วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดจักรวาลลดราคาใหญ่สุดของรีเทล ศูนย์การค้า-ห้างเซ็นทรัล กระหน่ำ 80%

เปิดจักรวาลลดราคาใหญ่สุดของรีเทล ศูนย์การค้า-ห้างเซ็นทรัล กระหน่ำ 80%

มาแล้ว! มหกรรมลดราคาใหญ่กลางปีใหญ่สุดในธุรกิจรีเทลไทย 'ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา-ห้างเซ็นทรัล' ผนึกกำลัง ขนทัพแบรนด์ในเครือมาลดราคา 80% ดึงการใช้จ่ายไตรมาสสองให้คึกคัก หนุนประเทศไทยสู่ช้อปปิ้งพาราไดซ์ หวังรัฐร่วมลดราคาสินค้าลักชัวรีลงมาที่ 15%

เข้าสู่ช่วงกลางปีที่ศูนย์การค้าจะเดินหน้าจัดมหกรรมเซลล์ลดราคาใหญ่ประจำปี ร่วมปลุกการใช้จ่าย โดยในปี 2567 กลุ่มศูนย์การค้าใหญ่ของประเทศไทย นำโดย เซ็นทรัลพัฒนา เซ็นทรัลรีเทล จึงได้ผนึกกำลังลดราคาสินค้า ที่ลดมากสุดในรอบปี สูงสุดถึง 80%

สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา ที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัล ได้จัดลดราคาทั้งศูนย์ รวมถึงเซ็นทรัลรีเทล ที่มีแบรนด์ในเครือต่างๆ ทั้งหมด มีแบรนด์เข้ามาร่วมจำนวน 12,000 ร้านค้า รวมกว่า 25,000 แบรนด์ 

 

 

“เราต้องการส่งเสริม ผลักดันการท่องเที่ยวประเทศไทย ให้เป็น Shopping destination ที่ดึงดูดนักช้อปทั่วโลกเหมือนเกาะฮ่องกง และสิงคโปร์ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพ ซึ่งช่วงกลางปีถือเป็น Good timing ที่ช่วยกระตุ้นเม็ดเงินสะพัดช่วงกลางปี  Best Deal คุ้มค่าที่สุด โดยแคมเปญ The Greatest Grand Sale 2024 มีจุดแข็งสำคัญคือ Power of Synergy ที่เราผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร จัดโปรฯหนัก ดีลแรงลดสูงสุด 80% ทั้งห้าง-ศูนย์การค้า-ออนไลน์ ทั่วประเทศ  และเราจัดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทุกปี มีร้านค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการรีเทล” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 

 

ร่วมกระตุ้นการใช้จ่ายไตรมาสสอง-สาม

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กล่าวว่า ภาพรวมบรรยากาศการใช้จ่ายโดยรวมของกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ผู้บริโภคมีดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงจากการสำรวจของหน่วยงานต่างๆ มาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ งบประมาณของภาครัฐยังลงไปสู่ระบบไม่เต็มที่ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากค่าพลังงานและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น เป็นหลายปัจจัยที่มีผลต่อบรรยากาศโดยรวม

สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางและบน โดยกลุ่มลูกค้าในตลาดนี้ มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องอยู่

“ท่ามกลางหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ประเมินในช่วงไตรมาส 2 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณดีจากการบริโภคภาคเอกชนและการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และแนวโน้มท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2 เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีน, อินเดีย และตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิอาระเบีย, การ์ตา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นิยมเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย มีผลทำให้การใช้จ่ายคึกคัก”

 

กลุ่มเซ็นทรัล โดย เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัลรีเทล จึงได้ผนึกกำลัง ร่วมจัดแคมเปญใหม่ “มหกรรมเซลล์ระดับชาติ ในช่วงกลางปี หรือ มิดเยียร์เซลล์ “The Greatest Grand Sales 2024”  ใช้งบมากกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อปลุกบรรยากาศการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้า จึงให้ส่วนลดที่มากสุดและข้อเสนอดีที่สุด โดยเป็นการร่วมลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ทั้งในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และออนไลน์ พร้อมมีร้านค้าเข้ามาร่วมถึง 12,000 ร้านค้า และมีแบรนด์ 25,000 แบรนด์ มากกว่าการจัดในปีก่อน พร้อมจัด 365 อีเว้นท์ในศูนย์การค้าต่างๆ 

สำหรับการร่วมกำลังครั้งสำคัญของของกลุ่มเซ็นทรัล และเซ็นทรัล รีเทล นำโดย ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ท็อปส์, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG), เพาเวอร์บาย, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, โรบินสันไลฟ์สไตล์, ท็อปส์แคร์, ท็อปส์วีต้า, เพ็ทแอนด์มี, เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และ The 1 พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Galaxy Macau, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตอิออน, บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิตคาร์ดเอกซ์ และบัตรเครดิตไทยพาณิชย์, บัตรเครดิตธนาคารออมสิน, บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิต ทีทีบี (บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต), บัตรเครดิตยูโอบี 

อย่างไรก็ตาม แคมเปญ “The Greatest Grand Sale 2024 ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2567 – 31 ก.ค. 2567 นี้ ประเมินว่าจะร่วมกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสสองและไตรมาสสามให้คึกคัก รวมดึงดูดกลุ่มลูกค้าเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 25-30%

