วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

‘Dairy Queen’ สู้ศึกร้านนั่งกิน เปิด ‘DQ Lounge’ เน้นเมนูใหม่ ถือทานยาก

‘Dairy Queen’ สู้ศึกร้านนั่งกิน เปิด ‘DQ Lounge’ เน้นเมนูใหม่ ถือทานยาก

แค่ซอฟต์เสิร์ฟไม่พอแล้ว! “Dairy Queen” ลุยเปิด “DQ Lounge” เน้นพื้นที่นั่งกิน พร้อมเมนูใหม่ “พาเฟ่ต์-โทสต์-ทิมเบอร์ริง-บราวนี่” ย้ำ ไม่ขอแข่งบนเกมราคา-บุก Red Ocean อื่น เชื่อ “Core business” ยังแข็งแรง ปีนี้ได้เห็นเพิ่มอีก “10 แห่ง”

กว่า 80% ของส่วนแบ่งในตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ตกเป็นของ “แดรี่ควีน” (Dairy Queen) โดยมีเมนูยอดนิยมอย่าง “บลิซซาร์ด” ที่สร้างยอดขายให้แบรนด์ได้มากถึง 65% โดยในปีนี้ “แดรี่ควีน” มีแผนสร้างการเติบโตอีกมากมาย ทั้งการออกเมนู “Seasonal” ใหม่ๆ รวมทั้งการมาถึงของรูปแบบร้าน “DQ Lounge” จากเดิมที่ “แดรี่ควีน” โดดเด่นในรูปแบบร้าน “คีออส” (Kiosk) เน้นให้ผู้บริโภคซื้อทานแบบ “Grab & Go” มาปีนี้แบรนด์ขอลุยโมเดลใหม่ สู้ศึกของหวานนั่งทานในร้าน โดยมี “เซ็นทรัล เวสต์เกต” (Central Westgate) ประเดิมสาขาแรก ด้วยพื้นที่ 40 ตารางเมตร

“ธนกฤต กิตติพนาชนม์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด บริษัทในเครือ “ไมเนอร์ กรุ๊ป” ระบุว่า แม้ที่ผ่านมา แบรนด์จะมีภาพจำในรูปแบบร้าน “คีออส” แต่กลับพบว่า การจ่ายเงินแล้วเดินออกไปทันทีที่ได้รับสินค้าไม่สามารถสร้างเอนเกจเมนต์กับผู้บริโภคได้เท่าที่ควร โจทย์ของ “แดรี่ควีน” คือจะทำอย่างไรให้ลูกค้าซึมซับบรรยากาศภายในร้านได้ ให้ลูกค้ามีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น จึงเป็นที่มาของ “DQ Lounge”

‘Dairy Queen’ สู้ศึกร้านนั่งกิน เปิด ‘DQ Lounge’ เน้นเมนูใหม่ ถือทานยาก

ในส่วนของรูปแบบเลานจ์ “แดรี่ควีน” ได้เพิ่มพื้นที่นั่งกินในร้าน มีสัดส่วนประมาณ 40% ของตัวร้านทั้งหมด เมนูยืนพื้นดั้งเดิมยังคงมีอยู่ และมีเมนูใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับสาขารูปแบบนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์ ทิมเบอริง โทสต์ หรือบราวนี่ “ธนกฤต” ระบุว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกในปีที่ผ่านมาพบว่า “แดรี่ควีน” มีโอกาสเติบโตในสัดส่วนของเครื่องดื่มและเบเกอรีอีก ซึ่งหลังจากร้านรูปแบบเลานจ์เปิดให้บริการไปได้เพียง 1 - 2 เดือน ปรากฏว่า ยอดขายเมนูใหม่เติบโตกว่า 20% ทำให้ในปีนี้ “แดรี่ควีน” ตั้งเป้าปักหมุด “DQ Lounge” เพิ่มอีก 10 แห่ง โดยสาขาที่สองจะไปต่อที่ “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต”

