำรวจพบว่าผู้ที่เคยใช้รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นหรือ “แบรนด์ญี่ปุ่น” 48% ขออยู่กับยี่ห้อเดิม สะท้อนการมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์หรือ Brand Loyalty พอตัว ส่วน 46% ยังไม่แน่ใจ และมีเพียง 5% ที่จะเปลี่ยนแบรนด์ย้ายค่าย

ส่วนผู้ที่ใช้รถยนต์ “ค่ายรถจีน” 28% จะยังคงใช้ยี่ห้อเดิม และมากถึง 63% ที่ยังไม่แน่ใจว่าอยู่ต่อหรือพอแค่นี้ โดย 9% จะมีการเปลี่ยนแบรนด์

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

“แบรนด์ญี่ปุ่นลูกค้ามีลอยัลตี้สูง ส่วนสาเหตุที่ผู้บริโภคเปลี่ยนใจยี่ห้อ เพราะต้องการเปลี่ยน และมีประสบการณ์ที่แย่ ทำให้ต้องการย้ายค่ายไปจากยี่ห้อเดิม อย่างไรก็ตาม แบรนด์รถยนต์จีนเพิ่งเริ่มเข้ามาในไทย ถือเป็นความท้าทายของแบรนด์ใหม่ในการทำตลาดด้วย”

นอกจากนี้ พัฒนาการด้านเหตุผลในการซื้อรถของคนไทยยังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพิจารณาเรื่อง “ความปลอดภัย” ติดท็อป 5 โดยเหตุผลใหญ่ 59% เลือกจากการออกแบบหรือดีไซน์ รูปลักษณ์ภายนอก 51% เลือกจากแบรนด์ 49% พิจารณาจากดีไซน์ภายใน 47% สมรรถนะต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์ ประหยัดพลังงาน ฯ และ 45% ยกให้ความปลอดภัย

เทียบกับ 13 ปีก่อน ที่สมรรถนะ หรือความแรง เครื่องยนต์มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยการออกแบบภายนอก การออกแบบภายใน คุณภาพรถ และแบรนด์ รวมถึงรุ่นของรถยนต์ที่ต้องการ หรือเทียบขยับมาอีกในปี 9 ปีก่อน การออกแบบภายนอกยังมาเป็นที่ 1 ตามด้วยดีไซน์ภายใน แบรนด์และโมเดลตอบโจทย์ความต้องการ คุณภาพรยนต์ และเครื่องยนต์ การประหยัดพลังงาน

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

ซื้อรถอีวี เพราะแคร์เงินในกระเป๋า ไม่ได้รักษ์โลก

ท่ามกลางการมาแรงของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรืออีวี เพราะผู้ผลิตและผู้บริโภคมองตรงกันเรื่องลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รักษ์โลกมากขึ้น

ทว่า เมื่อถามคนไทยใช้รถยนต์อีวีเพราะอะไร คำตอบคือ “แคร์เงินในกระเป๋า” ของตัวเอง เทียบกับยุโรปที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถครอบครัว หรือรถกระบะ ยกเหตุผล 5 อันดับแรก มีค่าเฉลี่ย ดังนี้

76.87% มองการประหยัดพลังงาน ประหยัดเงินในกระเป๋า

 40.29% ค่าบำรุงรักษาต่ำ

40.01% สะดวกสบายกว่า เสียงรบกวนต่ำ

39.18% ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

28.45% มีความแฟชั่นและเท่

“คนไทยที่ใช้รถยนต์อีวีเพราะแคร์เงินในกระเป๋า และคนที่ยังไม่ได้ใช้รถอีวี ส่วนหนึ่งคือระยะเวลาชาร์จ เป็นกำแพงหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจ”

คนไทยชะลอซื้อรถ แบรนด์ญี่ปุ่นมีสาวก 'อีวี' มาแรงไม่ได้รักษ์โลก แต่ประหยัด!

อีกแนวโน้มของการซื้อรถ จะเห็นว่า 80% ของคนไทยที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์อีวี ในส่วนนี้หากอนาคต มี 15% หันไปใช้รถยนต์อีวี เชื่อว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทำให้ตลาดรถยนต์ดังกล่าวใหญ่ขึ้นและมีความสำคัญในตลาดประเทศไทย

 นอกจากการสำรวจข้างต้น เร็วๆนี้ ดิฟเฟอเรนเชียล จะมีโปรเจคอื่นตามมา

ได้แก่ การสำรวจประสบการณ์ลูกค้าในการจองซื้อรถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2024 (MSSI: Thailand Motor Expo Sales Satisfaction Index) รวมถึงความพึงพอใจต่อการส่งเสริมการขายที่ลูกค้าได้รับจากการจองซื้อรถในงานฯ การสำรวจประสบการณ์ลูกค้าด้านบริการหลังการขาย ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์รถยนต์ (Thailand Service CXI) และการสำรวจประสบการณ์ลูกค้าด้านการใช้บริการซ่อมสี และตัวถัง ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์รถยนต์ และอู่ซ่อมสีและตัวถังที่ได้รับการรับรองจากบริษัทประกันภัย (Thailand Body & Paint Service CXI) เป็นต้น

“ปัจจุบันการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลมีความสำคัญมาก และต้องการให้แบรนด์นำเสียงสะท้อนของลูกค้าไปพัฒนา ปรับปรุง เพื่อดูแลลูกค้าให้ดีขึ้น อีกด้านบริษัทต้องการผลักดันให้องค์กรมุ่งยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากขึ้นด้วย”