อาณาจักร 'ทริปดอทคอมกรุ๊ป' (Trip.com Group) กลุ่มบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์สัญชาติจีน ก่อตั้งปี 2542 ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นนำระดับโลก ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม ทริปดอทคอม (Trip.com) ซีทริป (Ctrip) สกายสแกนเนอร์ (Skyscanner) และชวี่หน่า (Qunar)
น่าสนใจในกลยุทธ์ของ ทริปดอทคอมกรุ๊ป ในการขยายธุรกิจแข่งกับบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) รายอื่นๆ ยุคทุนจีนเบ่งบานทั่วโลก!
ซุน เทียนซู รองประธานกรรมการ ทริปดอทคอมกรุ๊ป ฉายภาพว่า ทริปดอทคอมกรุ๊ปอยู่ในวงการท่องเที่ยวมานานกว่า 25 ปี กลยุทธ์สร้างการเติบโตสำคัญคือ “G2” ได้แก่ “Globalization” ขยายการลงทุนไปตีตลาดต่างประเทศ เช่น มีสำนักงานกรุงเทพฯในปัจจุบัน และตามแผนจะขยายไปในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เห็นได้จากช่วงโควิด-19 ระบาด แม้จีนปิดประเทศ แต่ทริปดอทคอมกรุ๊ปก็มีสำนักงานในประเทศอื่นๆ ช่วยทำรายได้ให้กับบริษัท ด้านสถานการณ์สงคราม การเมืองระหว่างประเทศ มองว่าน่าจะเป็นความท้าทายระยะยาวของการทำธุรกิจท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีนับจากนี้
อีกจุดคือ “Great Service” ส่งมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า ส่งผลให้ยอดขายเติบโตพอสมควร ขณะเดียวกันยังมีเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยจับเทรนด์ผู้บริโภค สรุปข้อมูลได้แม่นยำ ออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวได้ตรงใจ ผ่านฟีเจอร์ตอบโจทย์การวางแผนท่องเที่ยว อาทิ Trip.Best ซึ่งเป็นรายการจัดอันดับสถานที่และบริการยอดนิยมบนแพลตฟอร์มของทริปดอทคอม ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมกับความต้องการที่สุด ณ จุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก
ขนาดการซื้อขาย 'อี-คอมเมิร์ซ ไลฟ์สตรีม' ปี 68 โตพุ่ง 2 เท่า
การเดินหน้ากลยุทธ์ G2 จะใช้ควบคู่กับกลยุทธ์สื่อสารการตลาด “คอนเทนต์ มาร์เก็ตติง” (Content Marketing) โดยเฉพาะช่องทางการขายแบบ “ไลฟ์สด” ที่กำลังเป็นกระแสนิยมและเติบโตต่อเนื่อง
สอดรับกับยุคสมัยของ “E-commerce Livestream” ที่ในปี 2568 ขนาดการซื้อขาย (Transaction Scale) มีแนวโน้มเติบโตราว 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2565 โดยข้อมูล iResearch KPMG Deloitte ระบุว่าตลาดโตเต็มที่อย่าง “จีน” เมื่อปี 2565 มีขนาดผู้ใช้งาน (User) ในตลาดไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ 500 ล้านคน และมีขนาดการซื้อขาย 5.4 แสนล้านดอลลาร์ โดยในปี 2568 มีแนวโน้มขนาดผู้ใช้งานเติบโตเป็น 700 ล้านคน มีขนาดการซื้อขาย 1 ล้านล้านดอลลาร์
ส่วนตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อาทิ “ยุโรปและสหรัฐ” รวมกันในปี 2565 มีขนาดผู้ใช้งาน 150 ล้านคน ขนาดการซื้อขาย 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ มีแนวโน้มเติบโตในปี 2568 เพิ่มเป็น 200 ล้านคน มีขนาดการซื้อขาย 5 หมื่นดอลลาร์ ด้านตลาด “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ในปี 2565 มีขนาดผู้ใช้งาน 200 ล้านคน คิดเป็นขนาดการซื้อขาย 1.38 หมื่นล้านดอลลาร์ คาดในปี 2568 เติบโตเป็น 300 ล้านคน มีขนาดการซื้อขายเพิ่มเป็น 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์
