'เซ็นทรัลพัฒนา' เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจแบบผสมสร้างธุรกิจแข็งแกร่ง เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ช่วงปลายปี 2566-2567
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงปลายปี 2566-2567 จะเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผน ทั้งธุรกิจศูนย์การค้า เตรียมเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ มีกำหนดเปิด 29 พ.ย.66 ซึ่งเป็นต้นแบบของศูนย์การค้า Semi-Outdoor โลว์คาร์บอนแห่งแรก รวมถึงการผสมผสานพื้นที่สีเขียว เพื่อกำหนดให้เป็นศูนย์การค้าต้นแบบในอนาคต
“บริษัทพร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 4 นี้ ทำให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่เปิดให้บริการแล้วจำนวน 39 แห่ง เป็นโกลบอล เดสทิเนชั่น ซึ่งเป็นตัวจริงของการฉลองเทศกาลความสุขอย่างยั่งยืน”
สำหรับในปี 2567 จะเดินหน้าเปิดศูนย์การค้า 3 แห่งขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เซ็นทรัล นครสวรรค์ ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2567 เซ็นทรัล นครปฐม ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 เซ็นทรัล กระบี่ ในปี 2568
รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ทั้งโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ จะมีการเปิดทั้งโรงแรม Centara Ayutthaya ในไตรมาสที่สี่ของปี 2566 โรงแรม Centara One Rayong ในปี 2567 และโครงการที่อยู่อาศัย 5 โครงการ ประกอบด้วย บ้านนิรดา 3 โครงการ และคอนโดมิเนียม ESCENT 2 โครงการ
ทั้งนี้ภาพรวมในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเปิดโครงการใหม่ได้ตามแผน ได้แก่ โรงแรม GO! Hotel ศรีราชา บริเวณเดียวกับเซ็นทรัล ศรีราชา และโรงแรม GO! Hotel ชลบุรี บริเวณเดียวกับเซ็นทรัล ชลบุรี
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้มีการเปิดโครงการแนวราบภายใต้แบรนด์ BAAN NIRATI นครศรี เมื่อเดือน ส.ค. ส่วนในเดือน ต.ค. ได้มีการเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูสเซ็นทรัล อุบล เป็นโครงการใหญ่ในอีสานใต้ และได้จัดทำ “อุบล ฮอลล์” ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แห่งใหม่ในอีสานใต้ ที่จะเข้ามาเต็มศักยภาพและการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานีให้มีความคึกคักมากขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาสสามของปี 2566 มีการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความสอดคล้องกับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงมาจากการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจแบบผสม (mixed-use development)
ทั้งหมดจึงส่งผลต่อรายได้ในไตรมาสสามที่ผ่านมา อยู่ที่ 12,277 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อน และสร้างกำไรสุทธิ 4,162 ล้านบาท เติบโต 45% จากปีก่อน

