วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

แม่ทัพใหญ่ “คาราบาว กรุ๊ป” ที่มีหัวใจ และเลือด “นักสู้” อยู่เต็มขั้น ได้ย้ำหลักคิดผ่านงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปี 2567 ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมชู “การเรียนรู้” เป็นคัมภีร์ชีวิต สู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้าน

งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2567 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์ออดิทอเรียม อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมีการจัด Exclusive Talk หัวข้อ “สังคม เศรษฐกิจ การเมือง : สามมุมมองต่อการพัฒนาเยาวชนสู่สังคมโลก” โดยมี 3 วิทยากร แบ่งปันความคิด แก่นักศึกษา ด้านสังคมผ่านมุมมอง แสงเดือน ชัยเลิศ ด้านเศรษฐกิจจาก เสถียร เสถียรธรรมะ และประเด็นทางการเมือง โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

“เสถียร เสถียรธรรมะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “กลุ่มคาราบาว” ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ บอกเล่าความหลังเมื่อ 50 ปีก่อน คือ ปี 2518 ที่ได้สัมผัสบรรยากาศวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ที่จัดขึ้น ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขณะนั้น คืออาจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นกล่าวต้อนรับทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชาวธรรมศาสตร์

“สำหรับผม อาจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ไม่ได้เป็นเพียงแต่อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เท่านั้น แต่ท่านยังเป็นแบบอย่างของคนดี คนเก่ง คนกล้าที่มีชื่อเสียงคู่กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสยืนข้างเวที และช่วงเวลาพัก ท่านได้เดินมาทักทายพวกเรา ผมตื่นเต้นดีใจอย่างมากที่ได้พบท่าน ยังจำความรู้สึกนั้นได้มาจนถึงปัจจุบัน”

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

“เสถียร” ในวัย 70 ปี ในฐานะผู้ก่อตั้ง และเจ้าของ “คาราบาว กรุ๊ป” ซึ่งมียอดขายรวมของทั้ง “อาณาจักร” กว่า 1 แสนล้านบาท เท้าความสมัยเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ธรรมศาสตร์ ตอนอายุ 21 ปี ซึ่งมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการเรียนในระดับมัธยมศึกษาจากที่ไหนเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาแค่ ป.4 ก็ต้องออกไปทำงานตั้งแต่อายุ 11 ปี ได้รับเงินเดือนครั้งแรก 50 บาท

ทว่า ความเป็นคนใฝ่เรียน ใฝ่เรียนรู้ จึงพยายามเก็บเงินมาได้เรื่อยๆ จนอายุ 18 ปี จึงไปเรียนกวดวิชาเพื่อจะสอบเทียบ และ 6 เดือนต่อมาสามารถสอบเทียบได้ ป.7 อีก 6 เดือนต่อมา สอบเทียบ มศ.3 หลังจากนั้นอีก 8 เดือน จึงสอบเทียบได้ มศ.5 และได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2518

นอกจากอายุที่มากกว่าคนอื่นๆ แล้ว “เสถียร” ระบุว่า หากเปรียบเทียบฐานะทางเศรษฐกิจ และ “ต้นทุนทางด้านอื่นๆ” เขาถือว่ามีต้นทุนที่ต่ำกว่าเพื่อนส่วนใหญ่ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ท้อถอย ตรงกันข้ามกลับทำให้มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการก้าวไปสู่ความสำเร็จได้มากขึ้น

มุ่งเรียน หากแต่บรรยากาศทางการเมืองของประเทศไทยขณะนั้น เป็นช่วงที่มีการ “ต่อสู้ทางอุดมการณ์” อย่างเข้มข้น

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ “เสถียร” ตัดสินใจ “หลบหนีภัยเผด็จการ” เข้าไปอยู่ในป่า พร้อมกับเพื่อนนักศึกษา โดยไปเป็นทหารป่าอยู่ 4 ปีกว่า ก่อนจะกลับออกมาด้วยวัย 24 ปี

“ตอนนั้นผมออกจากป่าด้วยความรู้สึกว่าเป็นคนที่พ่ายศึก แพ้สงคราม สิ่งนี้กัดกร่อนจิตใจของผมไป 3 ปี ที่สำคัญชีวิตผมที่ช้าอยู่แล้ว..ยิ่งช้าลงไปอีก เพราะว่าเพื่อนที่รุ่นเดียวกันหลายคนเรียนดี ได้ขึ้นมาเป็นอาจารย์ที่ ม. ธรรมศาสตร์ อีกหลายคนสอบได้เป็นอัยการ บางคนไปสอบผู้พิพากษา”

เลือดนักสู้เต็มขั้น ประกอบกับความมานะพยายาม “เสถียร” ได้กลับเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกครั้งใน 2 ปีต่อมา ด้วยวัยเกือบ 30 ปี แต่ที่สุดต้องละทิ้งความมุ่งมั่นแต่แรกที่จะเรียนให้จบมหาวิทยาลัย

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

ครั้งนั้น ผมต้องปล่อยมันไปทั้งๆ เป็นสิ่งที่ผมมุ่งมั่นมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็ก การตัดสินใจที่จะไม่กลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกเลยนั้น ผมถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในชีวิตของผม เพราะในยุคสมัย 50 - 60 ปีก่อน สิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนสถานะของผู้คนในสังคมที่เกิดมายากจน มีแต่การศึกษาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ได้เป็นบัณฑิต เป็นปัญญาชน”