เปิดตัว 'Asia Live Streaming Centre' ในกรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ทริปดอทคอมกรุ๊ปได้เปิดตัว “Asia Live Streaming Centre” สตูดิโอศูนย์กลางการไลฟ์สตรีมมิ่งแห่งแรกในเอเชีย ที่สำนักงานกรุงเทพฯ เพื่อไลฟ์สดนำเสนอดีลท่องเที่ยวทุกวันบนช่องทาง TikTok ของ Trip.com Thailand มุ่งโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศไทย เหล่าพันธมิตรสามารถนำเสนอโปรดักต์และบริการได้อย่างเต็มที่ เช่น การจัดแคมเปญเมกะเซล (Mega Sale) และการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในไทย ทั้งนี้มีแผนขยายด้วยการไลฟ์เป็นภาษาอังกฤษสำหรับผู้ชมต่างประเทศในลำดับต่อไปด้วย
ซุน เทียนซู
ตลาดไลฟ์สด 'จีน' อิ่มตัวสู่เรดโอเชียน ลุยบุก 'ไทย' จุดหมายระดับโลก
“ในประเทศจีนเราได้มีการไลฟ์นำเสนอดีลท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มเป็นจุดเริ่มต้น และได้ขยายกลยุทธ์นี้มาที่ประเทศไทย เนื่องจากการไลฟ์ในจีน แม้จะเติบโต แต่ก็ถึงจุดอิ่มตัว เข้าสู่เรดโอเชียน (Red Ocean) ไปแล้ว ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ยังมีช่องว่างในการเติบโตมากกว่า โดยเฉพาะไทยซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก”
อีกปัจจัยสำคัญคือประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากกว่า 85% และมี “เอ็นเกจเมนต์” (Engagement) ในโซเชียลมีเดียสูงมาก ปกติแล้วคนไทยอาจจะดูไลฟ์สดเพื่อความบันเทิง แต่ก็เริ่มเห็นการไลฟ์เพื่อธุรกิจมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทริปดอทคอมกรุ๊ปในการเข้ามาลุยช่องทางการขายนี้
“ประเทศไทยมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวสูงมาก มีโปรดักต์ให้เลือกมากมาย เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมระดับโลก จากทั้งตลาดในประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและประเทศอื่นๆ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่เราเข้ามาบุกตลาดไลฟ์สดในไทย”
นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว ทริปดอทคอมกรุ๊ปจะขยายช่องทางการไลฟ์สดไปบนแพลตฟอร์มของ Trip.com ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติม โดยตั้งเป้าเปิดตัวในไตรมาส 1 ปี 2567 และไตรมาส 4 ปี 2568 อีกด้วย
บุน เซียน ชาย กรรมการผู้จัดการ และรองประธานฝ่ายการตลาดต่างประเทศ ทริปดอทคอมกรุ๊ป เล่าเสริมว่า เมื่อปี 2566 ทริปดอทคอมกรุ๊ปได้มีการจัดทำซีรีส์ไลฟ์สดภายใต้ชื่อ “ซูเปอร์ เวิลด์ ทริป” (Super World Trip) และเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายการไลฟ์ พบว่าครั้งแรกที่กรุงเทพฯ สามารถไลฟ์ขายห้องพักโรงแรมได้มากกว่า 20,000 ห้อง คิดเป็นยอดขาย (GMV) ในวันแรก 40 ล้านหยวน (ราว 200 ล้านบาท) ก่อนจะจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องที่พัทยา เชียงใหม่ สมุย และภูเก็ต รวม 7 ครั้งแล้ว สร้างยอดขาย GMV ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150 ล้านหยวน (ราว 750 ล้านบาท)
บุน เซียน ชาย
นอกจากการไลฟ์ในไทยแล้ว ยังจัดที่โตเกียว โซล สิงคโปร์ และฮ่องกง ช่วยกระตุ้นการเดินทางได้อย่างมากอีกด้วย โดยซีรีส์ไลฟ์สดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “บอส ไลฟ์ ซีรีส์” (BOSS Live Series) ริเริ่มโดย “เจมส์ เหลียง” ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานบริหารของทริปดอทคอมกรุ๊ป ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดไลฟ์สดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตั้งแต่ในปี 2563 และสร้างความเชื่อมั่นสำหรับการฟื้นตัวหลังจากการระบาดของโควิด-19





