สมาคมแฟรนไชส์ฯ คาดลงทุนปีนี้โตแผ่ว 5% สปาหดตัว ‘อาหาร-กาแฟ’ ยังไปได้

สมาคมแฟรนไชส์ฯ คาดลงทุนปีนี้โตแผ่ว 5% สปาหดตัว ‘อาหาร-กาแฟ’ ยังไปได้

ผลกระทบจากเศรษฐกิจ กำลังซื้อ มีผลต่อธุรกิจแฟรนไชส์ ที่นักลงทุนใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้นในการเลือกซื้อแฟรนไชส์ โดยสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ (FLA) ประเมิน ธุรกิจสปา ค่อนข้างหดตัว ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ไปได้ดีเป็นกลุ่ม อาหาร-เครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซัก สถาบันการศึกษา

สุทธิชัย พนิตนรากุล นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ (FLA) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2567 ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้ลูกค้าที่สนใจอยากลงทุนแฟรนไชส์ ต่างใช้เวลาการตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ที่ยาวนานมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 5-6% แตกต่างในช่วงปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวมากกว่า 10% 

เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มาแรงในปีนี้

  • กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด เนื่องจาก เป็นธุรกิจที่คนไทยให้ความสนใจสูง
  • รองลงมา ธุรกิจร้านกาแฟ จากเทรนด์เครื่องดื่มกาแฟที่มาแรง
  • อันดับสามเป็น ธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่มีจำนวนหลายหมื่นสาขาทั่วประเทศ
  • ธุรกิจสถาบันการศึกษา เนื่องจากผู้คนต่างให้ความสนใจเพิ่มองค์ความรู้ มีผลต่อโรงเรียนสถาบันกวดวิชาต่างๆ ขยายตัวดีมาตลอด

ส่วนธุรกิจที่ชะลอตัวลงคือ กลุ่มสปา เนื่องจากลูกค้ามีความกังวลจากสถานการณ์เศรษฐกิจ ทำให้ลดการใช้จ่ายในกลุ่มนี้ลง 

“ในปีนี้บรรยากาศการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ลูกค้าต่างใช้เวลาตัดสินใจลงทุนที่นานมากขึ้น คิดมากขึ้น จากปัจจัยหลายด้านมากดดัน ทำให้ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์มีทั้งผู้ประกอบการที่ยังสามารถเปิดสาขา ขยายธุรกิจต่อไปได้ มีการขยายตัวดี และผู้ประกอบการบางส่วนที่ได้รับผลกระทบสูง จำเป็นต้องปิดให้บริการไป และจากการหารือกับผู้ประกอบการที่ทำสปา ถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุด ” 

 

การลงทุนมีโอกาส แต่ต้องมีองค์ความรู้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจลงทุน ควรมุ่งเปิดธุรกิจที่มีความสนใจและมีองค์ความรู้อยู่แล้ว เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ แต่ไม่ควรเน้นการลงทุนตามกระแสแฟชั่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มาเร็วและไปเร็ว ซึ่งไม่ได้สร้างความยั่งยืน อีกข้อที่ควรพิจารณาคือ เป็นแบรนด์แฟรนไชส์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินให้สินเชื่อ แสดงถึงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ สร้างธุรกิจเติบโตได้ดี และมีปัญหาเรื่องหนี้เสียน้อย

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการควรมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่แบรนด์ พร้อมคงรักษาระบบและมาตรฐานบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและนักลงทุน แต่ไม่ควรเน้นแข่งขันในด้านราคา ซึ่งอัตราการลงทุนในแฟรนไชส์ไทยจะมีหลากหลายราคา ตั้งแต่หลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท และสูงสุดหลักเกินล้านบาท

ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้เร่งสร้างผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับภาครัฐ ร่วมโรดโชว์ไปในงานแสดงสินค้าต่างๆ มาตลอด เพื่อเพิ่มโอกาสขยายคู่ค้าใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

สุทธิชัย กล่าวเพิ่มเติมถึง ประเด็นแฟรนไชส์รายใหญ่จีนที่เข้ามารุกตลาดในประเทศไทยนั้น ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ดังนั้น เจ้าของแฟรนไชส์ควรเร่งสร้างแบรนด์ที่มีมูลค่า รักษามาตรฐานและระบบที่ดีแก่กลุ่มลูกค้า ทั้งหมดจะร่วมสร้างแบรนด์เติบโตได้ในระยะยาว สะท้อนได้จากแบรนด์ระดับโลกคือ แมคโดนัลด์ ได้วางระบบแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน มุ่งแบรนด์ที่โดดเด่น จึงทำให้แบรนด์มีอายุยืนยาวกว่า 80 ปี พร้อมสามารถขยายสาขาไปได้ในทั่วโลก

“การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นการทำสัญญาระยะยาว 3-5 ปี ดังนั้นผู้ที่ลงทุนคือ เลือกที่สร้างผลตอบแทนที่ดี ในระดับที่น่าพอใจ สามารถคืนทุนได้ตามแผน แต่หากเน้นการแข่งขันด้านราคา และมุ่งลดราคาอย่างเดียว เชื่อว่าไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง และไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว มีโอกาสที่จะเจ๊งได้ในระยะยาว 5-8 ปีได้”