‘ดุสิตธานี’ เตรียมเปิดโรงแรมใหม่แห่งที่ 3 ในญี่ปุ่น ปักหมุดภูมิภาค ‘คันไซ’ ภายในปลายปีนี้ หรือไตรมาส 1 ปี 68 รับกระแสท่องเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตร้อนแรง หลังกรุยทางเข้าลงทุน ดันแบรนด์โรงแรมในเครือ 2 แห่งแรกที่ ‘เกียวโต’ เปิดเมื่อปี 66 จนติดตลาด ผลตอบรับดี อัตราเข้าพักกว่า 70%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครือดุสิตธานีมีแผนเปิดโรงแรมใหม่เพิ่มเป็นแห่งที่ 3 ในประเทศญี่ปุ่นในปลายปี 2567 หรือไตรมาส 1 ปี 2568 แถบภูมิภาคคันไซ ซึ่งจะเป็นการเข้ารับบริหารโรงแรม หลังจากบริษัทมีโรงแรมที่ลงทุนเองไปแล้ว 2 แห่งแรกที่เกียวโต ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต และโรงแรมอาศัย เกียวโต ชิโจ เปิดให้บริการเมื่อปี 2566 ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักดีมาก เฉลี่ย 70%
ญี่ปุ่นถือเป็นเดสติเนชันที่มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว การลงทุนโรงแรมของทุนต่างประเทศส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนในภูมิภาคคันไซ โดยในปีนี้ภาคการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเติบโตดีมาก จากสถิติช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 21 ล้านคน หลังได้อานิสงส์จากเงินเยนอ่อนค่า กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
“โรงแรมในเครือดุสิตธานีที่ญี่ปุ่นตอนนี้ เราเริ่มเข้าไปเก็บเกี่ยวต่อเนื่อง หลังจากเราเข้าไปสร้างแบรนด์ แนะนำแบรนด์โรงแรมดุสิตธานี (Dusit Thani) และอาศัย (ASAI) ให้ตลาดในญี่ปุ่นรู้จัก โดยการที่เราจะเลือกขยายธุรกิจโรงแรมในเดสติเนชันใหม่ๆ เราเน้นว่าต้องเริ่มด้วยการไปลงทุนเองก่อน เพราะต้องการเมคชัวร์เรื่องแบรนด์ของเรา พอสามารถทำการตลาดจนกระแสตอบรับดีแล้ว เราถึงจะเริ่มรับจ้างบริหารโรงแรมให้นักลงทุนรายอื่นๆ” นางศุภจีกล่าว
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
รายงานข่าวเครือดุสิตธานีเมื่อเดือน ส.ค. 2567 ระบุว่า โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต (Dusit Thani Kyoto) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการเป็นโรงแรมสัญชาติไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับรางวัล “กุญแจมิชลิน” (Michelin Key) อันทรงเกียรติจากคู่มือ มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) ประจำปี 2567 ตอกย้ำความเป็นโอเอซิสระดับลักชัวรี ใจกลางอดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น
สำหรับรางวัลกุญแจมิชลิน เป็นตราสัญลักษณ์พิเศษที่มอบให้กับโรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับเหมือนรางวัลอาหารในมิชลินไกด์ คือกุญแจตั้งแต่ 1-3 ดอก โดยจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ 5 ปัจจัย ได้แก่ การออกแบบภายในและสถาปัตยกรรมอันยอดเยี่ยม คุณภาพและความสม่ำเสมอในบริการ ความสะดวกสบาย และการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี ตัวตนที่สะท้อนถึงบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ความเป็นเลิศในการส่งมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าหรือมากกว่าราคาที่จ่าย และสถานที่ที่เป็นจุดหมายในตัวเอง โดยเป็นที่พักที่เพิ่มอรรถรสให้กับประสบการณ์ท้องถิ่น
ปัจจุบันโรงแรมต่างๆ ในประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และบางแห่งในสหรัฐ ต่างได้รับรางวัลกุญแจมิชลินไปแล้ว ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ได้รับรางวัลนี้ และ โรงแรมดุสิตธานี เกียวโต เป็นโรงแรมไทยเพียงแห่งเดียวจากทั้งหมด 85 แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับเลือกให้เป็นโรงแรมที่ได้รับรางวัลกุญแจมิชลิน 1 ดอก และยังเป็นโรงแรมแรกของเครือดุสิตที่ได้รับรางวัลนี้





