จะหวานน้อยหรือหวานร้อย ต้องได้เมนูโปรด "คามุ คามุ" เดินหน้าเสิร์ฟเครื่องดื่ม ขนมตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายต่อเนื่อง ขานรับตลาด้านอาหารและเครื่องดื่ม 4.35 แสนล้านบาท ยังเติบโต
การเดินทางผ่านของ “คามุ คามุ” ร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่สัญชาติไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมพันธมิตรที่แข็งแกร่ง สามารถขยายธุรกิจมีร้านให้บริการลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
โค้งสุดท้ายปี “คามุ คามุ” ยังเดินหน้าออกเมนูใหม่เพื่อเสิร์ฟผู้บริโภค นอกจากสายหวานแล้ว สายสุขภาพ ชื่นชอยความหวานน้อย ถือเป็นเทรนด์มาแรง
ทินกฤต สินทัตตโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คามุ คามุ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มหรือ Food & Beverage ในประเทศไทยในปี 2566 มีมูลค่าตลาดประมาณ 4.35 แสนล้านบาท อัตราการเติบโต 7.1% จากปีก่อนหน้า โดยแรงสนับสนุนสำคัญมาจากปัจจัยท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ รวมถึงช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองและวันหยุดยาวที่ทำให้ผู้คนเกิดการเดินทางกระตุ้นการบริโภค
สำหรับตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี คามุ คามุ ยังยึดมั่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์(Product)อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจ ซึ่งปัจจุบันเทรนด์หรือไลฟ์สไตล์ของผู้คนมีความพยายามที่จะยืดหยุ่นและสร้างสมดุลให้กับการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น
เมื่อเจาะลึกกลุ่มเครื่องดื่มจะเห็นว่าสถิติที่ลูกค้ามีการสั่งความหวาน 25% และ หวาน 75% เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% สะท้อนภาพมีลูกค้าบางกลุ่มพยายามจะปรับพฤติกรรมทีละเล็กน้อย เพื่อให้การดูแลสุขภาพหรือการรักษาสมดุลในการบริโภคอย่างยั่งยืน
ทว่า ปัจจุบันลูกค้าของร้านมีทั้งชอบ "หวานน้อย" และ "หวานร้อย" ในสัดส่วนเท่ากัน 50% ทำให้กลยุทธ์การทำตลาดของบริษัท จึงมุ่งคิดสูตร สร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มที่รองรับการสั่งระดับความหวานให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังคงรสชาติอร่อยมาพร้อมกับการตอบโจทย์สุขภาพ เพื่อเสิร์ผผ่านร้านคามุ คามุ ที่มีทั้งสิ้น 179 สาขา ทั่วประเทศไทย
ล่าสุดได้เปิดตัวเมนู Duo Dolce เมนูละมุน x2 เครื่องดื่มและขนมหวาน “บลามันเจ พุดดิ้ง” สูตร Vegan 100% มาพร้อมกับแคมเปญ “It’s never too late…” เจาะสาวกชานมเลิฟเวอร์ต้องการความสมดุลการบริโภค
รณิดา สินทัตตโสภณ กรรมการบริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า ปี 2567 เทรนด์การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มแบบยั่งยืนกำลังเติบโต ผู้บริโภคเริ่มมองหาเครื่องดื่มจากพืชเป็นทางเลือกแทนนมวัว ปราศจากนมจากนมสัตว์ เนื่องจากใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยกว่าการผลิตนมวัว อีกทั้งยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าผลิตภัณฑ์นมทั่วไปถึง 96% รวมถึงเครื่องดื่มลดน้ำตาล หวานน้อย และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ คามุ คามุ จึงพัฒนาสูตรเครื่องดื่มใหม่ๆที่ตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
“หนึ่งในเทรนด์ใหญ่ของกลุ่มคนรักสุขภาพคือการหันมาบริโภคนมทางเลือกมากขึ้น ลดการดื่มนมวัวเป็นบางวันหรือมีความFlexitarian และคนรักสุขภาพยังลดน้ำตาล ลดหวาน แต่ยังบริโภคขนม ของว่างที่อิ่มนานขึ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การพัฒนาเมนูเครื่องดื่ม ขนมของคามุ คามุ นอกจากรสชาติถูกปากกลุ่มเป้าหมาย ยังต้องเติมความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภคด้วย”