“เราจะเปิดร้านรูปแบบนี้ ก็ต่อเมื่อเป็นสาขาแห่งที่ 2 หรือ 3 ของ “แดรี่ควีน” ในห้างนั้นๆ เพราะพฤติกรรมส่วนใหญ่ของลูกค้ายังติดกับการซื้อรูปแบบ “Grab & Go” แต่ก็มีอีกส่วนที่สนใจจะพักผ่อน และอยากลองสินค้าใหม่ๆ สาขาที่ 2 ของ “DQ Lounge” ตอนนี้เราดูที่ “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” ซึ่งจะเป็นสาขาที่ 3 ที่อยู่ในศูนย์การค้าดังกล่าวแล้ว เป็นโอกาสที่ดีที่จะขยับขยายให้ลูกค้าทราบว่า เรามีมากกว่าร้านคีออส

ทั้งนี้ อีกส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามา คือตู้ดิสเพลย์หน้าร้าน เพื่อโชว์สินค้าเมนูพิเศษ ผู้บริหาร “แดรี่ควีน” ให้ข้อมูลว่า จากร้านคีออสรูปแบบเดิม ทำให้พบว่า สินค้าที่ถูกวางในตู้แช่ด้านข้างร้านให้ความรู้สึกเหมือน “ตู้เก็บของ” มากกว่า ลูกค้าต้องการเห็นหน้าตาสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย

‘Dairy Queen’ สู้ศึกร้านนั่งกิน เปิด ‘DQ Lounge’ เน้นเมนูใหม่ ถือทานยาก

เมื่อถามว่า การมาถึงของร้านรูปแบบ “DQ Lounge” เกิดขึ้นเพราะการแข่งขันในตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ดุเดือดขึ้นหรือไม่ “ธนกฤต” ให้ข้อมูลว่า ทุกครั้งที่มีการออกโปรดักต์ หรือประเดิมคอนเซปต์ใหม่ ทีม “แดรี่ควีน” จะวางแผนกันล่วงหน้า 1 ปี สิ่งที่แบรนด์โฟกัสมีสองส่วนหลักๆ คือ โปรดักต์ และการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค

หากถามว่า มีความกังวลในเรื่องของคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ระบุว่า มีความกังวลบ้าง แต่ด้วยความที่ “แดรี่ควีน” เป็นเจ้าตลาด จึงเลือกที่จะโฟกัส “Key competency” หรือสมรรถนะ-ความชำนาญของแบรนด์เป็นหลัก ไม่ขอลงแข่งในเรื่อง “เกมราคา” หรือบุก “Red Ocean” ที่มีผู้ครองตลาดอยู่แล้ว เพราะตอนนี้แบรนด์ยังเติบโตได้ดี เชื่อว่า ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีกับแบรนด์ยังแข็งแรง

สำหรับเป้าหมายของ “DQ Lounge” ในปีนี้ “ธนกฤต” เปิดเผยว่า ตั้งเป้าไปให้ถึง 10 สาขา โดยราคาลงทุนต่อสาขาอยู่ที่ “3 ล้าน ถึง 3.5 ล้านบาท” มากกว่าร้านรูปแบบคีออสราว 20% ส่วนขนาดพื้นที่ของร้าน วางไว้ที่ 50 ถึง 60 ตารางเมตรต่อสาขา โดยจะเลือกปักหมุดห้างสรรพสินค้าที่มีร้านแดรี่ควีนแบบคีออสก่อน ส่วนแผนในการบุกโซน “CBD” เป็นหนึ่งในเป้าหมายเช่นกัน และตั้งใจปั้นให้เป็นรูปแบบ “แฟลกชิป สโตร์” ด้วย แต่จะไปถึงตรงนั้นเมื่อไร คงเป็นแผนการที่ต้องมีการพูดคุยกันต่อไปในอนาคต