วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โลกเครียด! สวนสนุกโต ชงรัฐรื้อข้อจำกัดเอื้อไทยดึงลงทุน ‘ธีมพาร์ค’ ระดับโลก

โลกเครียด! สวนสนุกโต ชงรัฐรื้อข้อจำกัดเอื้อไทยดึงลงทุน ‘ธีมพาร์ค’ ระดับโลก

ด้วยเทคโนโลยีเกิดใหม่มากมายหลังหมดยุคโควิด เดิมผู้ประกอบการ 'สวนสนุก สวนน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยว' กังวลว่าคนจะไม่ออกมาเที่ยวเหมือนเดิม แต่ผลคือกลับมาเดินทางดีอีกครั้ง ทว่าอุปสรรคสำคัญ 'ตั๋วบินแพง' รวมถึง 'ปัญหาเศรษฐกิจ' ของแต่ละประเทศ กดดันการจับจ่ายท่องเที่ยว!

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานสมาคมผู้ประกอบการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (IAAPA) ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 6,000 รายในกว่า 100 ประเทศ กล่าวว่า อุปสรรคดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ “สวนสนุกธีมพาร์ค” ระดับท้องถิ่น (Local) สวนทางกับสวนสนุกธีมพาร์คแบรนด์ดังระดับโลก เช่น ดิสนีย์แลนด์ และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ ที่มีแม่เหล็กดึงดูดคน เห็นได้จากตลาดคนไทยกำลังซื้อสูง นิยมออกเที่ยวต่างประเทศก็จะเลือกไปธีมพาร์คดังในญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์อยู่แล้ว

“ภาพรวมธุรกิจสวนสนุก สวนน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยว (Attraction) ของโลกปี 2567 มีแนวโน้มยังเติบโต แม้จะไม่เท่าปีก่อนซึ่งเป็นปีที่ฟื้นตัวมามากแล้ว แต่ก็ถือว่าเติบโตต่อเนื่อง”

โดยในงานแสดงสินค้า IAAPA Expo Asia 2024” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 พ.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นมหกรรมธุรกิจแห่งความบันเทิงระดับโลกที่ผู้ประกอบการจะได้มาอัปเดตเทรนด์การลงทุนและเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการพลิกโฉมธุรกิจ มีผู้ผลิตและผู้ให้บริการชั้นนำกว่า 350 ราย ร่วมจัดแสดงสินค้าบนพื้นที่ 7,800 ตารางเมตร

โลกเครียด! สวนสนุกโต ชงรัฐรื้อข้อจำกัดเอื้อไทยดึงลงทุน ‘ธีมพาร์ค’ ระดับโลก

“เทรนด์การลงทุนสถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นแนวไฮบริด (Hybrid) มากขึ้น เพื่อให้คนอยู่ในพื้นที่นานขึ้น มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการมากขึ้น เช่น มีสวนน้ำในโรงแรม หรือมีสถานที่ท่องเที่ยวและเครื่องเล่นในศูนย์การค้า ให้คนใช้เวลาข้ามพ้นมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มการใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นการลงทุนสร้างสวนน้ำล้วนๆ จะเริ่มไม่เห็นแล้ว เพราะปัจจุบันศูนย์การค้านับเป็นคู่แข่งโดยตรงของธุรกิจสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว เช่น อีเกีย (IKEA) จับตลาดกลุ่มครอบครัวออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านในวันหยุดเหมือนกัน”

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมสถานที่ท่องเที่ยวของ “เอเชีย” พบว่ารุดหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งสวนสนุกไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เอเชียถือเป็นตลาดสำหรับสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก สวนสนุกในประเทศจีนเพียงประเทศเดียวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเปิดสวนสนุกใหม่ทั่วโลก คาดการณ์ว่าในปีนี้การใช้จ่ายกับสวนสนุกในเอเชียจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 16.5% และคาดการณ์การเติบโตของการใช้จ่ายเป็นเลข 2 หลักไปถึงปี 2570”

