จาก 10 นโยบายเร่งด่วน ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภากลางเดือนก.ย. หนึ่งในนั้นคือ การเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว สานต่อความสำเร็จในการปรับโครงสร้างการตรวจลงตราทั้งหมดของประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอวีซ่า พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destinations) เช่น สวนน้ำ สวนสนุก ศูนย์การค้า และสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) การนำคอนเสิร์ต เทศกาล และการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาจัดในประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสวนสนุก และสวนพักผ่อนหย่อนใจแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมผู้ประกอบการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสวนสนุก และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (IAAPA) ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 6,000 รายในกว่า 100 ประเทศ กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีจุดเด่นเรื่องธรรมชาติ และวัฒนธรรม รวมถึงอัธยาศัยของคนไทยที่ทำให้ชาวต่างชาติอยากมาเที่ยว
ถ้ามีองค์ประกอบอื่นเข้ามาเสริม เช่น แหล่งท่องเที่ยวแมนเมด ซึ่งมีหลากหลายแบบ และกว้างมาก ครอบคลุมทั้งสวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และการแสดงโชว์ระดับโลก จะทำให้องค์ประกอบของภาคท่องเที่ยวไทยมีครบ สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายตามไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตีความคำว่า “แหล่งท่องเที่ยวแมนเมด” ของรัฐบาลว่ากว้างขนาดไหน โดยจากบริบทตอนนี้น่าจะเน้นไปที่สวนสนุก และสวนน้ำเป็นหลัก
วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ
รัฐต้องชัดเจน “นโยบาย-แพ็กเกจมาตรการ”
สำหรับสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด คือเรื่องความชัดเจนของนโยบาย และแพ็กเกจมาตรการส่งเสริมเพื่อเพิ่มโอกาส และลดอุปสรรคต่างๆ พร้อมชี้ชัดว่าวัตถุประสงค์ และกลุ่มเป้าหมายคืออะไร เพราะที่ผ่านมาภาครัฐจะออกมาพูดแบบกว้างๆ ทำให้คนลงทุนจับประเด็นไม่ได้ว่าต้องการแบบไหน นำไปสู่ปัญหาด้านบริหารจัดการตามมา
“รัฐต้องชัดเจน เพราะถ้ารัฐชัดเจน ชีวิตทุกคนก็จะง่าย รู้ว่าการสนับสนุนของภาครัฐคืออะไร แต่ที่ผ่านมารัฐไม่ค่อยชัดเจน ส่วนใหญ่ที่คุยกัน รัฐก็จะบอกว่า อยากได้อะไรให้มาบอก ซึ่งรัฐไม่สามารถให้คำมั่นได้ว่า ถ้าบอกแล้วจะให้ สิ่งที่เอกชนอยากให้รัฐทำคือ การออกแพ็กเกจมาตรการให้ชัดเจนเพื่อกระตุ้นการลงทุนสำหรับแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดประเภทนั้นๆ”
จี้รัฐให้ “คำมั่น” แก่นักลงทุน
อย่างกรณีการพัฒนาสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ที่มีกาสิโน (Casino) เป็นส่วนหนึ่ง เหมือนกับรีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort) ในหลายเดสติเนชัน ถ้าภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องวัตถุประสงค์ และกลุ่มเป้าหมายที่อยากดึงเข้ามาเที่ยวไทย หากเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัว กาสิโนอาจเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่ถ้าต้องการแก้ปัญหาคนเล่นกาสิโนหรือพนันออนไลน์ หรือออกไปเล่นกาสิโนในต่างประเทศ กาสิโนอาจเป็นส่วนสำคัญของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
