เดินหน้า IPO ตามแผนเดิม! “LINE MAN” มองตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นเกมยาว ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด-จำนวนผู้เล่น เชื่อเซกเมนต์นี้ไม่มีวันตาย กระทุ้ง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ใช้ผ่านแอปฯ สนับสนุนรายย่อยได้มหาศาล ระบุ เกือบแสนรายต้องพึ่งแอปฯ ไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง
การปิดตัวลงของ “โรบินฮู้ด” (Robinhood) แอปพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา สร้างบทสนทนาในวงกว้างอีกหลายระลอก ทั้งเกมยาวของธุรกิจเดลิเวอรีที่ถูกปรามาสมาโดยตลอดว่า แข่งขันกันด้วยการ “เผาเงิน” ทำกำไรยาก ไปต่อลำบาก ขณะที่ “โรบินฮู้ด” โดดเด่นเรื่องการไม่เก็บค่า GP (Gross Profit) ทำให้มีร้านลับรายย่อยตามซอกซอยหมุนเวียนในระบบเป็นจำนวนมาก แต่จากการขาดทุนสะสมกว่า 5 พันล้านบาท ผู้เล่นรายนี้จึงขอยกธงขาวในท้ายที่สุด
จากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในรอบ 1-2 วันมานี้ “กรุงเทพธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai (ไลน์แมนวงใน) ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลักของสนามฟู้ดเดลิเวอรีมองว่า หลังจากนี้จะเกิดผลกระทบกับภาพรวมตลาดอย่างไร แนวโน้มในระยะยาวยังไปต่อได้หรือไม่ และอีกเมื่อไหร่ถึงจะสิ้นสุดยุคเผาเงินของธุรกิจนี้
ปีนี้ “LINE MAN” โตกว่าตลาด เป็นผู้เล่นสัญชาติรายเดียวที่เหลืออยู่
แม่ทัพไลน์แมนวงใน มองว่า ขณะนี้สภาพตลาดโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ยังคงมีผู้เล่นหลายรายในตลาด โดยประเทศไทยมีอยู่ราวๆ 4 ถึง 5 ราย แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป คือขณะนี้อาจพูดได้ว่า “LINE MAN” เป็นธุรกิจสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่เหลือรอดอยู่ “ยอด” เผยว่า หลังจากที่ “โรบินฮู้ด” ปิดตัวลง ได้มีการพูดคุยกับทีมโรบินฮู้ดหลายคน มองว่า จากนี้คือภารกิจรับไม้ต่อ โดยมีการพูดคุยปรึกษากันว่า ไลน์แมนสามารถรับพนักงานตำแหน่งไหนเข้ามาอยู่ในบริษัทได้บ้าง
“ไรเดอร์ของโรบินฮู้ดสามารถมาสมัครกับไลน์แมนได้เลย แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เปิดรับ บางพื้นที่ต้องรอคิว ตอนนี้เรากำลังโตอยู่ ยังรับไรเดอร์เสมอ อยากช่วยรับไม้ต่อ รับคนทำงานเพิ่มเท่าที่จะทำได้ จริงๆ ร้านค้าที่อยู่บนโรบินฮู้ดอาจจะอยู่บนไลน์แมนอยู่แล้วสัก 98% ส่วนน้อยที่ยังไม่อยู่ ร้านที่ยังไม่อยู่เรายินดีต้อนรับ พร้อมทำงานกับร้านค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือให้ร้านไม่ได้รับผลกระทบทางยอดขาย”
ส่วนภาพรวมตลาดปีนี้เติบโตค่อนข้างดี ช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตค่อนข้างเยอะ ตลาดอาหารบ้านเรามีมูลค่าสูงกว่า 7 ถึง 8 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ฟู้ดเดลิเวอรี่มีสัดส่วนราว 10% หากเทียบกับประเทศที่ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ทำกำไรแล้วอย่าง “จีน” หรือ “เกาหลีใต้” ที่มีสัดส่วน 20% ของตลาดอาหารทั้งหมด ก็นับว่า ของบ้านเรายังโตได้อีกพอสมควร โดยปีนี้คาดว่า ไลน์แมนวงในจะโตกว่าตลาดด้วย