โลกเครียด! สวนสนุกโต ชงรัฐรื้อข้อจำกัดเอื้อไทยดึงลงทุน ‘ธีมพาร์ค’ ระดับโลก

วุฒิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดในประเทศไทย มองว่าควรมี “แหล่งท่องเที่ยวแบบมนุษย์สร้าง” (Man-made Attraction) มากขึ้นเพื่อเติมมิติความหลากหลาย! ส่วนประเด็นดึงการลงทุนของ “ธีมพาร์คดังระดับโลก” เช่น “ดิสนีย์แลนด์” เข้ามาในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้าน “โครงสร้างพื้นฐาน” และกฎหมาย เช่น กฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง จึงอยากให้ภาครัฐเร่งปลดล็อกเพื่อเอื้อต่อนักลงทุนมากกว่านี้

“คำถามคือภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนอะไรแก่ภาคเอกชนบ้าง รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น อย่างเช่น ดิสนีย์แลนด์ ในฮ่องกงมีการถมทะเล ส่วนที่จีนมีการพัฒนารถไฟใต้ดินไปรอเลย 1 ปีเต็มก่อนเปิดสวนสนุก แต่ถ้าเป็นในประเทศไทย อาจถูกมองว่าเอื้อภาคเอกชนมากเกินไป”

เจคอบ วาห์ล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธาน IAAPA กล่าวเสริมว่า การพัฒนาดิสนีย์แลนด์ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นโครงการที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 15-20 ปีนับตั้งแต่วันแรกที่คุยดีลจนถึงวันที่เปิดให้บริการ

“เทรนด์การลงทุนธุรกิจสวนสนุกในเอเชียตอนนี้ มีในจีนมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือเวียดนาม ด้านตะวันออกกลางเติบโตโดดเด่น เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนในไทยยังไม่เห็นการลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนมากจะเป็นการลงทุนเพิ่มองค์ประกอบสวนน้ำและสวนสนุกในโรงแรมและศูนย์การค้ามากกว่า”

โลกเครียด! สวนสนุกโต ชงรัฐรื้อข้อจำกัดเอื้อไทยดึงลงทุน ‘ธีมพาร์ค’ ระดับโลก

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ “ภูมิรัฐศาสตร์” เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทำให้คนมองหา “ความสนุก” ออกไปใช้ชีวิตแบบ Have Fun! มากยิ่งขึ้น สมาคมฯ ประเมินแนวโน้มภาพรวมสถานการณ์ระดับโลกของธุรกิจสวนสนุก สวนน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยว พบ 4 เทรนด์หลัก ดังนี้

เทรนด์ที่ 1 การสัมผัส “ประสบการณ์เสมือนจริง” (Immersive Experience) เพื่อลืม “ความเครียด” ในชีวิตประจำวัน

เทรนด์ที่ 2 การออกแบบโรงแรมและศูนย์การค้า ภายใต้แนวคิด “มิกซ์ยูส” (Mixed-Use) ผสมผสานกับองค์ประกอบสวนน้ำ สวนสนุก หรือสถานที่ท่องเที่ยว สร้างเอกลักษณ์เสริมจุดขายใหม่ๆ เพื่อดึงดูดคนเข้าพักนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ยกตัวอย่าง ดูไบมอลล์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีทั้งน้ำพุและสกีโดม

เทรนด์ที่ 3 การต่อยอด “ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property) เช่น แบรนด์ดัง คาแรกเตอร์ดังต่างๆ มาพัฒนาเป็นสวนน้ำ สวนสนุก สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงการจัดอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

เทรนด์ที่ 4 การนำ “เทคโนโลยี” มาเพิ่มความสนุก เช่น AR กับ VR และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บริการ เช่น มีแอปพลิเคชันเตือนเมื่อถึงคิว ไม่ต้องต่อแถวรอนาน