เมื่อ ‘ภาคอุตสาหกรรม’ เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ตัวเลขโรงงานแห่ปิดตัว คนตกงานพุ่ง ส่งสัญญาณอันตรายต่อเศรษฐกิจไทย แล้วแรงงานเหล่านี้ไหลไปเซ็กเตอร์ไหน? ‘สทท.’ ชี้จำนวนแรงงาน ‘ภาคท่องเที่ยวและบริการ’ ฟื้นตัวก้าวกระโดดในไตรมาส 2 สู่ภาวะปกติ ช่วยโอบรับเอาไว้บางส่วน
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยรายงาน “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 2 ปี 2567” โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือ “ภาวะการจ้างงานของสถานประกอบการไตรมาส 2/2567” พบว่า จำนวนแรงงานในไตรมาส 2/2567 มีประมาณ 99% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากแรงงานในไตรมาส 1/2567 ด้วยอัตราก้าวกระโดดจากระดับ 87% และฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อปี 2562
ทั้งนี้อาจมีสาเหตุจากมีจำนวนแรงงานที่ถูกออกจากภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก กว่า 300,000 ตำแหน่ง จากการปิดตัวของโรงงานในภาคอุตสาหกรรมในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา
ประกอบกับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำอีกมากกว่า 5 แสนคน ส่งผลให้แรงงานเหล่านั้นหันมาสนใจงานในภาคบริการมากขึ้น สะท้อนภาวะการไหลของแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาคบริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้ขาดแรงงานในเชิงปริมาณ แต่ขาดแรงงานคุณภาพหรือขาดแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ เช่น พนักงานนวด/สปา มัคคุเทศก์ แม่ครัว พนักงานปรุงอาหาร และพนักงานต้อนรับในโรงแรม เป็นต้น ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ล้วนต้องมีทักษะเฉพาะที่สูงกว่าแรงงานทั่วไป
สำหรับข้อมูลจำนวนโรงงานที่ปิดไปในปี 2564 อยู่ที่ 678 โรงงาน, ปี 2565 อยู่ที่ 997 โรงงาน, ปี 2566 อยู่ที่ 1,337 โรงงาน และปี 2567 ช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ผู้ประกอบการปิดโรงงานไปทั้งสิ้น 561 โรงงาน หากพิจารณาจำนวนการปิดโรงงานตั้งแต่เดือน ม.ค. 2566 – พ.ค. 2567 มีโรงงานปิดตัว 1,898 โรงงาน มีคนตกงานมากกว่า 40,000 คน หากรวมตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 – พ.ค. 2567 คาดว่ามีโรงงานปิดตัวไปแล้วมากกว่า 3,573 โรง ทำให้มีผู้ตกงานกว่า 300,000 คน สามารถกลับเข้าสู่ระบบแรงงานได้มากกว่าครึ่ง เมื่อรวมกับเด็กจบใหม่อีก 500,000 คน คาดว่าจะมีแรงงานประมาณ 600,000 คน กำลังหางานทำ แต่ตำแหน่งงานในตลาดแรงงานมีประมาณ 500,000 ตำแหน่ง ดังนั้นทำให้เหลือคนว่างงานอยู่อีก 100,000 คน





