สำรวจตลาดค้าปลีก กลุ่ม ร้านสะดวกซื้อ 3 แบรนด์ใหญ่ เซเว่น อีเลฟเว่น บิ๊กซิ มินิ โลตัส โกเฟรช ประกาศขยายสาขาใหม่รวมกันราว 1,000 สาขา เจาะตลาดชุมชน-คนรุ่นใหม่
ส่องภาพรวมค้าปลีกไทย จากการประเมินของ วิจัยกรุงศรี ภายใต้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กับทิศทางธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ระหว่างปี 2567 – 2569 มีแนวโน้มที่จะขยายตัว 5-5.5% ต่อปี โดยได้รับปัจจัยบวก ทั้งกำลังซื้อ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลดีต่อภาคค้าปลีกเมืองท่องเที่ยว โครงการเมกะโปรเจ็กภาครัฐ และ (ร่าง) และ ผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่
รวมถึง ร้านค้าออนไลน์และเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านมีการขยายตัว มีผลต่อตลาดค้าปลีกไทย แต่มีปัจจัยทั้งท้าทาย ทั้งการแข่งขันรุนแรงขึ้น ร้านค้าออนไลน์มีจำนวนมากขึ้น รวมถึงร้านค้าปลีกได้ปรับแผนมุ่งสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนสอดรับกับเทรนด์โลก
ทั้งนี้ในภาพรวมตลาดค้าปลีก ในกลุ่มที่ยังมีการขยายตัวต่อเนื่องคือ "ร้านสะดวกซื้อ" ที่เป็นค้าปลีกสมัยใหม่ที่เติบโตดีอยู่ ซึ่งมีการประเมินว่าจะขยายตัว 5-5.5% ต่อปี มาจากการเร่งขยายสาขา และมาจากการปรับกลยุทธ์เจาะออนไลน์
อีกทั้งได้จัดทำบริการส่งสินค้ารวดเร็ว รวมถึงเพิ่มสินค้าอาหารสดและเครื่องดื่ม ซึ่งในภาพรวมตลาดยังแข่งรุนแรงต่อเนื่อง มีผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการในทุกราย ที่อาจไม่เหมือนเดิม
3 แบรนด์ใหญ่มุ่งขยายร้านสะดวกซื้อประมาณ 1,000 สาขา
หากประเมินแบรนด์กลุ่มร้านสะดวกซื้อของประเทศไทย ใน 3 แบรนด์ใหญ่ ทั้ง เซเว่น อีเลฟเว่น บิ๊กซีมินิ และโลตัส โกเฟรช ได้มีแผนในการเปิดร้านสะดวกซื้อในปี 2567 รวมกันประมาณ 1,000 สาขา โดยมุ่งเจาะลูกค้าในชุมชนต่างๆ ตามเทรนด์ของร้านสะดวกซื้อ พร้อมได้ปรับโมเดลการปรับขยายสาขาใหม่ให้มีไซส์ใหญ่ขึ้น รวมถึงการมุ่งทำตลาดเชิงรุก เพื่อเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
สำหรับ "เซเว่น อีเลฟเว่น" ที่เป็นผู้นำตลาด โดยตามแผนในปี 2567 ได้วางนโยบายเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา งบลงทุนเปิดสาขาและรีโนเวท ลงทุนระบบไอที รวมถึงระบบคลังสินค้า รวมประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนในปีก่อน มีสาขารวมทั่วประเทศประมาณ 14,545 สาขา พร้อมได้เปิดสาขาใหม่กว่า 700 สาขา
ขณะที่ บิ๊กซี วางแผนเปิดสาขา ขนาดเล็ก หรือ "บิ๊กซี มินิ" ประมาณ 200 สาขาในปีนี้ เฉลี่ยเปิดประมาณ 20-30 สาขาต่อเดือน โดยสาขาเล็กเป็นเรือธงหลักในการรุกตลาดค้าปลีก พร้อมมีแผนขยายสาขาใหม่ของ บิ๊กซี มินิ ที่จะปรับสาขาให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น จากเดิมพื้นที่ 2-3 คูหา ไปสู่ขนาด 3-4 คูหา หรือมีพื้นที่ต่อสาขาประมาณ 60-100 ตร.ม.รองรับความต้องการของตลาด และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย โดยในช่วงที่ผ่านมา มีสาขาขนาดเล็ก รวมกันประมาณ 1,500 สาขา
อีกทั้ง บิ๊กซี ยังมีโมเดล ร้านโดนใจ ที่เป็นรูปแบบธุรกิจเข้าไปร่วมมือยกระดับร้านค้าโชห่วยในทั่วประเทศ ให้แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีและปรับปรุงร้านค้าใหม่ให้ดูทันสมัย ซึ่งในปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ ประมาณ 6,000 สาขา
โลตัส ที่มีสาขาไซส์เล็กกับ "โลตัส โกเฟรช" หรือ เรียกว่า มินิ ซูเปอร์มาร์เก็ต มีขนาดประมาณ 80-300 ตร.ม.โดยในปีนี้มีแผนเปิดสาขา โลตัส โกเฟรช รวมประมาณ 100 สาขา ส่วนปัจจุบันมีสาขาขนาดเล็ก ประมาณ 2,000 สาขาในทั่วประเทศ
เซเว่น อีเลฟเว่น ครองส่วนแบ่งการตลาดมากสุด 68%
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินภาพรวมในปี 2566 ที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อมีสาขา ทั่วประเทศ ประมาณ 21,464 สาขา เพิ่มขึ้น 878 สาขาจากปีก่อนหน้านี้
ทั้งนี้แบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากสุดคือ
- เซเว่น อีเลฟเว่น สัดส่วน 68%
- โลตัส โกเฟรช สัดส่วน 8%
- บิ๊กซี มินิ สัดส่วน 7%
หากเปรียบเทียบจำนวนสาขาของ ร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย
- ในปี 2566 มีสาขารวมประมาณ 21,464 สาขา
- ในปี 2565 มีสาขารวมประมาณ 20,603 สาขา
- ในปี 2564 จำนวนรวมประมาณ 19,965 สาขา
ต้องติดตามในปี 2567 กับแผนเปิดสาขาของ 3 แบรนด์ใหญ่ในตลาดร้านสะดวกซื้อ จะสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ โดยมีสารพัดปัจจัยที่ต้องติดตามทั้ง บรรยากาศในการใช้จ่ายของคนไทย และแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเข้ามาร่วมกระตุ้นค้าปลีกในครึ่งปีหลังคึกคักมากเพียงใด!





