ทำความรู้จัก 'ผลิตภัณฑ์กันแดด' รักษ์โลกของ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว'

ทำความรู้จัก 'ผลิตภัณฑ์กันแดด' รักษ์โลกของ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว'

ส่องตลาดความงามไทยมูลค่า 2.60 แสนล้านบาทบูม แบรนด์ใหม่พร้อมชิงตลาด กับผลิตภัณฑ์กันแดด 'Splash skin' แบรนด์แรกของ แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 ซีอีโอแห่ง บริษัท โอมอร์เฟีย บิวตี้ ที่สร้างผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม

เป็นที่ติดตามอย่างใกล้ชิดกับการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2023 ที่สาวงามจากประเทศไทย “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ได้คว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 สร้างสถิติประวัติศาสตร์เข้ารอบลึกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบร่วม 35 ปี โดยนอกจากบทบาทในเรื่อง มิสยูนิเวิร์สที่ชนะใจคนทั่วโลกแล้ว

“แอนโทเนีย” มีอีกบทบาทกับการเป็น ซีอีโอแห่ง บริษัท บริษัท โอมอร์เฟีย บิวตี้ จำกัด ที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกับ “Omorfia Beauty” พร้อมมีผลิตภัณฑ์หลักที่เป็น สเปรย์กันแดด Splash skin

 

สเปรย์กันแดด Splash skin ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของบริษัท โดยผู้ก่อตั้งได้ร่วมคิดค้นและร่วมออกแบบขึ้นมา ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และนำส่วนผสมมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นทั้งมีความเป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อทะเลถูกออกแบบไม่ให้ทำลายปะการัง อีกทั้งผลิตภัณฑ์ไม่มีการทดลองในสัตว์ และไม่ได้มีส่วนผสมมาจากสัตว์ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ รวมถึงมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อผู้ใช้

อีกทั้ง บริษัทยังวางแนวทางดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน โดยเมื่อลูกค้าสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ จะนำเงินสมทบ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ไปสู่โครงการ The Little Steps Project ก่อตั้งโดย แอนโทเนีย และครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่เข้าไปร่วมสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทย

 

ทำความรู้จัก 'ผลิตภัณฑ์กันแดด' รักษ์โลกของ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว' ยกตัวอย่าง โปรเจ็กต์ในการระดมทุนเพื่อสร้างห้องน้ำใหม่และสนามเด็กเล่นสำหรับโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งบริจาคเครื่องกรองน้ำจำนวนมากเพื่อสร้างแหล่งน้ำสะอาดให้แก่นักเรียนและหมู่บ้านในพื้นที่ชุมชน เป็นต้น

สำหรับ Omorfia Beauty ได้มีการทำตลาดหลักผ่าน เว็บไซด์ omorfiaworld เป็นหลัก 


ทำความรู้จัก 'ผลิตภัณฑ์กันแดด' รักษ์โลกของ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว'

แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ความงามน้องใหม่ก็ตาม แต่ได้ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับเทรนด์ในตลาดโลก ที่แบรนด์เครื่องสำอางและร้านสุขภาพและความงาม ต่างมุ่งไปในทิศทางนี้ โดยร้านเพื่อสุขภาพและความงามอย่าง "วัตสัน" ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืนมาโดยตลอด จึงมีการนำเสนอสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ปัจจุบันมีสินค้าให้เลือกมากถึง 1,800 รายการ จำหน่ายในร้านค้าทั่วประเทศ

อีกทั้งที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ นีเวีย ซัน จัดระดมทุนจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันแดด นีเวีย ซัน ที่เป็นมิตรต่อปะการัง ที่ร้านวัตสัน ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์และในสาขาทั่วประเทศ โดยเมื่อลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์กันแดด นีเวีย ซัน จะร่วมสมทบทุน 5 บาทให้กับมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมสนับสนุนในกิจกรรมอนุรักษ์ปะการังและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทย เป็นอีกแบรนด์ที่ร่วมส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมเช่นกัน 

หากมาสำรวจตลาดความงามของไทย โดย “เกศมณี เลิศกิจจา” นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ประเมินทิศทางตลาดไว้ว่า ตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ และยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง จากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็ก

กลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและความงามที่มาแรงในยุคนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการต่อต้านริ้วรอย หรือ แอนไทเอจจิ้ง ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีการขยายตัวสูงต่อเนื่อง ต่อมาตลาดเครื่องสำอางในกลุ่มที่มีการดูแลสุขภาพและร่วมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดูแลสุขภาพเป็นลำดับต้นๆ เช่นกัน ทั้งสวย ดูดี และสุขภาพผิวดีไปพร้อมกัน

ทั้งนี้สมาคมฯ ประเมินภาพรวมตลาดเครื่องสำอางในปี 2566 จะขยายตัวได้ 9.46% จากปีก่อน ที่ตลาดมีมูลค่ารวมประมาณ 2.60 แสนล้านบาท ขยายตัว 9.2% ซึ่งในปัจจุบันตลาดรวมเครื่องสำอางและการดูแลผิวของประเทศไทย มีการผลิตอยู่ในอันดับ 19 ของโลก และเป็นฐานการผลิตหลักของเครื่องสำอางในภูมิภาคอาเซียน