ทั้งนี้ ผู้บริหารไลน์แมนวงในให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เกือบ 1 แสนร้านบนแอปพลิเคชันไลน์แมนวงในไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง เชื่อว่า อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยสนับสนุนรายย่อยเหล่านี้ได้ คือการเปิดทางให้มีการใช้จ่ายดิจิทัลวอลเล็ตบนแอปพลิเคชัน หลายร้านที่มีหน้าร้านขนาดเล็ก รองรับจำนวนคนได้ไม่มากล้วนพึ่งพารายได้จากแอปฯ เป็นหลัก ไลน์แมนวงในพร้อมเป็นตัวกลางในการสร้างความสะดวกให้ผู้บริโภคและร้านค้า
ขอรัฐบาลอุดหนุนต้องคุยให้ลึก LINE MAN ไปต่อได้ ไม่ต้องรอ “Subsidies”
ท่ามกลางฝุ่นตลบในวงการสตาร์ทอัพ กับข้อถกเถียงเรื่องการสนับสนุนจากรัฐบาลหลังโรบินฮู้ดปิดตัวลง “ยอด” ระบุว่า ตนเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ “ยุทธนา ศรีสวัสดิ์” นายกสมาคม Thai Startup ที่ระบุถึงโมเดลความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพ เพื่อการผนึกกำลังให้แข็งแรงยั่งยืนมากขึ้น ถ้าจะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนคงต้องพิจารณาว่า ทำไมต้องทำ ทำออกมาในรูปแบบไหน และทำเฉพาะวงการฟู้ดเดลิเวอรี่วงการเดียวถูกต้องรึเปล่า
“ถ้ารัฐจะ Subsidies จริงๆ ต้องดูว่า ทำไมต้องทำ แล้วทำออกมาในรูปแบบไหน ทำกับวงการนี้วงการเดียวถูกต้องรึเปล่า สำหรับเราเองเราทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ปีนี้ผลประกอบการดีขึ้นแน่นอน คิดว่า คงไม่ได้ขอร้องให้ใครต้องมา Subsidies”
สำหรับแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2568 ที่เคยปักธงไว้ยังเป็นเช่นนั้นตามเดิม การปิดตัวลงของเพื่อนบ้านอย่างโรบินฮู้ดไม่กระทบแผน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือตลาดอาจมีการแข่งขันน้อยลง แต่หากจะเกิดผลกระทบขึ้นคงเป็นผลกระทบในเชิงบวกมากกว่า
Food Delivery ทำกำไรได้ เป็นเซกเมนต์สำคัญที่คงอยู่ตลอดไป
แม้ว่า ฟู้ดเดลิเวอรี่จะได้รับอานิสงส์จากช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ที่คล้ายกับเป็น “สภาพบังคับ” ทุกคนใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้สัดส่วนผู้ใช้งานเติบโตตามไปด้วย “ยอด” บอกว่า แม้จะผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่า แอปพลิเคชันสั่งอาหารจะสิ้นยุคทอง มองฟู้ดเดลิเวอรี่เหมือนกับอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) คือมีการเติบโตตลอด มีการใช้งานเป็นปกติ กลายเป็นกิจวัตรของผู้บริโภคไปแล้ว ส่วนตัวไม่กังวลเรื่องการเติบโต มองว่า เป็นตลาดที่จะอยู่ตลอดไปอย่างแน่นอน
ฝั่ง “จีน” และ “สหรัฐ” ฟู้ดเดลิเวอรีเติบโตและทำกำไรได้หลายเจ้าแล้ว ส่วนไทยเองผู้บริหารไลน์แมนวงในระบุว่า ใกล้พ้นช่วงสร้างตลาดแล้วเช่นกัน ท้ายที่สุดจะเหลือผู้เล่นรายใหญ่ๆ เพียง 2 ถึง 3 ราย เป็นสภาพตลาดที่เราเห็นจากหลายประเทศในตอนนี้ การทำกำไรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งสภาพตลาด สภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจำนวนผู้เล่นยิ่งผู้เล่นน้อยรายลงก็มีโอกาสทำกำไรมากขึ้น แนวโน้มไลน์แมนวงในตอนนี้ตัวเลขขาดทุนค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ และมีทิศทางที่เห็นว่า ยังไปต่อได้อีกไกล





