วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เจาะวิถีโตแบรนด์ไทย ‘สตาร์มาร์ค’ ทำอย่างไรให้แกร่ง ท่ามกลางอสังหาฯ หดตัว

เจาะวิถีโตแบรนด์ไทย ‘สตาร์มาร์ค’ ทำอย่างไรให้แกร่ง ท่ามกลางอสังหาฯ หดตัว

เจาะแผน 'สตาร์มาร์ค' ในปี 67 ท่ามกลางตลาดเปลี่ยน! รุกขยายตลาดใหม่ เจาะตลาด บริการตกแต่งภายใน งานเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินภายในกลุ่มลูกค้าโรงแรม เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์รายใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

Key Points: 

  • การปรับตัวของสตาร์มาร์คแบรนด์ไทยที่มีเส้นทางกว่า 4 ทศวรรษ
  • รุกน่านน้ำใหม่ บริการตกแต่งภายใน งานเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินภายใน
  • การเป็นพาร์ทเนอร์กับรายใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว 
  • เตรียมแผนลงทุนใหญ่ในปี 2567 ขยายกำลังการผลิตในโรงงาน

ท่ามกลางความกังวลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ที่มีทิศทางชะลอตัว ตามแรงฉุดของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อในครัวเรือน ไปจนถึง ปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นประเด็นที่กระทบผู้ประกอบการต่อเนื่อง และมีอาจจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ในทั้งกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัวไทยได้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวเป็นครั้งสำคัญ 

ทำให้ผู้ประกอบการไทยต่างมุ่งสร้างความแตกต่าง รุกสร้างธุรกิจที่โดดเด่น พร้อมด้วยการเปิดน่านน้ำใหม่ ที่ไม่ใช่ กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง (Red Ocean Strategy) แต่การไปรุกน่านน้ำสีน้ำเงิน (Blue Ocean Strategy) ร่วมสร้างความแตกต่าง ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นตลาดที่มีคู่แข่งในตลาดที่น้อยราย จึงร่วมสร้างจุดได้เปรียบในระยะยาว 

 

 

 

แบรนด์ STARMARK ภายใต้ “บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด” ที่มีเส้นทางมากกว่า 4 ศตวรรษ โดยมีความเชี่ยวชาญในชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินมายาวนาน ได้ขยายสู่การสร้างน่านน้ำในธุรกิจใหม่ เพื่อรุกนำองค์กรโตแบบยั่งยืน 

“ณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด สะท้อนภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทยปี 2567 คาดว่าจะมีการขยายตัวที่เล็กน้อยตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มตลาดฐานราก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารมีความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ และมีปัจจัยภายนอกประเทศหลายด้านที่ต้องติดตามใกล้ชิด มีผลต่อเนื่องกับเศรษฐกิจโลกโดยรวม

 

เจาะวิถีโตแบรนด์ไทย ‘สตาร์มาร์ค’ ทำอย่างไรให้แกร่ง ท่ามกลางอสังหาฯ หดตัว

ตลาดแข่งขันแรงทุกปี ต้องยึดมาตรฐาน-บริการ

แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ จึงสามารถสร้างการเติบโตที่ดี ทั้งปรับมารุกงาน “บริการตกแต่งภายใน งานเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินภายใน” ให้แก่ลูกค้าโปรเจ็กต์รายใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าโรงแรมและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ จึงนำพาองค์กรเติบโตได้อย่างโดดเด่นในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วและมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา โดยในปีนี้ธุรกิจโรงแรมมีทิศทางที่ดี จากการเปิดใหม่และการรีโนเวท

“ตลาดมีการแข่งขันมากขึ้นในทุกปี จากการมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด สิ่งสำคัญการยึดมั่นใจสินค้าและบริการ พร้อมมีบริการครบวงจร ร่วมสร้างมาตรฐาน”

โปรเจ็กต์ล่าสุดกับ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ จำนวน 399 ห้อง โดยใช้เวลารวม 8 เดือนตกแต่งภายในได้แล้วเสร็จตามกำหนดไว้ รวมถึงยังมีโครงการที่ทำอยู่กับ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี 512 ห้อง จะแล้วเสร็จภายในปีนี้เช่นกัน รวมถึงมีอีกหลายแห่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และโปรเจ็กต์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมในตลาดหรู

“โจทย์สำคัญในการทำงานกับลูกค้ารายใหญ่คือ การทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นใจบริษัท การสร้างพันธะสัญญากับลูกค้าในการผลักดันโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามไทม์ไลน์และข้อตกลงต่างๆ ที่กำหนดไว้ ทำให้บริษัทมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาใช้บริการต่อเนื่องและยาวนาน ทั้งในโครงการบ้านและโรงแรม”

เจาะวิถีโตแบรนด์ไทย ‘สตาร์มาร์ค’ ทำอย่างไรให้แกร่ง ท่ามกลางอสังหาฯ หดตัว

เตรียมลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานสมุทรสาคร

นอกจากนี้ จากการเติบโตของงานโปรเจ็กต์ที่มีมากขึ้นแล้ว บริษัทมีแผนลงทุนขยายเครื่องจักรแห่งใหม่ในโรงงานที่สมุทรสาคร จากในปัจจุบันมีกำลังการผลิตสินค้า กลุ่มเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินภายใน มากกว่าแสนชื้นต่อปี ภายใต้การมีจำนวนพนักงานทั้งหมดรวมกว่า 900 คน โดยอยู่ระหว่างการทำแผนและงบลงทุนทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนการผลิตของบริษัท เป็นการจัดทำชิ้นส่วนจากโรงงาน และพร้อมประกอบที่สถานที่เลย ซึ่งการผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน ทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ มีมาตรฐานเท่ากันทั้งหมดในทุกชิ้นตามแบบ รวมถึงสามารถติดตั้งไว้รวดเร็ว ไม่สร้างปัญหาเรื่องการติดตั้งและมลภาวะต่างๆ ตามมา แตกต่างจากงานรับเหมาทั่วไป อีกทั้งการสร้างมาตรฐาน ทำให้ไม่ต้องมีการซ่อมบำรุง

อีกการลงทุนใหญ่ของบริษัท กับการปรับโชว์รูมแสดงสินค้า “สตาร์มาร์ค อินทีเรีย” สาขา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) มีขนาดพื้นที่ 2,000 ตร.ม.  โดยปรับให้สอดคล้องกับเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า ได้ใช้งบลงทนประมาณ 20 ล้านบาท นับเป็นการปรับครั้งใหญ่ในรอบ 7-8 ปี พร้อมกันนี้ได้มีการรีโนเวท บุญถาวรดีไซน์วิลเลจ สาขา เกษตรนวมินทร์ ราชพฤกษ์ และ พุทธมณฑลสาย 3 ให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า

เจาะวิถีโตแบรนด์ไทย ‘สตาร์มาร์ค’ ทำอย่างไรให้แกร่ง ท่ามกลางอสังหาฯ หดตัว

ทั้งนี้ จากการรุกตลาดและมุ่งนำเสนอบริการอย่างครบวงจร จะนำพาองค์กรก้าวสู่ผู้นำ การทำ คัสโตไมซ์เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ภายในสามปีข้างหน้า รวมถึงดึงดูดกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ โดยเฉพาะงานโครงการโปรเจ็กต์ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น

ภาพรวมในปัจจุบัน มีกลุ่มลูกค้าแบ่งเป็น B2B และ B2C สัดส่วนแบ่งเป็น ลูกค้า B2B ประมาณ 40% และลูกค้า B2C ประมาณ 60% ทั้งนี้จากแผนที่บริษัทดีประเมินไว้ ประเมินว่า จะสร้างรายได้รวมในปี 2567 ขยายตัว 10% จากปีก่อน

“ณัฐปภัสร์” กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา องค์กรได้เผชิญหลายวิกฤตมา สร้างความท้าทายตลอด ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในต้มยำกุ้ง วิกฤตซับไพร์มของสหรัฐ และสถานการณ์โควิด โดยครั้งที่กระทบมากสุดคือ โควิด โดยสาขาหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ แต่องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ต่อเนื่อง ด้วยสิ่งสำคัญคือ การปรับตัวให้รวดเร็ว การยึดคำว่า คุณภาพ ภายใต้ราคาที่สมเหตุสมผล และวางแนวทางทำให้ทุกองค์กร สามารถเติบโตไปพร้อมกันทั้งลูกค้า คู่ค้า และพาร์ทเนอร์ต่างๆ รวมถึงดูแลพนักงาน และร่วมยกระดับทักษะพนักงานมาตลอด ให้สอดรับกับโลกในปัจจุบัน

“เรามีพาร์ทเนอร์รายใหญ่หลายราย ต้องวางแนวทางให้ทุกองค์กรเติบโต และขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน ทุกคนต่าง win win ทั้งหมด รวมถึงผู้บริโภคด้วย จะเป็นแนวทางร่วมสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนได้ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกองค์กร”

หากย้อนกลับไปในช่วงโควิด บริษัทไม่ได้มีการปรับลดพนักงานลง แม้ว่าช่องทางการจำหน่ายสินค้าจะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่ปรับมาบริการจัดการต้นทุนภายใน และขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ พร้อมมองหาโอกาสตลาดใหม่ๆ ที่กำลังเติบโต ตามแนวทางการทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถนิ่งได้เลย !