วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

ดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรม เม.ย. 67 เปิดเทรนด์ 'โรงแรม' ชี้ 4 ดาวยังปรับราคาได้

ดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรม เม.ย. 67 เปิดเทรนด์ 'โรงแรม' ชี้ 4 ดาวยังปรับราคาได้

‘ทีเอชเอ’ เปิดผลสำรวจ ‘ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม’ เดือน เม.ย. 67 ชี้เทรนด์ปรับราคาห้องพักปี 67 พบโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปและในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก มีสัดส่วนการปรับขึ้นราคาห้องพักมากกว่ากลุ่มอื่น และโรงแรมเกือบ 1 ใน 5 มีแนวโน้มปรับราคาห้องพักสูงกว่า 20%

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำเดือน เม.ย. 2567 สำรวจระหว่างวันที่ 5-24 เม.ย. มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 126 แห่ง พบว่าแนวโน้มการปรับราคาห้องพักในปี 2567 โรงแรมส่วนใหญ่มีราคาห้องพักใกล้เคียงจากเดิมหรือเพิ่มขึ้นจากปี 2566

สำหรับโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปและโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีสัดส่วนการปรับขึ้นราคาห้องพักมากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนโรงแรมไม่เกิน 3 ดาวยังมีราคาห้องพักใกล้เคียงกับปี 2566 โรงแรมกว่า 40% มีแนวโน้มปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นอีก 11%-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โรงแรมเกือบ 1 ใน 5 มีแนวโน้มปรับราคาห้องพักสูงกว่า 20%

ด้านแนวโน้มการใช้จ่ายของลูกค้าในปี 2567 คาดว่าทั้งคนไทยและต่างชาติมีแนวโน้มใช้จ่ายสำหรับห้องพักและบริการอื่นๆ ภายในโรงแรม เช่น สปา อาหารและเครื่องดื่ม ใกล้เคียงกับปี 2566 แต่ชาวต่างชาติมีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะในโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และโรงแรมที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ทั้งนี้ ธุรกิจโรงแรมกว่า 90% ได้รับผลกระทบต่อรายได้จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป เช่น มีจำนวนวันพักน้อยลง ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าทั้งต่างชาติและคนไทย รวมถึงด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าแรงงานที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม เช่น การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ และจำนวนแรงงานที่มีทักษะไม่เพียงพอ

ดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรม เม.ย. 67 เปิดเทรนด์ 'โรงแรม' ชี้ 4 ดาวยังปรับราคาได้

“สมาคมฯ หวังว่าในช่วงเดือน พ.ค. ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันแล้ว ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ช่วยส่งเสริมในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม สร้างแคมเปญให้คนไทยเดินทางภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงช่วยเหลือในเรื่องผลกระทบที่ภาคธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญ และยังต้องการมาตรการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ คือเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ ทั้งการปรับค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ ภาษี การแก้ไขเรื่องปัญหาขาดแคลนแรงงานในเรื่องการจัดอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากขึ้น ยกระดับมาตรฐานพัฒนาให้โรงแรมมีคุณภาพ เพื่อผลักดันราคาห้องพักเฉลี่ยของไทยให้เพิ่มขึ้น”

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของเดือน เม.ย. 2567 อยู่ที่ 61% ลดลงต่อเนื่องจากเดือน มี.ค. ตามการเริ่มเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยในภาพรวมเดือน เม.ย. สัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติใกล้เคียงกับเดือน มี.ค. ซึ่งโรงแรมที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติมากกว่า 50% คิดเป็นประมาณ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้าพักส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าเอเชียและตะวันออกกลาง (ไม่รวมจีน) ยุโรปตะวันตก รัสเซียและยุโรปตะวันออก โดยส่วนใหญ่เข้าพักในโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือน พ.ค. 2567 อยู่ที่ 52%

ด้านการจ้างงานเดือน เม.ย. 2567 โรงแรมกว่า 60% เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งปรับสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือน มี.ค. โดยส่วนใหญ่กระทบคุณภาพการให้บริการ แต่ไม่กระทบความสามารถในการรองรับลูกค้า และส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในภาคตะวันออกและภาคใต้ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก