วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

เจาะยุทธศาสตร์โต ‘ฮาตาริ เน็กซ์’ ลุยเทคโนโลยี สร้างอีโคซิสเตมเอไอ

เจาะยุทธศาสตร์โต ‘ฮาตาริ เน็กซ์’ ลุยเทคโนโลยี สร้างอีโคซิสเตมเอไอ

“ฮาตาริ” (Hatari) แบรนด์พัดลมสัญชาติไทยบนเส้นทางกว่า 34 ปี ก่อตั้งโดย “จุน วนวิทย์” และทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 2 “วิชัย วนวิทย์” ผู้คิดชื่อแบรนด์แจ้งเกิดฮาตาริในประเทศไทย ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจจนครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในตลาดพัดลม

เป้าหมายของกลุ่มฮาตาริ ไม่ได้หยุดที่พัดลม แต่สยายปีกสู่ธุรกิจไอที ซอฟต์แวร์ และไอโอที (IoT) ผ่าน ฮาตาริเน็กซ์ (Hatari NEXT) และ ฮาตาริ คอนเน็คท์ (Hatari CONNECT) มุ่งสร้างโอกาสการเติบโตในน่านน้ำใหม่ๆ

วิชัย วนวิทย์ ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท ฮาตาริ เน็กซ์ จำกัด ในเครือ ฮาตาริ ฉายภาพการสร้างน่านน้ำใหม่ “ฮาตาริ เน็กซ์” และ “ฮาตาริ คอนเน็คท์” เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสอดรับกับอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวและมีความต้องการสูงในตลาด โดย ฮาตาริ เน็กซ์ มุ่งให้บริการด้านเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชัน ให้ลูกค้าทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน  

 

ในปี 2567 ยุทธศาสตร์การเติบโตของฮาตาริมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านเอไอ (AI) เทรนด์ที่มาแรงและเข้ามาเปลี่ยนโฉมภาคธุรกิจในโลก ปัจจุบันเอไอได้พัฒนาไปสู่ Gen-AI รุ่นใหม่ ทำให้ ฮาตาริ เน็กซ์ พร้อมเป็นผู้นำและเป็นต้นแบบในการนำ โซลูชัน Gen-AI มาใช้ในธุรกิจ ร่วมออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ สร้างผลดีต่อเศรษฐกิจไทยจากการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

“ผมจบด้านวิศวะ จึงสนใจเทคโนโลยีและศึกษาเรื่องนี้มาตลอด และได้ขยายธุรกิจใหม่ด้านเทคโนโลยี กับ ฮาตาริ เน็กซ์ มากว่า 20 ปีแล้ว ต่อมาขยายสู่ ฮาตาริ คอนเน็คท์ ให้บริการด้านไอโอที เปิดมากว่า 7 ปี ส่วนธุรกิจพัดลม มีทั้งเจนสองและเจนสามเข้ามาร่วมขับเคลื่อนแบรนด์”

ทั้งนี้เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีเอไอ ได้ร่วมกับ เหอทง เอ็นเตอร์ไพรส์ (Hetone Enterprise) จากไต้หวัน ผู้นำซัพพลายเชนด้านเอไอระดับโลกรุกธุรกิจในไทย วางกรอบดำเนินงานระยะแรกร่วมสร้างโซลูชันด้านแพลตฟอร์มเอไอ การสร้าง เอไอ เซิร์ฟเวอร์ (AI Server) ให้ภาคเอกชนและหน่วยงานต่างๆ

โดย ฮาตาริ เน็กซ์ เตรียมงบลงทุนเอไอ ด้านซอฟต์แวร์ ราว 100 ล้านบาท และใช้ระบบ เอไอ เซิร์ฟเวอร์จาก Supermicro บริษัทอันดับหนึ่งของโลก ด้าน เอไอ เซิร์ฟเวอร์ พร้อมใช้ แพลตฟอร์ม Da Vinci Gen-AI จาก บริษัท MediaTek ของไต้หวัน

แนวรุกขยายธุรกิจเอไอในไทย วางแนวทางเจาะตลาดลูกค้า B2B เป็นหลัก ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ที่ต้องการเทคโนโลยีและโซลูชันด้านเอไอครบวงจร ภายใต้กลยุทธ์ขององค์กร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและมีพาร์ตเนอร์ระดับโลกด้านเอไอ รวมถึงมีความเข้าใจตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยกำลังสร้างโมเดลต้นแบบด้านเอไอด้านจราจรของไทย

นอกจากนี้ วางแนวทางสร้างอีโคซิสเตมด้านเอไอในประเทศไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมแผนขยายสู่ อะคาเดมี (Academy) ร่วมสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพด้านเอไอ ผ่านการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ไต้หวัน สถาบันการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรด้านเอไออย่างมากและเป็นอาชีพที่มีศักยภาพเติบโตสูง

“เอไอมีความสำคัญต่อธุรกิจของประเทศไทย ภาคธุรกิจใช้เทคโนโลยีเอไอมาร่วมขับเคลื่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงและพลิกโฉม เพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจและความรวดเร็ว รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีศักยภาพสูง จึงเพิ่มโอกาสให้แก่ธุรกิจต่างๆ ได้มหาศาล”

อีกทั้งมีแผนเสนอไปยังภาครัฐผลักดันการสร้าง AI software ของไทย จากปัจจุบันยังไม่มี ซอฟต์แวร์ด้าน AI ภาษาไทยที่สมบูรณ์ หรือเรียกว่า Thai LLM หรือ Thai Large Language Model โดยระบบที่ไทยใช้มาจากต่างประเทศเป็นผู้พัฒนาขึ้น ซึ่งการสร้าง Thai LLM มีความจำเป็น เพราะฐานข้อมูลบางองค์กรไม่สามารถให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนพัฒนาระบบได้

ในระยะยาววางแผนสร้างเอไอ ดาต้า เซนเตอร์ ในประเทศไทย ลงทุนเบื้องต้นราว 1 แสนล้านบาท มองทำเลพัทยา จ.ชลบุรี หรือพื้นที่อีอีซี รวมถึงเป็นทำเลได้รับการส่งเสริมลงทุนจากบีโอไอ นับเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างเอกชนและภาครัฐ คาดเห็นความชัดเจนและการลงทุนช่วงปลายปี 2568 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาโมเดลและดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน

เจาะยุทธศาสตร์โต ‘ฮาตาริ เน็กซ์’ ลุยเทคโนโลยี สร้างอีโคซิสเตมเอไอ

“ไทยจำเป็นต้องมี เอไอ ดาต้า เซนเตอร์ สร้างประเทศให้โดดเด่นด้านเอไอ ซึ่งอาเซียนมีการลงทุนทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย อยากให้ไทยเร่งลงทุนเอไอ จากพื้นฐานความพร้อมครบและมีโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอ หากทำได้จริง ไทยจะแล้วเสร็จพร้อมเกาหลีใต้ ซึ่งภารกิจสร้างอีโคซิสเตมของเอไอเราไม่ได้ทำเพื่อองค์กร แต่อยากทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เชื่อว่าจะร่วมพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยได้แน่นอน”

ประเมินว่า ปีนี้  ฮาตาริ เน็กซ์ สร้างรายได้รวมเติบโตตามแผนที่วางไว้ และในปีต่อไปมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่วนทั้งกลุ่มฮาตาริ จะมีรายได้หลักมาจากธุรกิจพัดลมมากที่สุด