วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ชัยชนะไม่ใช่สำหรับทุกคน Nike เดิมพันครั้งใหญ่กู้ชีพแบรนด์ใน โอลิมปิก 2024

ชัยชนะไม่ใช่สำหรับทุกคน Nike เดิมพันครั้งใหญ่กู้ชีพแบรนด์ใน โอลิมปิก 2024

ข้อความนี้อยู่ในแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ “Winning Isn’t For Everyone” ของ Nike แบรนด์กีฬาดังจากสหรัฐอเมริกา ที่จะใช้ในช่วงของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ประจำปี 2024 หรือ โอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่กำลังจะเริ่มต้นในวันที่ 26 กรกฎคมนี้

ถึงแม้ว่าจะเป็นอีกครั้งที่ Nike เผชิญกับกระแสวิจารณ์เพราะการสร้างการจดจำว่าชัยชนะเป็นเพียงอย่างเดียวของเกมกีฬา ซึ่งสวนทางกับสปิริตการแข่งขันและน้ำใจนักกีฬาที่เป็นหัวใจสำคัญของมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่าง โอลิมปิก แต่สำหรับพวกเขาแล้วนี่คือความรู้สึกลึกๆข้างในของนักกีฬาทุกคน

และในเวลาเดียวกันก็เป็นความรู้สึกลึกๆของแบรนด์ด้วย เพราะสำหรับ Nike แล้ว กีฬาโอลิมปิกครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่จะต้องคว้าชัยชนะเหนือแบรนด์กีฬาคู่แข่งให้ได้

 

แคมเปญสุดเร่าร้อน

แคมเปญ “Winning Isn’t For Everyone” นี้นำข้อเท็จจริงของการแข่งขันกีฬาว่าความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคือการเอาชนะการแข่งขันให้ได้ ซึ่งต้องอาศัยแรงกระตุ้นทางจิตใจมากมายมหาศาลและไม่ยอมให้ความเป็นคนดี นิสัยดี มาเป็นจุดอ่อนที่ทำให้พ่ายแพ้ต่อคู่แข่ง

เหล่า Olympian หรือ นักกีฬาโอลิมปิก ของNike ที่ปรากฏในโฆษณาชุดนี้นอกจากเจิ้ง ฉินเหวินแล้วยังมีเลอบรอน เจมส์, จานนิส อันเตโตคุนโป, ชา’คาร์รี ริชาร์ดสัน, เจค็อบ อิงเกบริกต์เซน และอาจา วิลสัน เหล่านักกีฬาที่พร้อมเผาหัวใจให้ไหม้เป็นจุลเพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม

รวมถึงคนที่ทุกคนคิดถึงเสมออย่าง โคบี ไบรอันต์ ตำนานนักบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ที่มาย้ำเตือนถึงหลักคิด “Mamba mentality” 

ในโฆษณาจะมีเสียงบรรยายโดยนักแสดงชื่อดังระดับตำนาน วิลเลม เดโฟ “ฉันไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ฉันไม่เคารพคุณ ฉันไม่เคยพอใจ ฉันหลงไหลในพลัง ฉันคือเสียงอันกึกก้อง ฉันเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า บอกฉันสิว่าฉันเป็นแบบนั้นไหม” ที่จะประกอบกับภาพของเหล่านักกีฬาที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านสีหน้าและแววตาในระหว่างที่ทำการแข่งขัน

โฆษณาชุดนี้ที่เพิ่งปล่อยออกมาได้รับเสียงวิจารณ์อยู่บ้างเพราะทำให้รู้สึกว่านักกีฬาเหล่านี้ดูเป็น “คนไม่ดี” เพียงแต่ในความตั้งใจของ Nike คือการสะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ใต้จิตใจของสุดยอดนักกีฬาทุกคน ต่อให้เป็นคนที่ดูนิสัยดีแค่ไหนก็ตาม ซึ่งที่มาของแคมเปญนี้ก็มาจากนักกีฬาที่ Nike เซ็นสัญญาเหล่านี้เองที่เล่าถึงความรู้สึกนึกคิดในเวลาทำการแข่งขัน

“นี่ไม่ใช่การเฉลิมฉลองเสียงของเหล่านักกีฬา”​นิโคล เกรแฮม Chief marketing officer ของ Nike กล่าว “แต่นี่คือเรื่องราวของสิ่งที่พวกเขาต้องทำหากต้องการจะเป็นคนที่เก่งที่สุด มันเป็นการย้ำเตือนกับโลกด้วยว่าการอยากจะชนะไม่ใช่เรื่องที่ผิด”

 

