เว็ทซินโนว่า ชี้เทรนด์คนรักสัตว์เลี้ยงมาแรง ปักธง ‘วีเอฟคอร์’ อาหารเสริมแมวเลีย ครองแชมป์ต่อเนื่อง ส่งแมวยักษ์พร้อมคว้า “นนกุล” พรีเซ็นเตอร์ เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ เปิดเกมรุกตลาดหนัก
นายมนัยธร เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เจ้าของ ผลิตภัณฑ์ วีเอฟคอร์ (VFcore) อาหารเสริมแมวเลีย กล่าวว่า เว็ทซินโนว่า ตั้งเป้าผลิตภัณฑ์ วีเอฟคอร์ จะครองส่วนแบ่งการตลาดในฐานะที่ 1 ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศ
โดยวางแผนขับเคลื่อนธุรกิจและแบรนด์ให้ครองที่ 1 ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก กลยุทธ์แรก เป็น Core Value ได้แก่ การวิจัย พัฒนา สร้างนวัตกรรมไลฟ์สไตล์ (Pet Lifestyle Innovation) ที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงที่รัก
เสริมด้วยกลยุทธ์ที่สอง สร้าง VFcore Community ให้แกร่ง ประเดิมด้วยโปรเจกต์ #เพราะรักให้เลีย กับ แมวยักษ์ ที่เป็น 3D animation ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่อลังการสามารถชมได้ที่สยาม ณ ลาน Parc Paragon และอาคาร Interchange แยกอโศก ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566
ซึ่งแบรนด์ยังมีฐานแฟนคลับที่หนาแน่น จึงเกิด Fan Project Meet ที่มีเจ้าของรวมถึงน้องหมาและแมวรวมกว่า 60 ชีวิต นับว่าเป็นการรวมตัวของแฟนตัวจริงของแบรนด์ครั้งใหญ่กลางห้าง
และกลยุทธ์ที่สาม คว้าพระเอกหนุ่ม 'นนกุล - ชานน สันตินธรกุล' เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ และบุคลิกแบรนด์ สอดรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ และเพื่อขยายลูกค้า ส่งเสริมการสื่อสารและถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
"พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ของคนไทย เจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนเหมือนลูก หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว เป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Pet Humanization"
ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ วีเอฟคอร์ กล่าวคือ มีทัศนคติที่ให้สำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว, มีความพร้อมในการเลี้ยงสัตว์, มีความสนใจในนวัตกรรมใหม่ และสรรหาสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
"เราส่งนวัตกรรมไปสู่การสร้างความผูกพันในทุกช่วงเวลาระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง โดยตัวแบรนด์ VFcore Innovated by VetSynova เป็นแบรนด์ที่ทำให้เรื่องของสุขภาพสัตว์เลี้ยง สามารถดำเนินไป พร้อมกับการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว (Family Bonding Time)ดังนั้นVFcoreจึงตอบโจทย์คนรักสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องแมว ด้วยการพัฒนานวัตกรรมอาหารเสริมที่ตรงใจทั้งคนเลี้ยงและสัตว์เลี้ยงจนขึ้นเป็นที่1 ในตลาดด้วยความเข้าใจและครองใจกลุ่มเป้าหมาย”
ทั้งนี้ จากการเดินทางไปงานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงและงานประชุมวิชาการทางสัตวแพทย์หลายประเทศทั่วโลกสินค้าวีเอฟคอร์ ถือเป็นเจ้าแรกที่คิดค้นพัฒนาสูตรอาหารเสริมเพื่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องแมว ที่อยู่ในรูปแบบแมวเลีย ทานง่าย ที่ไม่ใช่เม็ด โดยทำการค้นคว้าวิจัยมากกว่า 1 ปี จากทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงมีการทำงานวิจัยร่วมกับทางคณะสัตวแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อได้สูตรที่ดีต่อสุขภาพ และอร่อยโดนใจทั้งน้องหมาและน้องแมว
"เราจะพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสัตว์เลี้ยง ที่สามารถดำเนินไปพร้อมกับการใช้ช่วงเวลาร่วมกันระหว่างคนเลี้ยงและสัตว์เลี้ยง เกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสุขในครอบครัว (Family Bonding Time)ตอกย้ำความเป็นแบรนด์แห่งนวัตกรรมไลฟ์สไตล์ที่แข็งแกร่ง Pet Lifestyle Innovation ทั้งในการทำวิจัยคิดค้นผลิตภัณฑ์หลากหลายสูตร เพื่อตอบโจทย์สุขภาพดีของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก"
ตลาดสัตว์เลี้ยงขยายตัวสูงต่อเนื่อง
ปัจจุบันตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 40,000-50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มอาหารสัตว์ 50% และอีก 50% เป็นกลุ่มการบริการ สินค้าประเภทเสื้อผ้า ที่นอน ของเล่น ต่างๆ ซึ่งยังเติบโตได้ต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เทรนด์การเลี้ยงแมวเติบโตขึ้น 5-6% จากปัจจุบันคนไทยเลี้ยงแมว 4-5 ล้านตัว
ส่วนเทรนด์การเลี้ยงสุนัขปัจจุบันมีประมาณ 8 ล้านตัวคาดว่าจะลดลง เนื่องจากแมวเลี้ยงดูง่าย ใช้พื้นที่น้อยกว่าโดยเฉพาะสังคมเมืองที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อีกทั้งค่าอาหาร ยารักษายังถูกกว่าสุนัข 1 เท่าตัว
บริษัทเล็งเห็นโอกาสจึงได้พัฒนาสินค้าแบรนด์ 'วีเอฟคอร์' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแมว ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ที่อยู่ระหว่างกลุ่มเวชภัณฑ์กับอาหารเปียก ตอบรับตลาดกลุ่มอาหารเสริมสัตว์เลี้ยงที่มีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท
วีเอฟคอร์ ตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้ 250 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 350 ล้านบาท ในปี 2567 การเติบโตในปีหน้านั้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำการตลาดในเชิงรุก ใช้การสื่อสารในทุกช่องทาง โดยใช้งบการตลาด 10% ของยอดขาย จากปกติใช้ 5-6% ของยอดขาย รวมทั้งแตกไลน์สินค้าใหม่ในกลุ่มสุนัข และเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ จากปัจจุบันบริษัทจำหน่ายสินค้าในเครือ 4-5 แบรนด์ อาทิ กลุ่มยาเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์รักษาผิวหนังสัตว์ แชมพูยา
พร้อมกับมีแผนจำหน่ายอาหารสัตว์ และขยายตลาดในต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ดูไบ อินเดีย จากปัจจุบันจำหน่ายในฮ่องกง อเมริกา เวียดนามแล้ว





