วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ททท. ฝ่า 'โพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด ดึง 'ต่างชาติ' เข้าไทย 68.5 ล้านคนปี 70

ททท. ฝ่า 'โพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด  ดึง 'ต่างชาติ' เข้าไทย 68.5 ล้านคนปี 70

'ททท.' ระดมสมอง ประชุมแผนตลาดท่องเที่ยวไทยปี 2567 บน 'ทางสามแพร่ง' การเมือง-เศรษฐกิจ-โครงสร้างสังคม ฝ่าความท้าทาย 'ยุคโพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด ปูพรมสู่เป้าหมายใหญ่ปี 2570 นักท่องเที่ยวต่างชาติจ่อทะลัก 68.5 ล้านคน สร้างรายได้รวม 5.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25% ของจีดีพี

Key Points:

  • ททท. ตั้งเป้าหมายภาคการท่องเที่ยวไทยปี 2567 สร้างรายได้รวม 3.1 ล้านล้านบาท เท่ากับปี 2562 ก่อนวิกฤติโควิด ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.58 ล้านคน ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย 160 ล้านคน-ครั้ง
  • ความท้าทายสำคัญที่ต้องฝ่าฟันคือ “ยุคโพลีไครซิส” (Polycrisis) ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แข่งขันรุนแรงแย่งชิงทัวริสต์ ปริมาณเที่ยวบินยังไม่กลับมาปกติ และอุปสรรคงบประมาณปี 2567 ล่าช้าช่วงรอยต่อรัฐบาลใหม่
  • ปูพรมสู่เป้าหมายใหญ่ปี 2570 สร้างรายได้รวม 5.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25% ของจีดีพี จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 68.5 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทย 182 ล้านคน-ครั้ง

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค. 2566 ระดมสมองกันอย่างเข้มข้น ถึงแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ การส่งเสริมภาพลักษณ์และเสนอขายประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในมิติความยั่งยืน การกระตุ้นการใช้จ่ายและผลักดันการกระจายการเดินทางให้คนไทยท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การจัดเก็บข้อมูลลูกค้า และ Voice of Customers (VOC) รวมถึง Voice of Suppliers (VOS) ที่สำคัญ ผ่านทัชพอยต์ (Touchpoints) ในการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนสรุปแผนการดำเนินงานส่งเสริมตลาดเชิงบูรณาการของ ททท. ปี 2567

ทั้งนี้  ททท.จะนำเสนอและแถลงทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวปี 2567 ในวันที่ 17 ก.ค. 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับทราบแนวทางในการร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยคุณค่าสูง (High Value) และความยั่งยืน (Sustainable) อย่างแท้จริง

นายโชติ ตราชู ประธานกรรมการ ททท. กล่าวว่า ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวไทยอยู่บนทางสามแพร่ง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และโครงสร้างสังคม ขณะเดียวกัน ททท.ต้องวางแผนการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์งบประมาณประจำปี 2567 ที่ยังไม่แน่นอนหรืออาจล่าช้า

ททท. ฝ่า 'โพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด  ดึง 'ต่างชาติ' เข้าไทย 68.5 ล้านคนปี 70

 

ล็อกเป้าปี 67 รายได้ท่องเที่ยว 3.1 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. ล็อกเป้าหมายภาคการท่องเที่ยวไทยปี 2567 ฟื้นรายได้ 100% เท่ากับปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 3,098,606 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มูลค่า 11,440,590 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 2,292,968 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของรายได้รวม จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40,583,504 คน ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 805,638 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของรายได้รวม จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 160,365,299 คน-ครั้ง ภายใต้ความคาดหวังว่าภาคท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เดียวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หลังภาคการส่งออกถูกประเมินว่าอาจติดลบในปีนี้

ปี 2567 ถือเป็นปีแรกของการมุ่งสู่ Resilience ล้มแล้วลุกไว เติบโตอย่างยืดหยุ่น เริ่มขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปสู่ระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวใหม่ (New Tourism Ecosystem) ให้เป็นระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวที่มีความสมดุลระหว่างมูลค่าและคุณค่า ปูทางสู่การเติบโตด้านรายได้ไปจนถึงปี 2570 หลังผ่านวิกฤติโควิด-19 ที่ต้อง Reopen กลับมาเปิดประเทศเมื่อปี 2564 และ Recovery ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวเมื่อปี 2565

“การกลับมาของภาคท่องเที่ยว ไม่ใช่มีแค่ประเทศไทยกลับมาประเทศเดียว ประเทศอื่นๆ ก็กลับมาเช่นกัน เพราะฉะนั้นการแข่งขันจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก จะยิ่งทำให้ประเทศอื่นๆ หันมารุกการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น จึงมองว่าต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้รายได้รวมการท่องเที่ยวกับมาในระดับเดียวกับปี 2562”

ททท. ฝ่า 'โพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด  ดึง 'ต่างชาติ' เข้าไทย 68.5 ล้านคนปี 70

 

ความท้าทายหลักฝ่า ‘ยุคโพลีไครซิส’

นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่ความท้าทายของภาคท่องเที่ยวปี 2567 คือสถานการณ์ปริมาณเที่ยวบินที่ยังฟื้นตัวกลับมาไม่หมด โดยจากข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) คาดการณ์ว่าจะกลับมาเป็นปกติเร็วสุดในไตรมาส 4 ปี 2567 ใกล้เคียงกับปี 2562

“ถึงเวลา TAT (Tourism Authority of Thailand : ททท.) จะต้อง Turnaround Time นำการเปลี่ยนแปลงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน สมดุล เป็นส่วนสำคัญให้พร้อมรับมือกับวิกฤติหลากหลาย (Polycrisis) ในปัจจุบันและอนาคต”

ขณะเดียวกัน มุ่งเดินหน้าการท่องเที่ยวด้วย ZEST ได้แก่ Z: Zero in on Sustainability มุ่งผลักดันการท่องเที่ยวไปสู่ความยั่งยืน, E: Expressive – Full of Meaningful สร้างโมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความหมายและความสุขจากการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์, S: Superior – Greater in Quality สร้างคุณภาพและมาตรฐานที่เหนือระดับในมิติของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และ T: Transformation – IT Modernization ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มคุณค่าของประสบการณ์ (VoX: Value of Experience)

 

เป้าใหญ่ปี 70 รายได้รวม 5.6 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 มีความท้าทายเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จะเบิกจ่ายล่าช้าไป 6 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาลใหม่ ดังนั้นหลังจากวันที่ 1 ต.ค. 2566 เป็นต้นไปจนกว่างบประมาณฯปี 2567 จะประกาศใช้ ก็ต้องใช้งบไปพลางก่อนได้เพียง 50% ของงบประมาณ 2566 แต่ยังหวังว่าในปีงบประมาณ 2567จะได้รับการจัดสรรงบตามที่ ททท.เสนอขอไป 5,000 ล้านบาทมากกว่าปี 2566 จำนวน 1,500 ล้านบาท แม้จะมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา ระหว่างนี้ ททท.จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไปสู่เป้าหมาย

“ทั้งนี้การตั้งเป้าหมายปี 2567 ของ ททท. ก็เพื่อนำไปสู่การตั้งเป้าหมายรายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2570 ไว้ที่ 5,599,377 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 25% ของคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มูลค่า 12,635,424 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 4,479,502 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 68.5 ล้านคน ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 1,119,875 ล้านบาท จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 182 ล้านคน-ครั้ง”

ททท. ฝ่า 'โพลีไครซิส' ชิงทัวริสต์เดือด  ดึง 'ต่างชาติ' เข้าไทย 68.5 ล้านคนปี 70