‘นมโอ๊ต’ โตแซงนมถั่วเหลืองแล้ว! ‘OATSIDE’ ออกไซส์เล็ก ชิงส่วนแบ่งค้าปลีกเพิ่ม

‘นมโอ๊ต’ โตแซงนมถั่วเหลืองแล้ว! ‘OATSIDE’ ออกไซส์เล็ก ชิงส่วนแบ่งค้าปลีกเพิ่ม

นมทางเลือกโตไม่หยุด! “OATSIDE” ส่งไซส์มินิลงสนาม เก็บส่วนแบ่งคอนวีเนียนสโตร์-โมเดิร์นเทรดเพิ่ม เผยอินไซต์ “นมโอ๊ต” โตสุดในตลาดนมพืช ตั้งเป้าทำราคาใกล้เคียงตลาดแมส กางแผนขยายฐานผลิตเพิ่ม มี “ไทย” เป็นหนึ่งในตัวเลือกด้วย

ตลาดนมทางเลือกมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเทรนด์รักสุขภาพ ลดการทานเนื้อสัตว์ โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปี 2567 ตลาดอาหารจากพืช หรือ “Plant-based Food” จะมีมูลค่าสูงถึง 45,000 ล้านบาท ซึ่งนมทางเลือกเองก็ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดังกล่าวไปด้วย

จากนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ สู่นมโอ๊ต “ลลิตกาญจน์ ทวีชัยวัฒนะ” ผู้อำนวยการโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) ประเทศไทย กล่าวว่า นมโอ๊ต” เป็นนมทางเลือกที่มีอัตราการเติบโตในแง่ Percentage Growth มากที่สุด โตแซงหน้านมถั่วเหลืองไปแล้ว ส่วนในภาพใหญ่ “นมถั่วเหลือง” ยังเป็นพอร์ชันที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาตลาดนมพืช

จากภาพรวมที่ “โอ๊ตไซด์” เข้ามาทำตลาดในไทยได้ราวๆ 2 ปี พบว่า กระแสตอบรับดีมาก จากการใช้เครื่องมือ “Social Listening” ในการสำรวจความคิดเห็น การรับรู้ของแบรนด์ หรือ “Brand Awareness” เป็นไปในทิศทางบวก

ผู้บริหาร “โอ๊ตไซด์” เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากการเข้าไปเป็นซัพพลายเออร์ให้กับเชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่หลายแห่ง อาทิ คาเฟ่ อเมซอน (Cafe’ Amazon) ทรู คอฟฟี่ (True Coffee) เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Cofee Club) ชาตรามือ คาซ่า ลาแปง (Casa Lapin) และกาก้า (GAGA) เป็นต้น รวมถึงคาเฟ่น้องใหม่มาแรงอย่าง “Plantiful” และ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วย

ทำให้ปีนี้ “โอ๊ตไซด์” ตัดสินใจขยายพอร์ต ลุยสนามค้าปลีก เพิ่มช่องทางการขาย ขึ้นไปอยู่บนชั้นวางร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรด ในรูปแบบไซส์มินิ ขนาด 200 มิลลิลิตร ราคา 25 บาท คาดว่า ภายใน 3 ปี หลังจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่สัดส่วนค้าปลีกจะแซงหน้าพอร์ชันซัพพลายเออร์คาเฟ่-ร้านกาแฟ

‘นมโอ๊ต’ โตแซงนมถั่วเหลืองแล้ว! ‘OATSIDE’ ออกไซส์เล็ก ชิงส่วนแบ่งค้าปลีกเพิ่ม

ด้านการแข่งขันที่ดุเดือด และมีผู้เล่นที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว “ลลิตกาญจน์” ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด มองว่า “โอ๊ตไซด์” มีจุดแข็งในเรื่องรสชาติ รู้ว่าอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด ที่ผ่านมา “เบเนดิกต์ ลิม” (Benedict Lim) ผู้ก่อตั้งแบรนด์โอ๊ตไซด์ตระเวนชิมนมทางเลือกมาแล้วทั่วโลก สิ่งที่โอ๊ตไซด์ทำได้ดี คือการแก้ “Pain Point” เรื่องรสชาตินมทางเลือก ทำให้โอ๊ตไซด์มีในสิ่งที่ในตลาดขาดหายไป คือความอร่อย เข้มข้น หอม มัน นัว

ทั้งนี้ “ลลิตกาญจน์” เผยอินไซต์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของนมโอ๊ตไซส์มินิให้ฟังด้วยว่า มาจากการนำเสียงเรียกร้องของลูกค้า ต่อยอดออกสู่โปรดักต์ โดยมีแฟนๆ นมโอ๊ตไซด์ไปต่างประเทศแล้วส่งรูปมาสอบถามแบรนด์ว่า อยากให้ที่ไทยมีขนาดเล็กขายบ้าง ส่วนอีกกลุ่มก็มองว่า กล่องเล็กตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่า พกพาได้ จึงเป็นที่มาของโอ๊ตไซด์กล่องเล็ก จากเดิมที่มีเพียงขนาด 1 ลิตร เน้นเจาะกลุ่มร้านกาแฟ-คาเฟ่

“ซินดี้ ลิน” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) ระบุว่า อัตราการเติบโตของนมโอ๊ตในสิงคโปร์ และประเทศไทยไม่ต่างกันมากนัก ในไทยเองตั้งเป้าอยากทำราคาให้ใกล้เคียงกับตลาดแมสมากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่ความต้องการในตลาดด้วย หากดีมานด์สูง “Economy of Scale” หรือการลดต้นทุนด้วยขนาดการผลิตที่มากขึ้น คุ้มค่าขึ้น ก็จะทำให้ราคาเข้าถึงง่ายทุกกลุ่มตามไปด้วย

‘นมโอ๊ต’ โตแซงนมถั่วเหลืองแล้ว! ‘OATSIDE’ ออกไซส์เล็ก ชิงส่วนแบ่งค้าปลีกเพิ่ม -“ซินดี้ ลิน” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) และ “ลลิตกาญจน์ ทวีชัยวัฒนะ” ผู้อำนวยการโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) ประเทศไทย-

ปัจจุบัน “โอ๊ตไซด์” ส่งออกไปแล้ว 18 ประเทศทั่วโลก มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตอนนี้เริ่มมองหาฐานที่ตั้งโรงงานแห่งใหม่แล้ว 2 ถึง 3 ประเทศ โดยมี “ไทย” เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ยังไม่มีการปักธงว่า จะเป็นที่ใดอย่างแน่ชัด ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากความเหมาะสม คำนึงถึงการส่งออกเป็นหลัก

ในอนาคต “โอ๊ตไซด์” อาจมีรสชาติใหม่ๆ ตามมาอีก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิจัยเพื่อให้ออกมาเป็นรสชาติที่ถูกปากทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่ต้องอร่อยสำหรับผู้บริโภคทั้ง 18 ประเทศ ที่เป็นตลาดของ “โอ๊ตไซด์” ด้วย

“เราเน้นทำแบรนดิ้งให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยกว้าง ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆ คู่แข่งเขาอาจจะสื่อสารกับกลุ่มรักสุขภาพ แต่ Communication Target ของเราจะเข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียล เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ของคนดื่มนมทางเลือก ช่วยต่อยอดหมวดหมู่นมพืชในการทำสื่อสารที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นในท้องตลาด” ลลิตกาญจน์ กล่าวปิดท้าย