เกมที่แพ้ไม่ได้

ความเอาจริงเอาจังของ Nike ใน “ปารีส 2024”​ เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะต้องบอกว่าสถานการณ์ของยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาในเวลานี้อาการหนักเหลือเกิน

เมื่อเดือนที่แล้ว ราคาหุ้น Nike ตกลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001 หรือในรอบ 23 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงแต่ต้องเจอการกลับมาผงาดของ adidas ที่เริ่มฟื้นคืนชีพอีกครั้งหลังจากเจอวิกฤติเกี่ยวกับ Ye และ Yeezy แต่ยังต้องเจอคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง ON และ Hoka ที่เข้ามาช่วงชิงตลาดนักวิ่งที่เคยเป็นของตายสำหรับ Nike

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Nike ได้หันไปโฟกัสกับ รองเท้าสนีกเกอร์ รุ่นยอดนิยมในอดีตที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่อย่าง Dunk และ Air Jordan ที่แม้จะสร้างความฮือฮาได้พอสมควรในหมู่นักสะสมรองเท้าและ

กลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ แต่การมุ่งเน้นผลิตมากเกินไปทำให้แบรนด์เสียโฟกัสไปจากการสร้างนวัตกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาตลอดตั้งแต่ก่อตั้ง

การเผลอเสียสมาธิไปทำให้แบรนด์น้องใหม่ในตลาดอย่าง ON และ Hoka ที่ผลิตรองเท้าที่ดีและตอบโจทย์กลุ่มนักวิ่งตัวจริงมากกว่าด้วยเทคโนโลโลยีและความสบายในการสวมใส่ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nike ไม่ได้มอบให้ ทำให้ค่อยๆแทรกซึมเข้ากลางใจของเหล่านักวิ่ง รวมถึงมีการจัดกิจกรรมทางการตลาด มีการสร้างชุมชนนักวิ่งของตัวเองขึ้นอย่างแยบยล

เผลอกระพริบตานิดเดียว สถานการณ์ Nike จึงวิกฤติหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี

 

ความหวังที่มากกว่าเหรียญทอง

ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ Nike เตรียมใจที่จะมาพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของพวกเขาอีกครั้งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสครั้งนี้

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Nike ได้จัดงานเพื่อเปิดตัวความพร้อมสำหรับ มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงปารีส โดยได้เชิญสื่อมวลชน เหล่าครีเอเตอร์อิสระ และคู่ค้าทางธุรกิจมาเพื่อชมนวัตกรรมต่างๆรวมถึงได้เห็นหน้าตาของ Nike Athlete นักกีฬาระดับ Elite ที่จะลงแข่งขันชิงเหรียญทองในมหาครแห่งความรัก

เป็นการประกาศศักดาของพวกเขาพร้อมเตือนคู่แข่งไปในตัวถึงสรรพกำลังที่ยักษ์ใหญ่แห่งออริกอนเตรียมทุ่มใน ปารีสเกมส์

ก่อนหน้านั้นในเดือนธันวาคมปีกลาย Nike เผยว่าตัวเลขการเติบโตในปี 2023 ลดลงเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 บริษัทยังประกาศแผนการลดต้นทุนในช่วงระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.2 หมื่นล้านบาท)

เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพื่อสร้างนวัตกรรมให้ Nike กลับมาเป็นเบอร์หนึ่งอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในวงการวิ่งที่เจอคู่แข่งอย่าง ON และ Hoka แต่รวมถึงในตลาดเสื้อผ้ากีฬาที่ Lululemon เขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที

และอีกส่วนคือนำมาใช้เป็นงบการตลาดใน “ปารีส 2024”

ความหวังใหญ่ของ Nike อยู่ที่ชุดแข่งขันของนักกีฬาที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ไม่ใช่เฉพาะเพียงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ยังมีแคนาดา, จีน, เยอรมนี, เคนยา และอูกันดา ไม่นับที่เป็นสปอนเซอร์เฉพาะทีมกีฬา เช่น ทีมสเกตบอร์ดของญี่ปุ่นอีกด้วย

ชุดเหล่านี้ไม่ได้มาเพียงแค่ยอดขาย แต่รวมถึงการรับรู้และการกลับเข้าไปอยู่ในสายตาและหัวใจของผู้บริโภคอีกครั้ง ในระหว่างที่รอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเป็น “Game changer” ตัวจริงออกมาในอนาคต

เพราะชัยชนะไม่ใช่สำหรับทุกคน เกมนี้ Nike ไม่สามารถยอมให้คนอื่นชนะได้

 

 

 

 

อ้างอิง