ทั้งนี้ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนขนาดใหญ่หลักแสนล้านบาท ก่อนที่นักลงทุนจะมาบอกภาครัฐได้ว่าต้องการอะไร เขาต้องกลับไปศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ (Feasibility Study) ไปออกแบบแผนธุรกิจมาก่อน ซึ่งการออกแบบเหล่านี้ต้องใช้เงินทุนเป็นหลักร้อยถึงพันล้านบาท กว่าจะมาบอกภาครัฐได้ว่าต้องการอะไร
“การที่ภาครัฐบอกให้นักลงทุนใช้งบศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจอย่างจริงจังด้วยเงินหลักร้อยหลักพันล้านบาท โดยที่ไม่สามารถให้คำมั่นกับเขาได้นั้น มันก็ทำให้คนที่เขาสนใจมาลงทุนต้องหยุดคิดก่อน”
หนุนออก พ.ร.บ.ใหม่ ส่งเสริมลงทุน “ท่องเที่ยว”
อีกประเด็นสำคัญคือ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีความกระตือรือร้นในการส่งเสริมการลงทุนท่องเที่ยว แต่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน เป็นกฎหมายค่อนข้างเก่า เน้นภาคอุตสาหกรรมหนัก แม้จะมีความพยายามส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยว และบริการ รวมถึงธุรกิจสตาร์ตอัปแล้ว แต่รูปแบบการสนับสนุนอาจจะไม่ทันกับยุคสมัย และไม่ได้ทำให้ภาคท่องเที่ยว และบริการของประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้
“นี่คือสิ่งที่ผมอยากปรึกษากับภาครัฐว่า ถ้าไม่แก้กฎหมายฉบับนี้ ก็สามารถออก พ.ร.บ.ใหม่อีกฉบับ เป็น พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของท่องเที่ยวบริการ และสตาร์ตอัป จะตั้งสำนักงานใหม่หรือมอบอำนาจให้ BOI ดูแลก็ได้ พูดง่ายๆ คือเพิ่มอาวุธให้ BOI สามารถทำงานได้ครอบคลุม และเหมาะสมมากขึ้น ช่วยให้ BOI สามารถส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น”
ทั้งนี้ สมาคมสวนสนุกฯ อยากขอเข้าพบนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แกนนำของพรรคหลักในรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การคลัง เพื่อร่วมกันผลักดันสิ่งที่ภาคเอกชนคิดว่าเหมาะสมกับการลงทุนแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดให้เกิดขึ้นได้จริง
นายสรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า จากนโยบายเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด มองว่าภาคเอกชนพร้อมลงทุนแน่นอน ทางรัฐบาล และกระทรวงฯ จะเป็นฝ่ายสนับสนุนส่วนต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องหารือกันเพิ่มเติมอีกครั้งว่ารัฐบาลจะสามารถช่วยเหลือส่วนใดได้บ้าง เช่น มาตรการทางภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนจากในประเทศ และต่างชาติ และมาตรการอื่นๆ
สรวงศ์ เทียนทอง
ดึงธีมพาร์คระดับโลก ไม่มีคำว่า “ช้าเกินไป”
นายวุฒิชัย ประธาน IAAPA กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านความสนใจการลงทุนในประเทศไทยของยักษ์ใหญ่ระดับโลกนั้นมีอยู่เสมอ เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลา เพราะแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด เช่น ธีมพาร์คระดับแบรนด์เนม และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ใช้เวลาพัฒนารวม 10 ปี
โดยช่วง 3-5 ปีแรกเป็นขั้นตอนการเจรจากว่าจะพูดคุยกันลงตัว และใช้เวลาก่อสร้างอีก 5-7 ปี อย่างดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ใช้เวลานานถึง 15-20 ปี ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติแผนการสร้างกาสิโนแห่งแรกของประเทศในเมืองโอซาก้าเมื่อเดือนเม.ย. 2566 ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ตคอมเพล็กซ์บนพื้นที่เกาะเทียมยูเมชิมะ มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572 หลังใช้พื้นที่นี้จัดงานมหกรรมเอ็กซ์โปในปี 2568