การตัดสินใจไม่เรียนต่อ “เสถียร” ได้เข้าสู่สังเวียนธุรกิจ “เริ่มต้นเปิดร้านโชห่วย” ด้วยเงินทุน 1.2 หมื่นบาท จากการช่วยเหลือของพี่น้องของเขาเอง จนขยับมาเป็น “โรงงานทำตะปู” พร้อมลงขันกับเพื่อนๆ และมีโอกาสทำธุรกิจอีกหลายอย่าง

ตลอดเส้นทางธุรกิจ และชีวิตล้วน “ต้องล้มลุกคลุกคลาน” เคยไม่มีแม้แต่เงินขึ้นรถเมล์ และเคยเดินตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงซอยแบริ่ง (สุขุมวิท 107) สมุทรปราการ

“ตอนนั้นผมหาเงินเข้าเช็กไม่ทัน เช็กเด้งเป็นเรื่องปกติ ความรู้สึกท้อต่อโชคชะตาตนเองเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่สุดท้ายผมก็ค่อยๆ ลุกยืนขึ้นมาได้ ชีวิตผมช้ากว่าคนอื่น อายุ 36 เพิ่งจะเคยนั่งเครื่องบินครั้งแรก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้คนรู้จักผมว่าทำธุรกิจประสบความสำเร็จ ต่อเมื่ออายุผมมากกว่า 60 ปีแล้ว”

"เจ้าพ่อคาราบาว กรุ๊ป” ย้ำว่า เมื่อมองผ่านชีวิตของเขา นักศึกษาใหม่ที่เข้ามาสู่รั้วธรรมศาสตร์ ต่างก็มีความแตกต่างหลากหลาย ตั้งแต่อายุ เพศ ที่สำคัญสถานะทางเศรษฐกิจ และสังคม หลายคนอาจจะเป็นลูกเศรษฐี ขณะที่อีกหลายคนมีพ่อแม่เป็นชาวไร่ ชาวนา หรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ไม่ควรทำให้ใครต้องท้อแท้

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

“ผมอยากบอกว่า ไม่ว่าฐานะครอบครัวของคุณจะเป็นอย่างไร เมื่อคุณมีความมานะพยายามจนสอบเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ได้ ทุกคนอยู่ในจุดที่เท่ากัน”

“ความเท่ากัน” ในที่นี้หมายถึง จุดที่เท่ากันในการแสวงหาความสำเร็จในชีวิต เพราะเชื่อว่า ไม่ว่าประเทศชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะทำลายโอกาสของพวกเรา ที่จะสร้างฐานะให้กับตนเอง และครอบครัว รวมทั้งการที่จะอุทิศตนเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ขอแต่ให้มีความมุ่งมั่น โอกาสมีอยู่เสมอ โอกาสจะซ่อนอยู่หลังเป้าหมาย

ดังนั้นจงตั้งเป้าหมาย และไปหามัน แต่ถ้ายังหาโอกาสไม่เจอ ก็ต้องสร้างมันขึ้นมา เพราะโอกาสเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นมาได้ และสามารถสร้างขึ้นมาได้ตลอดชีวิต ถ้าเรามุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ผมอยากให้ทุกคนจำไว้ว่า เราจะต้องมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตคือ คัมภีร์ที่สำคัญที่จะพัฒนาตัวเราเอง เพื่อจะนำพาชีวิตของเราไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ขอแต่มุ่งมั่นเรียนรู้ตลอดชีวิต”

เจ้าพ่อคาราบาว กรุ๊ป ย้ำว่าสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนคือ การได้เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย มีคณาจารย์ที่เก่งๆ มีความรู้ ความสามารถในแทบทุกด้าน เป็นโอกาสที่นักศึกษาทุกคนจะได้เรียนรู้ว่า โลกที่อยู่ทุกวันนี้มีมหาอำนาจมาทุกยุคทุกสมัย คำถามอยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมหาอำนาจอย่างไร

เจาะตำนาน นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่! 'เสถียร เสถียรธรรมะ' สู่ปั้นอาณาจักรแสนล้าน

“นักศึกษาจะได้เรียนรู้ว่าทำไมธุรกิจใหญ่ๆ ที่สำคัญๆ ของประเทศไทย จึงถูกผูกขาด ควบคุม โดยผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย และจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากที่นี่ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

 อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ โอกาสที่ทุกคนจะได้สร้างมิตรภาพของชาวธรรมศาสตร์ให้เกิดขึ้นมา ซึ่งมิตรภาพนี้จะผูกพันชีวิตเราไปตลอดชีวิต เหมือนกับที่เมื่อเป็นชาวธรรมศาสตร์แล้ว อุดมการณ์ธรรมศาสตร์จะติดตัวเราไปตลอดชีวิต

“ไม่ว่าต้นทุนชีวิตของคุณจะเป็นมาอย่างไร จะเคยล้มสักกี่ครั้ง คุณก็สามารถที่จะกลับมาได้ ขอแต่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น” 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์