หนุนไทยสู่ช้อปปิ้งพาราไดซ์ในโลก – หวังรัฐลดภาษีลักชัวรีลงมา 15%

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัลรีเทล จะทำให้ช่วงการจัด มหกรรมเซลล์แห่งชาติ จะทำให้การใช้จ่ายในช่วงไตรมาสสองและไตรมาสสามมีความคึกคัก ดันโมเมนตัมเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว พร้อมร่วมสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยรวมทั้งปีถึงระดับ 36 ล้านคน ตามที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้งเป้าหมายไว้

อีกทั้งร่วมทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น จุดหมายปลายทางการช้อปปิ้งที่ดีสุดของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก หรือ กลายเป็น สวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง หรือ ช้อปปิ้งพาราไดซ์ จากที่ผ่านมา ศูนย์กลางในการชอปปิ้งของภูมิภาคจะอยู่ที่ สิงคโปร์ หรือ ฮ่องกง เป็นหลัก

ทั้งนี้อีกปัจจัยที่จะร่วมกระตุ้นทำให้ประเทศไทย ก้าวสู่ช้อปปิ้งพาราไดซ์ได้สำเร็จ คือ ภาครัฐควรมีการปรับลดสินค้ากลุ่มลักชัวรีต่างๆ ลงมา จากในปัจจุบันมีอัตราภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้สูงถึง 30% แตกต่างจากสิงคโปร์ และฮ่องกง ที่ไม่มีอัตราภาษีนี้ จึงอยากให้มีการปรับลดลงมาอยู่ในอัตรา 15% เพื่อร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยว และการช้อปปิ้ง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้จ่ายในศูนย์การค้า โดยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งสาขาในภูเก็ต นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีสัดส่วน 50% สมุย 60% และพัทยา 50% ส่วนเซ็นทรัลเวิลด์ 40%

“หากเปรียบเทียบไทยกับ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ในการจัดมหกรรมลดราคา จะพบว่า ประเทศไทย มีข้อเสนอและให้ส่วนลดที่มากกว่า โดยเฉพาะมีแบรนด์ให้ส่วนลด 80% พร้อมมีบัตรเครดิต ที่จัดให้บัตรเครดิตเงินคืน หรือบัตรของขวัญสูงสุด 20% เชื่อว่าจะเป็นอีกงานที่ร่วมกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศและทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสองและไตรมาสสามนี้”

ชี้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง 44% เศรษฐี รัสเซียแห่ชอปปิ้งไทย

ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า เซ็นทรัล รีเทล ได้ร่วมจัดงาน มหกรรมเซลล์แห่งชาติ “The Greatest Grand Sales 2024” ที่นำ 11 ธุรกิจในเครือ รวม 1,200 ร้านค้า ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล,ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, ซูเปอร์สปอร์ต, ท็อปส์, เพาเวอร์บาย, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, ท็อปส์แคร์, ท็อปส์วีต้า และ เพ็ทแอนด์มี รวมจำนวน 18,000 แบรนด์ มาร่วมลดราคาสูงสุด 80% นับเป็นการลดราคามากสุดในรอบปี จากปกติในช่วง มิดไนท์เซลล์ จะมีการลดราคา 30%

สำหรับงานนี้ต้องการทำให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการช้อปปิ้งที่คนทั่วโลกต้องมา รวมถึงทำให้คนไทย เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปช้อปปิ้งในฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ แล้ว แต่ในประเทศไทยมีครบทุกด้าน

อีกทั้งการลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ยังเป็นการร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงไตรมาสสองให้เติบโต สอดคล้องกับช่วงไตรมาสแรก ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 44% สำหรับประเทศที่เข้ามามากสุดคือ รัสเซีย จีน และตะวันออกกลาง

“ในช่วงไตรมาสแรกนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาใช้จ่ายสูงสุดคือ รัสเซีย ในสาขาตามแหล่งท่องเที่ยวมี อย่างภูเก็ต พัทยา เป็นต้น ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเศรษฐีรัสเซียที่หนีสงครามเข้ามาพักระยะยาวในประเทศไทย และมีการซื้อสินค้าลักชัวรี สูงกว่าคนไทย 4-5 เท่า เฉพาะในสาขาเมืองท่องเที่ยว”

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า การจัดงานนี้สินค้าที่ได้รับความสนใจสูงจะเป็น แฟชั่น รองลงมา กลุ่มอาหาร และสินค้าฮาร์ดไลน์ รวมถึงทำให้การใช้จ่ายผ่านออนไลน์ขยายตัว โดยในปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้าผ่านออมนิชาแนล มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 19% ของการใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว จากปีก่อนมีสัดส่วน 10%

ไฮไลท์โปรโมชั่นห้างและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และเซ็นทรัล รีเทล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลดสูงสุด 50%,  ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ลดสูงสุด 70%, ท็อปส์ ลดสูงสุด 80%, ซูเปอร์สปอร์ต ลดสูงสุด 60%, ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ ลดสูงสุด 70%, เพาเวอร์บายลดสูงสุด 50% บีทูเอส ลดสูงสุด 70%, ออฟฟิศเมท ลดสูงสุด 40% ท็อปส์แคร์ ลดสูงสุด 50%, ท็อปส์วีต้า 75%, เพ็ทแอนด์มี 50% และ 7 days special ลดสูงสุด 50%, พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ on-top อีกมากมาย 

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการลดราคาในครั้งนี้ ถือว่าให้ความคุ้มค่ามากกว่า การลดราคาในครั้งอื่นๆ เนื่องจากเป็นการนำสินค้าในสต็อคมาร่วมลดราคา ก่อนที่จะเปลี่ยนซีซั่นใหม่