ทั้งนี้ ประเด็นการดึงธีมพาร์คแบรนด์ดังระดับโลก เช่น ดิสนีย์แลนด์ และยูนิเวอร์แซล เข้ามาในไทย ได้เริ่มดำเนินการช้าเกินไปหรือไม่ หลังธีมพาร์คเหล่านี้ได้ลงทุนในเมืองหลักของประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียแล้ว มองว่าถ้าคนลงทุนเห็นว่าคุ้มค่า ไม่มีคำว่าช้าเกินไป แต่ปัญหาคือ คุ้มค่าจริงหรือไม่ นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลกับนักลงทุนต้องมาคุยกัน บนพื้นฐานจำนวนประชากรไทยเกือบ 70 ล้านคน ว่าเป็นคนที่มีกำลังซื้อ พร้อมจ่ายค่าตั๋วประมาณ 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง มีจำนวนมากพอที่จะต้องลงทุนดึงธีมพาร์คแบรนด์ระดับโลกมาไทยหรือไม่ หรือถ้าจะอ้างอิงฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ซึ่งเคยทำสถิติสูงสุดเกือบ 40 ล้านคนเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด ก็ต้องพิสูจน์ว่าเข้ามาแล้วพร้อมจ่ายจริงหรือไม่
ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้อยู่ได้ และแข่งขันกับธีมพาร์คแบรนด์ระดับโลกได้ด้วย เหมือนโมเดลของฮ่องกง ตอนที่มีดิสนีย์แลนด์มาเปิด รัฐบาลฮ่องกงได้สนับสนุนกา รนำหมีแพนด้ามาเป็นแม่เหล็กที่สวนสนุกของผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งยังให้การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
โดยสมาคมฯ มองว่าหนึ่งในข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลไทยสนับสนุนผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดระดับท้องถิ่นคือ การกระจายงบจัดประชุมสัมมนา และจัดเลี้ยง ไม่ให้กระจุกตัวแต่ที่ใดที่หนึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายให้มีกำลัง สามารถประคองธุรกิจ และสร้างการจ้างงานคนในพื้นที่ต่อไปได้
“การมีแหล่งท่องเที่ยวธีมพาร์คแบรนด์เนมระดับโลกในไทย จะเป็นแม่เหล็กช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ผมพยายามเน้นย้ำกับทุกหน่วยงานที่พิจารณาเรื่องนี้ว่า การมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งที่เป็นแบรนด์เนม และไม่ใช่แบรนด์เนม ให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยซึ่งมีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่เศรษฐีอย่างเดียว มีคนทั่วไปมาเที่ยวด้วย ก็จะทำให้การท่องเที่ยวของบ้านเราเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน”
ส.โรงแรมไทย แนะรัฐปักหมุดกาสิโน “อีสาน”
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการพัฒนาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมดตรงพื้นที่ท่าเรือคลองเตย แต่ถ้าได้รัฐบาลข้อสรุปว่าเป็นพื้นที่ท่าเรือคลองเตยจริง และมีการลงทุนเบื้องต้น 1 แสนล้านบาทต่อแห่งในกรุงเทพฯ มองว่ามีขนาดใหญ่พอจะเกิดแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เพราะกรุงเทพฯ เป็นเดสติเนชันยอดนิยมระดับโลกของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว
“อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าไม่อยากให้การพัฒนาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไปอยู่ในพื้นที่เป้าหมายอย่างกรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต เพราะเป็นเมืองหลักที่เจริญแล้ว ควรไปหาพื้นที่ที่ยังไม่เจริญในภาคอีสานมากกว่า ให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 50 ตารางกิโลเมตร แล้วตีกรอบยกระดับเป็นพื้นที่พิเศษ เหมือนโมเดลของลาสเวกัส สหรัฐ ที่มีการพลิกโฉมจากเมืองทะเลทรายกันดาร สู่เมืองแห่งกาสิโนถูกกฎหมาย และความบันเทิงระดับโลก”
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





