ทศวรรษใหม่แบรนด์ไทย “วอริกซ์” ขยายอาณาจักรธุรกิจบุกแดนมังกร ผนึกความร่วมมือ SHANGHAI HUIZHONG TECHNOLOGY ผู้นำธุรกิจ ซิตี้ เอาท์เล็ต แนวหน้าของประเทศจีน รุกตลาดครั้งใหญ่รอบ 11 ปี กรุยทางสู่ริจินัลแบรนด์เต็มตัว
นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญกับพันธมิตร SHANGHAI HUIZHONG TECHNOLOGY ซึ่งได้ลงนามสัญญาทางการค้าแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าของ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ระยะเวลา 5 ปี และพิจารณาต่ออีก 5 ปี
แผนระยะแรกจะนำสินค้าไปวางจำหน่ายในช็อปที่เอาท์เล็ต “Himaxx” ประเทศจีน ที่มี 22 สาขาในเมืองเซี่ยงไฮ้และเมืองโดยรอบ ตั้งเป้าขยายในเซี่ยงไฮ้ 30 สาขา และขยายได้ 160 แห่งภายในปี 2568
“จีนเป็นตลาดศักยภาพ ลูกค้าชาวจีนชื่นชอบแบรนด์สินค้าจากไทย และเสื้อผ้ากีฬาไทย โดยเฉพาะทีมชาติไทยจำนวนมาก การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์จากจีนเป็นโอกาสที่ดีของวอริกซ์ ซึ่งพันธมิตรจีนจะเป็นผู้ลงทุนทำตลาดและสร้างแบรนด์สู่ลูกค้าเป้าหมาย ทำให้บริษัทไม่มีความเสี่ยงในด้านลงทุน”
ทั้งนี้ พันธมิตรจีนมีธุรกิจขนาดใหญ่มากเปรียบเสมือนแบรนด์อิเกียในกลุ่มรองเท้าและเสื้อผ้า ระยะต่อไป บริษัทยังสามารถนำแบรนด์จากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดในไทยและตลาดอาเซียนได้เช่นกัน ในระยะยาว บริษัทมองว่ามีโอกาสเข้าไปสร้างโรงงานในจีนเพิ่มกำลังผลิตรองรับการขยายตลาดในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปเปิดบริษัทและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในมาเลเซีย เพื่อขยายตลาดเชิงรุกทั้งค้าส่งและค้าปลีก ส่วนประเทศสิงคโปร์ได้ทำตลาดแบรนด์วอริกซ์ผ่านห้างค้าปลีก ขณะที่ เวียดนาม มีโอกาสจากฐานประชากรจำนวนมาก และเริ่มเข้าไปทำตลาดกัมพูชา ผ่านสโมสรฟุตบอล
“ชุดกีฬาทีมฟุตบอลชาติไทย มีฐานแฟนจำนวนมากในหลายประเทศของตลาดอาเซียน เห็นได้จากยอดขายของเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยขยายตัวร้อนแรงมาตลอด ดังนั้น แนวทางการสร้างแบรนด์จะร่วมสนับสนุนกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย และกีฬาอื่นๆ อย่างบาสเกตบอล เทเบิ้ล เทนนิส รวมถึงสนใจเข้าไปร่วมสนับสนุนกีฬาอื่นๆ"
พร้อมมุ่งขยายแบรนด์สู่สินค้าไลฟ์สไตล์แบบมินิมอลทั้งเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งตลาดเสื้อเชิ้ต มีขนาดใหญ่กว่า 2 เท่า เทียบเสื้อผ้ากีฬาที่มีมูลค่า 3 หมื่นล้านบาท รวมถึงรุก มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง ดึงศิลปินไทยเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ช่วยขยายฐานลูกค้าอายุต่ำกว่า 35 ปี
ปีนี้ยังมีแผนเปิดช็อปในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ารวม 5-10 ช็อป พื้นที่ 100-150 ตร.ม. และเปิด 40 จุดขายผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ การรุกตลาดออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok
แผนเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศจะผลักดันทำให้ผลประกอบการปี 2567 ยอดขายเติบโต 20-30% จากปี 2566 มีรายได้รวม 1,200 ล้านบาท และปี 2569 สร้างรายได้รวม 2,700 ล้านบาท มีสัดส่วนจากต่างประเทศมากกว่า 10% จาก 5% ในปัจจุบัน ผลักดันแบรนด์สู่สปอร์ตไลฟ์สไตล์และริจินัลแบรนด์เต็มตัว





